ตอนที่ 2493
บทที่ 960.3 หนึ่งเท้าเจ็ดขอบเขต
October 21, 2026
ฉางมิ่งยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ข้าว่าไม่แน่เสมอไปหรอก” เหวยเหวินหลงกล่าว “ประโยคนี้ของเจ้าสำ นักชุยกล่าว ได้ไม่เหมาะสมนัก” เทพเซียนผู้เฒ่าเจี่ยเพียงแค่ครุ่นคิดหาถ้อยคำเหมาะๆ อยู่ชั่วครู่ก็เอ่ยประโยคที่ไม่ล่วงเกินทั้งภูเขาเบื้องบนและสำ นัก เบื้องล่าง อีกทั้งยังมีความจริงใจอย่างมาก “หลายปีมานี้ผิน เต้าเห็นจ้าวหลวนเป็นเหมือนบุตรสาวแท้ๆ ของตัวเอง มาโดยตลอด หากแม่หนูหลวนมาฝึกตนอยู่ที่ภูเขาเซียนตูก็คง ตัดใจไม่ได้ ใจเห็นแก่ตัว ผินเต้ามีใจเห็นแก่ตัวที่ลึกล้ำจริงๆ” ฉิวตู๋ได้ยินแล้วก็ยิ้มอย่างรู้ทัน อารมณ์พลันผ่อนคลายลง หลายส่วน หญิงชราส่งสายตาเป็นมิตรให้กับเทพเซียนผู้เฒ่า ที่ตาบอดแต่ใจไม่มืดบอด ชุยตงซานกลอกตามองบน มารดามันเถอะ นี่เจ้ายัง ถือโอกาสแสดงไมตรีให้กับฉิวตู๋ได้อีกด้วยหรือ?เทพเซียนผู้เฒ่าเจี่ย ใช้ได้ ใช้ได้ เจ้าไปถ่ายทอดวิชา ความรู้ด้านการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมที่สถานศึกษาส่วนตัว บนยอดเขาเจิงอวิ๋นนั่นโดยเฉพาะเลยดีกว่า เพราะมีความเห็นต่าง เกี่ยวกับเรื่องของตัวเลือก อาจารย์อย่างเป็นทางการของจ้าวหลวนจึงยังต้องอิงไปตาม กฎเดิมของภูเขาลั่วพั่ว นั่นคือต้องถามความเห็นของตัวจ้าว หลวนเองก่อน ต่อจากนั้นก็พูดคุยกันเกี่ยวกับตัวเลือกของผู้ถวายงาน พิทักษ์ภูเขาสำ นักกระบี่ชิงผิง ชุยตงซานบอกว่าจะพยายาม กำหนดให้ได้โดยเร็วที่สุด อีกทั้งตอนนี้สหายที่เป็นพันธมิตรกับสำ นักกระบี่ชิงผิง อย่างเป็นทางการก็ยังมีแค่ผูซาน ภูเขาไท่ผิงและราชวงศ์ต้า เฉวียนชั่วคราวเท่านั้น ส่วนทางฝั่งสำ นักกุยหยก แน่นอนว่ายังต้องดูที่ การตัดสินใจของตัวอาจารย์เอง ……ริมทะเลสาบใหญ่ที่ขุยโจวมีท่าเรือตระกูลเซียน ขนาดใหญ่มากอยู่แห่งหนึ่ง ชื่อว่าท่าเรือจิ่วเฉียน ก้อนเมฆลอยคล้อยผ่าน บงกชพลิ้วตามคลื่นน้ำ ปูปลา พลิกพืชน้ำ เป็ดงีบนอนยึดเนินบ่อ ตกใจบินแยกหนีแล้วกลับ เคียงคู่ ท่าเรือตระกูลเซียนที่ผู้คนเบียดเสียดแออัด บุรุษคนหนึ่ง เรือนกายสูงใหญ่ก้มหัวค้อมเอว สองมือสอดไว้ในชายแขนเสื้อ แอบขยับเข้าใกล้ผู้ฝึกตนหนุ่มคนหนึ่งที่มองดูแล้วไม่ขาดเงิน ถามเสียงเบาว่า