ตอนที่ 2491
บทที่ 960.1 หนึ่งเท้าเจ็ดขอบเขต
October 21, 2026
คนชุดเขียนพลันพุ่งตัวออกไปจากศาลบรรพจารย์ คล้ายน้ำตก สีเขียวเส้นหนึ่งที่ไหลจากยอดเขาชิงถงพุ่งตรงไปที่หน้าประตูภูเขา ชุยตงซานแทะเมล็ดแตง ยิ้มเอ่ย “การประชุมชะลอไว้ก่อน รอคอยสักเดี๋ยว พวกเราดื่มชากันไปก่อนก็แล้วกัน” เดิมทีเผยเฉียนอยากจะตามอาจารย์พ่อออกไปต้อนรับหลี่เป่า ผิงที่หน้าประตูภูเขา แต่ห่านขาวใหญ่กลับยิ้มพลางส่ายหน้าให้นาง สมาชิกของศาลบรรพจารย์ที่เพิ่งขึ้นเขามาได้ไม่นานอย่างฉิวตู๋ เถาหราน และยังมีเค่อชิงกลุ่มของพวกเย่อวิ๋นอวิ๋น แน่นอนว่าต้อง ประหลาดใจเป็นทบทวี ไม่รู้ว่าเป็นเทพเซียนจากฝ่ายใดถึงมีค่าพอให้ เจ้าขุนเขาเฉินทำอะไรเอิกเกริกเช่นนี้ ราวกับว่าต่อให้เป็นเรื่องใหญ่ เทียมฟ้าก็ยังวางลงไว้ก่อนชั่วคราวได้ ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็ตรงดิ่งไป ที่ตีนเขา ถึงขั้นที่ว่าแม้แต่จะเสียเวลาพูดบอกคนในศาลบรรพจารย์ สักคำก็ยังไม่ยินดีจะเปลืองเวลา นี่ไม่เหมือนนิสัยการกระทำของเฉิน ผิงอันเลย ดวงตาของชุยตงซานพลันเป็นประกายวาบ “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ข้ารู้แล้วว่าขุนนางผู้มีีคุณูปการใหญ่สุดในด้านขนบธรรมเนียมของภูเขาลั่วพั่วเราคือใคร!” เผยเฉียนถลึงตาใส่ “อย่าลากเอาพี่หญิงเป่าผิงมาเกี่ยวข้อง!” คนรุ่นเยาว์ของภูเขาลั่วพั่ว หากไม่กลัวชุยตงซาน ก็ต้องกลัว เผยเฉียน แต่เด็กๆ ที่เพิ่งเข้ามาอยู่ภูเขาลั่วพั่วในช่วงหลังอย่างพวกป๋าย เสวียน บางทีอาจไม่เคยรู้ว่าห่านขาวใหญ่ก็ดี เผยเฉียนก็ช่าง เวลาอยู่ กับคนบางคนมักจะไม่เหมือนในยามปกติ ชุยตงซานเคยถูกคนผู้นั้นใช้ตราประทับกระแทกใส่หัว เผย เฉียนที่ตอนเด็กสามารถหลอกมือปราบหลายคนให้หัวหมุนได้ก็เคย ยินยอมพร้อมใจติดตามเป็นลูกสมุนของคนผู้นั้นอย่างว่าง่าย มักจะ คัดตัวอักษรด้วยกันเป็นประจำ ส่วนหลี่ไหว ปีนั้นตอนที่เรียนหนังสือ อยู่ในโรงเรียนของบ้านเกิดก็ยิ่่งถูกจับโยนขึ้นไปบนต้นไม้พร้อม กางเกงเปิดก้น ร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลเปรอะใบหน้า แต่ ประเด็นสำ คัญคือไม่กล้าอาฆาตแค้นคนผู้นั้น ตรงหน้าประตู เฉินผิงอันพลิ้วกายลงพื้น คลี่ยิ้มกว้างสดใส หลี่เป่าผิงยิ้มกว้าง “อาจารย์อาน้อย สวัสดีปีใหม่!” สตรีสวมชุดผ้าฝ้ายบุนวมสีแดง ในมือถือไม้เท้าเดินป่าสีเขียว ตรงเอวห้อยดาบแคบยันต์มงคล ห้อยน้ำเต้าบรรจุเหล้าสีขาวหิมะลูก หนึ่ง เรือนกายสูงเพรียว เป็นสาวเต็มตัวแล้วเฉินผิงอันมองน้ำเต้าเลี้ยงกระบี่ลูกนั้น หลี่เป่าผิงก็เอ่ยอย่าง เขินอายว่า “อาจารย์อาน้อย ข้าไม่ได้ดื่มเหล้าบ่อยๆ มีแค่บางครั้งที่ อ่านหนังสือเหนื่อยก็จะดื่มให้กระปรี้กระเปร่าบ้าง โยกย้ายกำลัง ทหารของแมลงขี้เหล้าให้ไปต่อสู้กับแมลงง่วงนอน ชนะมากแพ้น้อย!” เฉินผิงอันพูดกลั้วหัวเราะเบาๆ “นี่จะนับเป็นอะไรได้ อาจารย์อา น้อยใกล้จะกลายเป็นผีขี้เหล้าคนหนึ่งแล้ว ไป อาจารย์อาน้อยจะพา เจ้าไปเดินเล่นบนภูเขา วันนี้มีงานพิธีเฉลิมฉลองของสำ นักพอดี พวกเราไปนั่งที่ศาลบรรพจารย์กันสักครู่ก่อน อาจารย์อาน้อยยังมีธุระ ที่ต้องพูดคุย เจ้าก็ถือเสียว่ามาชดเชยงานพิธีได้พอดี ภูเขาใต้ฝ่าเท้า ของพวกเราลูกนี้ชื่อว่าภูเขาเซียนตู ภูเขาอีกสองลูกด้านข้างแบ่งเป็น ชื่อภูเขาอวิ๋นเจิงและภูเขาโฉวโหมว ล้วนเป็นศิษย์พี่ชุยของเจ้าที่เป็น คนตั้งชื่อ” หลี่เป่าผิงพยักหน้ารับอย่างแรง จากนั้นนางก็ชี้นิ้วไปที่กรอบ ป้ายของประตูสำ นัก “สำ นักกระบี่ชิงผิง ชื่อนี้ดีมากเลยนะ ลมเกิด จากพื้นดิน แรกเริ่มพัดพลิ้วปลายยอดไม้เขียว สุดท้ายกลายเป็น ลมแรง เป็นทั้งครามที่ถือกำเนิดจากต้นครามแต่สีเข้มกว่าคราม อีก ทั้ง ยังพูดถึงจอกแหนหนึ่งใบล่องลอยกลับสู่มหาสมุทรใหญ่ ชีวิตคน มีที่ใดที่ไม่อาจได้พบเจอกัน ความหมายแฝงมีมากมายทั้งยังเป็น ความหมายที่ดี ศิษย์พี่ชุยสามารถตั้งชื่อที่ดีเช่นนี้ได้ก็ช่างลำบากเขาแล้วจริงๆ คาดว่าคงจะเปิดตำราอักษรมานับไม่ถ้วนกว่าจะบังเอิญคิดได้”เฉินผิงอันยิ้มจนตาหยี “ชื่อของสำ นักนี้ อาจารย์อาน้อยเป็นคนคิดเอง”ดวงตางดงามเปี่ยมไปด้วยความเฉลียวฉลาดคู่นั้นของหลี่เป่าผิงหยีลงเป็นจันทร์เสี้ยว แสร้งถอนหายใจเอ่ยว่า “เฮ้อ เป็นเรื่องที่ไม่ประหลาดใจเลยสักนิด”เฉินผิงอันยื่นมือไปหมายจะช่วยจูงม้าให้ หลี่เป่าผิงกลับรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “มันไม่ต้องขึ้นเขา ให้อยู่ที่ตีนเขาก็พอ วันนี้เป็นงานพิธีเฉลิมฉลองของสำ นักอาจารย์อาน้อย มันเพิ่งจะกินอิ่ม หากว่าเดินไปได้ครึ่งทางแล้วขับถ่ายก็ต้องรบกวนให้อาจารย์อาน้อยไปเก็บกวาดอีก ไม่เข้าท่าเลย”เฉินผิงอันหลุดขำอย่างอดไม่อยู่ “เรื่องใหญ่แค่ไหนกันเชียว”หลี่เป่าผิงหยิบไม้เท้าเดินป่าไผ่เขียวขึ้นมา โบกมือเป็นวงกว้าง“ไปหาที่เล่นสนุกเองเถอะ”กีบเท้าม้าดังกุบกับ ดูจากทิศทางน่าจะไปดื่มน้ำที่หาดลั่วเป่าแล้วด้านในศาลบรรพจารย์ ชุยตงซานทำท่าเงี่ยหูตั้งใจฟังอยู่ตลอดพอได้ยินมาถึงตรงนี้ก็หัวเราะหึหึให้เผยเฉียน ว่าอย่างไร? จะยอมรับหรือไม่?เฉินผิงอันพาหลี่เป่าผิงเดินเนิบช้าไปบนเส้นทางภูเขา คนทั้งสองขึ้นบันไดเคียงข้างกันไปเมื่อสตรีสวมชุดผ้าฝ้ายบุนวมสีแดงพลันเผยกาย อวี้พ่านสุ่ยที่อยู่บนยอดเขาชิงผิงก็ตกใจสะดุ้งโหยง นี่ไม่ใช่การหดย่อพื้นที่ตามความหมายทั่วไปอะไรแล้ว “พี่จวี้เป่า แม่นางน้อยคนนี้คงจะไม่ได้ข้ามทวีปมาโดยตรงหรอกนะ? ข้าตบะตื้นเขิน แค่จะร่วมวงมองเรื่องครึกครื้นยังยาก พี่จวี้เป่าท่านขอบเขตสูง ช่วยชั่งน้ำหนักให้หน่อยได้ไหม?”ทว่าสีหน้าของหลิวจวี้เป่ากลับค่อนข้างจะประหลาด เพียงแค่มองไปยังทิวทัศน์ของทางฝั่งยอดเขาอูู๋เฉาของภูเขาอวิ๋นเจิง แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นสตรีที่จูงม้ามาจากทางตีนเขา กับคำถามของสหายรักก็ยิ่งแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอวี้พ่านสุ่ยพึมพำกับตัวเองว่า “แต่หากจะบอกว่าข้ามทวีปเดินทางไกลจริงๆ ยังสามารถพาม้ามาได้ด้วยหรือ? ดึงเรือนบินทะยานในตำนานก็ยังไม่มีภาพเหตุการณ์เช่นนี้ได้นะ ถึงขนาดหอบหุ้มเอาโชคชะตาขุนเขาสายน้ำของทวีปแดนเทพแผ่นดินกลางมาได้ด้วย น่าแปลกใจจริง ทำไมข้ามองแล้วยังมีกลิ่นอายของภูเขาสุ้ยซานแผ่นดินกลางด้วยล่ะ? ใต้หล้าในทุกวันนี้ใครบ้างที่สามารถแย่งชิงอาหารจากปากเสือมาจากซานจวินโจวโหยวผู้นั้นได้ ข้าได้ยินได้ฟังมาจนหูฉ่ำ แฉะแล้วนะว่าโจวซานจวินที่มีฉายาเทพว่า ‘ต้าเจี้ยว’ ของพวกเราท่านนี้ นิสัยเจ้าอารมณ์มาโดยตลอด”สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งขุนเขาสายน้ำของใต้หล้าไพศาล ผู้ที่ได้มี‘ฉายาเทพ’ มีน้อยจนนับนิ้วได้ ทุกวันนี้หากอิงตามกฎระเบียบใหม่ล่าสุดของศาลบุ๋น ก็มีเพียงห้ามหาบรรพตของแผ่นดินกลางและสุ่ยจวินแห่งสี่มหาสมุทรเท่านั้นที่ได้รับเกียรตินี้หลิวโยวโจวใช้เสียงในใจเอ่ยว่า “ดูเหมือนจะเป็นหลี่เป่าผิงแห่งสำ นักศึกษาซานหยา ได้ยินมาว่านางกับหลินโส่วอีคนเฝ้าศาลเก่าของลำน้ำฉีตู้แจกันสมบัติทวีป กับนักปราชญ์หลี่ไหว ต่างก็เป็นลูกศิษย์ผู้สืบทอดของอาจารย์ฉีท่านนั้น ดูเหมือนนับแต่เด็กมาหลี่เป่าผิงก็ชอบสวมชุดสีแดง นอกจากจะศึกษาวิชาความรู้แล้ว นางก็ชอบออกเดินทางท่องเที่ยวเพียงลำพังมากที่สุด ก่อนหน้านี้ไม่นานนางเพิ่งจะผ่านการทดสอบของสถานศึกษาหลี่จี้ ได้เป็นวิญญูชนของลัทธิขงจื๊อแล้ว หลี่เป่าผิงเคยมีการโต้วาทีกับหยวนพางของสำ นักศึกษาเหิงฉวี ข้ากับสหายบนภูเขาเคยดูสำ เนาของบุปผาในคันฉ่องจันทรา