ตอนที่ 2496
บทที่ 961.2 ถ่านไฟ
October 21, 2026
ชุยตงซานพลันเอ่ยว่า “อาจารย์ ทางฝั่งของอวี่จิ่น เขา บอกว่าตัวเองยินดีเอาสมบัติห้าส่วนมามอบเป็นของขวัญ แสดงความยินดี” นี่ยังสาเหตุยังเป็นเพราะก่อนหน้านี้ได้จงขุยช่วย ไกล่เกลี่ยให้ก่อนด้วย เท่ากับว่าช่วยให้เจ้าอ้วนกูซูมา ‘ทวงหนี้’ ถึงบ้าน ไม่อย่างนั้นชุยตงซานกับเสี่ยวโม่ คนหนึ่งมีแต่ จะยืนกรานว่าไม่ยอมรับ อีกคนหนึ่งพูดแค่ว่าไม่เคยออก ไปนอกมหาสมุทรมาก่อน เฉินผิงอันยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “เจ้าต่างหากจึงจะเป็นเจ้า สำ นักของสำ นักเบื้องล่าง กิจการของสำ นักเบื้องล่างจำ พวกนี้ จะถามข้าทำไม หากต้องการให้ข้าพูดจริงๆ ล่ะก็ ห้าส่วนก็ มากเกินไปหน่อย สามสี่ส่วนก็เพียงพอแล้ว” ชุยตงซานเอ่ย “เข้าใจแล้ว!” สุดท้ายก็เป็น ‘เศรษฐีบ้านนอก’ สองท่านอย่างหลิวจวี้ เป่าและอวี้พ่านสุ่ยแล้ว พวกเขาไม่ทำให้คนผิดหวังเลยแม้แต่น้อย เรียกได้ว่าลงมือไม่ธรรมดา มอบให้ทีหนึ่งก็เป็น เรือข้ามฟากขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า ‘ถงอิน’ แม้จะถือว่าเป็น ของขวัญที่สกุลหลิวแห่งธวัลทวีปและราชวงศ์เสวียนมี่มอบให้ ร่วมกัน อีกทั้งเรือข้ามฟาก ‘ถงอิน’ ก็ไม่อาจเทียบเคียงกับเรือ ข้ามทวีปอย่างเฟิงยวนที่ราคาในการสร้างมหาศาลจนเรียกได้ ว่าสูงเทียมฟ้า แต่ระดับขั้นก็ไม่ต่ำไปกว่าเรือมังกรฟานโม่ของ ภูเขาลั่วพั่ว เป็นเหตุให้เส้นทางการเดินเรือสามารถควบรวม พื้นที่ของภูเขาสายน้ำครึ่งหนึ่งของใบถงทวีปได้เลย อีกทั้ง ปริมาณในการบรรจุสินค้าก็ยังเหนือกว่าเรือมังกรที่ปีนั้นถูก มองเป็นเรือหอเรือนซึ่งมีไว้ท่องชมทัศนียภาพระดับหนึ่ง สำ หรับสำ นักกระบี่ชิงผิงแล้ว นี่เท่ากับเป็นเรื่องดีเหมือน งีบหลับอยู่ก็มีคนยื่นหมอนมาส่งให้หนุนนอน เพราะถึงอย่างไร ใต้หล้าไพศาลในทุกวันนี้ก็ขาดแคลนเรือข้ามฟากระดับสูง อย่างมาก มีเงินก็ยังซื้อมาไม่ได้ ขอแค่มีเรือประเภทนี้ก็เท่ากับ ได้ครอบครองอ่างสมบัติที่เงินทองไหลมาเทมาอ่างหนึ่งแล้ว ชุยตงซานมองเผยเฉียนแล้วเอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “นอกจากเรือข้ามฟาก ‘ถงอิน’ ลำนั้นแล้ว หลิวจวี้เป่ากับอวี้พ่านสุ่ยยังหวังว่าศิษย์พี่หญิงใหญ่จะสามารถรับหน้าที่เป็นเค่อ ชิงที่ได้รับการบันทึกชื่อของสกุลหลิวธวัลทวีปและของราชวงศ์ เสวียนมี่ได้ หากศิษย์พี่หญิงใหญ่ยินดีเป็นผู้ถวายงานก็ยิ่งดี เข้าไปใหญ่ ขอแค่ศิษย์พี่หญิงใหญ่พยักหน้าตอบตกลง ทั้ง สองฝ่ายก็ยินดีแยกกันมอบเงินฝนธัญพืชหกร้อยเหรียญกับ เงินฝนธัญพืชสี่ร้อยเหรียญให้ในทีเดียว หากเป็นผู้ถวายงาน จำ นวนเงินฝนธัญพืชจะเพิ่มขึ้นไปอีกหนึ่งเท่าตัว อีกทั้ง พวกเขาสองฝ่ายก็รับปากแล้วว่าเป็นแค่เค่อชิงหรือไม่ก็ผู้ ถวายงานที่ ‘บันทึกชื่อ’ เท่านั้น วันหน้าไม่ต้องให้ศิษย์พี่หญิง ใหญ่เข้าร่วมการประชุมในศาลบรรพจารย์หรือการประชุมที่ เมืองหลวงราชวงศ์เสวียนมี่ใดๆ อย่างมากสุดภายในเวลาร้อย ปีศิษย์พี่หญิงใหญ่ก็แค่ไปปรากฏตัวที่ธวัลทวีปหรือไม่ก็ ราชวงศ์เสวียนมี่บ้างก็พอ” เฉินผิงอันพูดไม่ออก สกุลหลิวร่ำรวยจนถึงขั้นชวนให้คนโมโหจริงๆ ไม่ต้องเดา เรือข้ามฟากถงอินก็คือสมบัติของสกุลหลิว ไม่มีความเกี่ยวข้องกับอวี้พ่านสุ่ยแม้แต่ครึ่งเหรียญทองแดงไม่แน่ว่าแม้แต่การเชิญให้เผยเฉียนไปรับหน้าที่เป็นเค่อชิงที่ ได้รับการบันทึกชื่อ เงินฝนธัญพืช ‘หนึ่งพันเหรียญ’ นี้ก็ล้วน เป็นหลิวจวี้เป่าที่ควักเงินตัวเองคนเดียว ดังนั้นถึงได้บอกว่า มีสหายที่มีเงินซึ่ง ‘เป็นคนมีเงินที่สุดในใต้หล้า’ ก็ไม่เหมือนกัน จริงๆ เฉินผิงอันอยากจะถามทั้งสองท่านเป็นการส่วนตัวสัก ประโยคเสียแล้วว่า พวกเจ้าต้องการผู้ฝึกยุทธขอบเขต ปลายทางด้วยหรือไม่? หากจะบอกว่าหลิวจวี้เป่าและอวี้พ่านสุ่ยคือคน ทำการค้าที่ดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมมาก แน่นอนว่าใช่ว่า จะไม่มีที่ให้พวกเขาใช้เงิน แต่เป็นเพราะมีใจที่เห็นแก่ตัว บางอย่าง เซียนกระบี่สวีเซี่ยกับเผยเฉียนมีความสัมพันธ์ที่ดี ต่อกันขนาดนี้ นี่ก็คือข้อพิสูจน์อย่างหนึ่ง ปีนั้นตอนอยู่ที่เกราะทองทวีป ‘เจิ้งเฉียน’ ได้ช่วยชีวิต ผู้ฝึกลมปราณบนภูเขา แม่ทัพบู๊แห่งราชวงศ์หลายคนไว้บน สนามรบ ผู้ฝึกยุทธหญิงที่เงียบขรึมพูดน้อยคนนี้ทั้งอายุน้อย ออกหมัดก็ดุดัน แม้จะบอกว่าคุณความชอบไม่ได้สูงเท่าเฉาสือ แต่ไม่รู้ว่าเหตุใด คนในท้องถิ่นของเกราะทองทวีปทุกคน ต่างก็ค้นพบเรื่องประหลาดเรื่องหนึ่ง ดูเหมือนว่าเจิ้งเฉียนผู้นั้น จะมีความแค้นที่มิอาจอยู่ร่วมโลกกับเผ่าปีศาจเปลี่ยวร้าง บน สนามรบแห่งต่างๆ นับตั้งแต่ใต้ไปถึงเหนือ ยามที่ปล่อยหมัด ใส่ศัตรู นางอำมหิตดุร้ายยิ่งกว่าเฉาสือและอวี้เจวี้ยนฟูที่เป็น ผู้ฝึกยุทธเต็มตัวเสียอีก ในหลายๆ ครั้ง เจิ้งเฉียนจงใจสังหาร ผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจอย่างทารุณ นางมักจะปล่อยหนึ่งหมัดออกไปต่อยให้เรือนกายท่อนล่างของอีกฝ่ายแหลกสลาย หรือไม่ก็จงใจต่อยศีรษะครึ่งหนึ่งของผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจให้แหลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ฝึกกระบี่เซียนดินเผ่าปีศาจหลายคนที่ยิ่งถูกเจิ้งเฉียน ‘ปลีกตัวออกมา’ เพื่อทรมานพวกเขาโดยเฉพาะเคยมีข่าวลือบอกว่ามีผู้ฝึกกระบี่รุ่นเยาว์คนหนึ่งที่ไปหลอมกระบี่อยู่บนหัวกำแพงเมืองครึ่งหนึ่งของกำแพงเมืองปราณกระบี่โชคร้ายถูกเจิ้งเฉียนหาตัวเจอ ก็ยิ่งถูกเจิ้งเฉียนใช้มือหนึ่ง‘กระชากดึง’ ศีรษะออกมา ตอนนั้นผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจก่อกำเนิดที่มีฐานะเป็นผู้ปกป้องมรรคาถูกเจิ้งเฉียนใช้ฝ่ามือดันให้เปิดทาง ตัวนางแบกรับเวทคาถาที่อีกฝ่ายกระแทกใส่ไม่เพียงไม่ถอยร่นกลับยังบุกรุดหน้า ผ่าร่างของอีกฝ่ายออกเป็นสองส่วนโดยตรง ปรมาจารย์หญิงที่เลือดอาบเต็มร่างนานแล้วพุ่งทะลุผ่านอีกฝ่ายไปทั้งอย่างนั้นบนสนามรบของเกราะทองทวีป นับตั้งแต่ผู้ฝึกตนทำเนียบไปจนถึงกองทัพล่างภูเขา ทุกคนต่างก็มีความแค้นบนร่างแบกรับความแค้นลึกล้ำดุจมหาสมุทรเลือดเอาไว้ ถอยจนไม่มีทางให้ถอยได้อีก เป็นเหตุให้ทุกคนที่อยู่บนสนามรบต่างก็เพื่อชำ ระแค้นทว่าความแค้นที่เจิ้งเฉียนลงมือช่วยชำ ระแทนให้ ในสายตาของคนพื้นที่ของเกราะทองทวีปที่อยู่บนสนามรบกลับสาแก่ใจที่สุด ไม่มีหนึ่งในแต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ฝึกยุทธต่างถิ่นอย่างเผยเฉียนการที่ออกหมัดบนเกราะทองทวีปอย่างอำมหิตจนแทบจะใกล้เคียงกับคนโรคจิตเช่นนี้ ล้วนเป็นเพียงการระบายความแค้นโดยไม่ใช้คำพูดอย่างหนึ่งของนางเท่านั้นก็เพราะสัตว์เดรัจฉานจากเปลี่ยวร้างอย่างพวกเจ้าที่ทำร้ายให้อาจารย์พ่อของข้ามิอาจกลับคืนบ้านเกิดได้ตามคำกล่าวอย่างตลกขบขันของชุยตงซาน ทุกวันนี้ทางฝั่งของเกราะทองทวีป ทุกครั้งที่พูดถึงอาจารย์จะต้องมีประโยคหนึ่งว่า อ้อ ที่แท้ก็คืออาจารย์ของปรมาจารย์เจิ้งน่ะหรือดังนั้นสถานที่อื่นที่อาจารย์กับศิษย์พี่หญิงใหญ่ไปเยือนพร้อมกันอาจบอกได้ยาก แต่เกราะทองทวีปแห่งนั้น ต้องเป็นศิษย์พี่หญิงใหญ่ที่เป็นที่นิยมมากกว่าแน่นอนพูดง่ายๆ ก็คือวันหน้าสกุลหลิวธวัลทวีปทำการค้าอยู่ที่เกราะทองทวีป มีเผยเฉียนที่ยอมแหกกฎรับหน้าที่เป็นผู้ถวายงานเป็นเค่อชิงที่ได้รับการบันทึกชื่อเป็นครั้งแรก ก็คือป้ายอักษรทองที่มีน้ำหนักมากที่สุดเผยเฉียนเอ่ย “ได้สิ เป็นผู้ถวายงานก็ยังไม่มีปัญหา แต่เงินฝนธัญพืช สำ นักกระบี่ชิงผิงกับภูเขาลั่วพั่วให้แบ่งกันคนละครึ่ง”อันที่จริงก่อนหน้านี้เซียนกระบี่สวีเซี่ยก็ได้พูดถึงเรื่องนี้กับนางก่อนแล้ว แต่นางไม่ได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธไปโดยตรง แค่บอกว่าต้องถามอาจารย์พ่อก่อนชุยตงซานรีบพยักหน้ารับรัวๆ เป็นไก่จิกเมล็ดข้าวเปลือกทันที แต่เฉินผิงอันกลับส่ายหน้า “เงินเทพเซียนก้อนนี้ เจ้าเก็บไว้เองเถอะ”เผยเฉียนเอ่ยอย่างเขินอาย “อาจารย์พ่อ ข้าเป็นคนเรียนวรยุทธฝึกวิชาหมัด ต้องเก็บเงินเทพเซียนมากมายขนาดนั้นไว้ทำไม”เฉินผิงอันยิ้มตอบ “ทำตามที่อาจารย์พ่อบอก”เผยเฉียนร้องอ้อหนึ่งทีเชื่อฟังอาจารย์พ่อก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ท่าเรือที่กำลังก่อสร้าง ฉวยโอกาสว่าอาจารย์ไม่อยู่ ชุยตงซานเคยถามคำถามข้อหนึ่งกับเผยเฉียนปีนั้นศิษย์พี่หญิงใหญ่อยู่ที่เกราะทองทวีป เคยตัดสินใจว่าจะไม่กลับมาที่ภูเขาลั่วพั่วแล้วใช่หรือไม่เผยเฉียนเงียบไปนาน เพียงแค่ดื่มเหล้าเท่านั้น ชุยตงซานยืนกรานจะให้ศิษย์พี่หญิงใหญ่ตอบคำถามให้ได้ เผยเฉียนถึงได้บอกความคิดที่แท้จริงในใจของตัวเองออกไปขอแค่อาจารย์พ่อไม่กลับภูเขาลั่วพั่ว ภูเขาลั่วพั่วก็ไม่ใช่บ้านของนางอีกแล้วความนัยในคำพูดของนางก็คือ อาจารย์พ่อไม่อยู่แล้วบ้านของนางก็ไม่มีแล้วเพียงแต่ว่าคำพูดประเภทนี้ จนถึงตอนนี้ชุยตงซานก็ยังไม่กล้าเล่าให้อาจารย์ฟังกลัวว่าจะถูกศิษย์พี่หญิงใหญ่อาฆาตแค้น ยิ่งกลัวว่าอาจารย์ได้ฟังแล้วจะเสียใจชุยตงซานตบมือ “ต่อจากนี้ยังมีงานพิธีครั้งที่สองพวกเราพักผ่อนกันก่อนสักครึ่งชั่วยาม”เพราะยังมีพิธีเปิดพู่กันเขียนทำเนียบหยกทองของสำ นักกระบี่ชิงผิงอย่างเป็นทางการอีกเฉินผิงอันเดินออกมาจากตำหนักหลักพร้อมหลี่เป่าผิง