ต้องการชุดคลุมอาคมไหม? สีหน้าของคนหนุ่มแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ใช้เสียงใน ใจสอบถาม เป็นมาอย่างไร? ของใหม่หรือไม่? หรือว่าชุดคลุม อาคมเก่า มีความใหม่กี่ส่วน? อันที่จริงการกระทำที่ไม่อาจเปิดเผยได้เช่นนี้ บนภูเขา ไม่ได้หาได้ยากอะไร ล้วนเป็นของที่ความเป็นมาไม่แน่ชัด ได้มาด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง แต่ราคากลับถูกกว่าเยอะมาก บุรุษคนนั้นผงกปลายคางเอ่ยว่า เจ้ารอดูอยู่ที่นี่ก็พอ หากมีชิ้นไหนที่ชอบก็บอกข้า ราคาล้วนเหมือนกัน สองเหรียญเงินร้อนน้อย ผู้ฝึกตนหนุ่มอึ้งไปอย่างสิ้นเชิงเพราะประโยคนี้ บุรุษบอกว่า สาวงาม อัญมณี ตราประทับลัญจกรหยก ล้วนมาจากใต้คลื่นทะเลทราย ไม่ต้องถามว่ามาจากไหน ไม่ต้องสนใจว่าถอดลงมาจากร่างของใคร วันหน้าเมื่อเอา มาสวมบนร่างน้องชายก็เหมือนๆ กันหมด คืนนี้เจ้าเลือก สถานที่ พวกเรามือหนึ่งมอบเงินมือหนึ่งมอบของ ข้ารับประกัน ว่าจะถอดตราผนึกทั้งหมดบนชุดคลุมอาคมออก หากว่า ไม่วางใจก็สามารถหายอดฝีมือมาช่วยดูให้ได้ ข้าทำการค้า มีเรื่องที่ถือสาไม่มาก ก็แค่หวังว่าทั้งสองฝ่ายที่ทำการค้ากันจะสบายใจด้วยกันทั้งคู่ก็เท่านั้นผู้ฝึกตนหนุ่มเอ่ยอย่างเดือดดาล สมองเจ้ามีปัญหาหรือไร ไสหัวไปให้ไกลๆ เลย!บุรุษถอนหายใจเอ่ย ค้าขายไม่สำ เร็จมิตรภาพยังคงอยู่ทำไมต้องด่าคนด้วยเล่าบุรุษขยับเท้าเดินห่างไปไกล ดูท่าทางแล้วน่าจะไปหาลูกค้าคนอื่นต่ออำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมชายแดนของขุยโจวกับซินโจว ว่ากันว่ามีคนประหลาดต่างถิ่นมาเยือน สวมเสื้อคลุมขนหาว (แรคคูน) หมวกขนจิ้งจอก เรือนกายสูงใหญ่ ลักษณะเหมือนพวกทหาร พูดสำ เนียงทางเหนือข้างกายคนผู้นี้ยังมีผู้ติดตามมาอีกสามคน ล้วนเป็นผู้ฝึกลมปราณ ทั้งไม่มีสถานะของเต้ากวานแห่งราชสำ นักในแคว้นหนึ่ง แล้วก็ไม่มีทำเนียบขุนเขาสายน้ำของจวนเซียนบนภูเขามีเพียงภูมิลำเนาเดิมและชื่อแซ่ รวมไปถึงตราประทับของที่ว่าการในท้องถิ่น หลังจากตรวจสอบเอกสารผ่านด่านของคนกลุ่มนี้ มองตราประทับที่เรียงกันแน่นขนัดแม้ที่ว่าการอำเภอจะรู้สึกประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักในเมื่อสามารถเดินทางไปเยือนสถานที่ได้มากมายขนาดนี้คิดดูแล้วก็คงไม่ใช่คนชั่วที่อาศัยคาถาเซียนมาก่อกรรมทำเข็ญแล้วคนทั้งกลุ่มหาที่พักง่ายๆ ในเมือง ว่ากันว่าเป็นเรือนพักที่มักจะมีผีออกอาละวาดเป็นประจำ คนที่ทำงานในที่ว่าการก็คร้านจะสนใจแล้ว คนตีฆ้องบอกเวลาตอนกลางคืนก็ไม่กล้าไปเยือน อยากจะพักอยู่ที่นี่ก็พักไปเถอะด้านในเรือนพักพืชหญ้าขึ้นรกชัฏ กระดาษหน้าต่างเป็นรูลมจึงลอดผ่านเข้ามาได้อย่างง่ายดายบนโต๊ะในห้องนอกจากเทียบยาเป็นปึกๆ แล้วก็ยังวางกระบอกไม้ไผ่ที่ตัดขนาดสั้นยาวไม่เท่ากันไว้จนเต็ม บนกระบอกไม้ไผ่ถูกเจาะเป็นรูด้านในลานบ้านขนาดเล็กวางอ่างน้ำใบใหญ่เอาไว้ใบหนึ่ง บรรจุปลาที่เพิ่งตกมาได้ก่อนหน้านี้ไม่นาน กำลังรอจะเอามาทำอาหารคนสามคนในลานบ้านที่เป็นกึ่งๆ ผู้ติดตามกึ่งๆ สหายชายสองหญิงหนึ่งสามผู้ฝึกตนต่างก็เป็นชิงหลิงที่เก็บพามาอยู่ข้างตัวระหว่างเดินทางขอบเขตของพวกเขาล้วนไม่ต่ำ สองโอสถทองหนึ่งประตูมังกร เดิมทีบ้านเกิดอยู่ในอาณาเขตของหย่งโจว ต่างคนต่างมีพื้นที่ประกอบพิธีกรรมเป็นของตัวเอง ไม่กล้าพูดว่ายึดครองพื้นที่หนึ่งวางอำนาจบาตรใหญ่ได้ แต่อย่างน้อยที่สุดแม้กระทั่งสหายที่เป็นเต้ากวานในราชสำ นัก ต่างก็มีกันคนละสองสามคน ทว่าตลอดทางที่เดินทางมานี้ไม่อาจเรียกได้ว่าไม่ระมัดระวังอย่างเต็มที่ เพราะถึงอย่างไรก็เดินทางข้ามทวีปพเนจรไปทั่วสี่ทิศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เดินทางผ่านหรู่โจวที่ต่างก็ไม่ได้แวะไปที่ราชวงศ์ชื่อจิน ก็เพราะรู้สึกว่าหากเจอกับนักต่อสู้สักคนก็อาจจะออกหมัดต่อยพวกเขาตายได้นี่ต้องโทษคนประหลาดที่ชอบปักดอกไม้ผู้นั้นเลยเชียวเขามอบเอกสารผ่านด่านของปลอมให้กับพวกเขาคนละหนึ่งฉบับ อันที่จริงพวกเขาสามคนแรกเริ่มต่างก็มีสถานะที่ถูกต้องชอบธรรม ไม่จำ เป็นต้องเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย ทว่าสหายชิงหลิงผู้นั้นยืนกรานจะให้พวกเขาเปลี่ยนตัวตนใหม่ให้จงได้ เหตุผลก็คือรังเกียจชื่อและฉายาของพวกเขาก่อนหน้านี้ ตั้งได้เล็กเกินไป ความหมายไม่ดีพอ ในฐานะผู้ฝึกลมปราณ การตั้งฉายาเป็นเรื่องใหญ่จะตายไป ก็คือการเกิดใหม่ครั้งที่สองเชียวนะ นี่จึงเป็นเหตุให้การเดินทางท่องเที่ยวตลอดทางที่ผ่านมา พวกเขาสามคนล้วนใช้สถานะปลอม เที่ยวหลอกลวงต้มตุ๋นไปพร้อมกับสหายชิงหลิง ในใจของพวกเขาจะไม่รู้สึกหวาดผวาได้อย่างไร?