ตอนที่ 2497
บทที่ 961.3 ถ่านไฟ
October 21, 2026
ก่อนหน้านี้ใต้เท้าอิ่นกวานกับเถาหรานเดินมาเข้าร่วม งานพิธีด้วยกัน บนเส้นทางภูเขา บทสนทนานั้น หมี่อวี้ได้ยิน แล้วก็เกือบจะลงไปนั่งคุกเข่าให้กับเซียนกระบี่เถาผู้หยิ่งทระนง ในศักดิ์ศรีไม่เกรงกลัวใครแล้ว พูดจาโน้มน้าวใต้เท้าอิ่นกวานอย่างจริงจังว่า วันหน้า อย่าได้เรียกเขาคำแล้วคำเล่าว่าเซียนกระบี่เถาอีก เขาไม่ชอบ ฟัง หากเป็นเมื่อก่อนก็คือถามกระบี่กับเขาแล้ว… เซียนกระบี่เถา เจ้าไม่รู้จริงๆ หรือว่าจุดจบของคนที่ ใต้เท้าอิ่นกวานพวกเราถามกระบี่ด้วยเป็นอย่างไร แต่หมี่อวี้กลับยิ่งเกิดความเคารพต่อเถาหรานจาก ส่วนลึกในจิตใจ สำ นักเบื้องล่างของพวกเรามีคนหยิ่งทระนง ในศักดิ์ศรีถึงเพียงนี้ สำ นักเบื้องบนอย่างภูเขาลั่วพั่วมีไหม? เหมือนจะไม่มีกระมัง เถาหรานถาม “ขอข้าถามสักเรื่อง สหายสี่จู๋ก็เป็นผู้ฝึก กระบี่เหมือนกันหรือ?”เสี่ยวโม่พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มบางๆ เถาหรานจึงแข็งใจเอ่ยว่า “คำพูดทุเรศๆ ก่อนหน้านั้น สหายสี่จู๋ฟังแล้วก็ปล่อยผ่านไปเถิด อย่าได้เก็บไปใส่ใจเลย” ตอนที่อยู่ร้านริมลำคลองหลินเหอ เถาหรานเคยทิ้ง ถ้อยคำดุดันไว้ให้สหายท่านนี้ ไสหัวไป เถาหรานไม่ใช่คนโง่เสียหน่อย แค่เห็นตำแหน่งเก้าอี้ใน ศาลบรรพจารย์วันนี้ก็รู้แล้ว เก้าอี้ของสหายสี่จู๋อยู่ข้างกายเผย เฉียนเชียวนะ รอยยิ้มของเสี่ยวโม่เป็นมิตร ส่ายหน้ากล่าว “ผู้ถวายงาน เถาคิดมากไปแล้ว วันหน้าเรียกข้าว่าเสี่ยวโม่ก็พอ คำพูดทุเรศ ที่ผู้ถวายงานเถาพูดถึง เสี่ยวโม่จำ ไม่ได้แล้ว แล้วจะเก็บมาใส่ ใจได้อย่างไร” เถาหรานเหมือนยกภูเขาออกจากอก ไม่ได้ ละลาบละล้วงสอบถามถึงขอบเขตของอีกฝ่ายโดยตรง เพราะ จะไปละเมิดข้อห้ามเอาได้ แล้วนับประสาอะไรกับที่ ทั้ง สองฝ่ายก็ไม่มีมิตรภาพอะไรต่อกัน หากนับกันจริงๆ ก็เพิ่งจะเคยเจอกันเป็นครั้งที่สองเท่านั้น ความสัมพันธ์ไม่ได้ สนิทสนมถึงขั้นที่จะสอบถามขอบเขตว่าสูงหรือต่ำจากกันได้ ดูเหมือนเสี่ยวโม่จะมองความคิดของเถาหรานออก จึงยิ้มเอ่ย “ข้ากับหมี่อันดับหนึ่งเป็นคนละขอบเขตกัน” เถาหรานพยักหน้า? ผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตก่อกำเนิด? น่าจะไม่ค่อยพอเท่าไร ผู้อาวุโสสี่จู๋ท่านนี้คงจะเป็นเซียนกระบี่ขอบเขตหยกดิบ คนหนึ่ง หมี่อวี้แยกเขี้ยว แต่ไม่ได้อธิบายอะไร อันที่จริงเดิมทีเถาหรานก็ยอมรับชะตากรรมแล้ว พวก เจ้าอยากจะเรียกเซียนกระบี่เถา พวกเจ้าเองไม่รู้สึกว่า ลดเกียรติของตัวเอง ข้าก็ไม่คิดอะไรมากแล้ว คิดไม่ถึงว่าเสี่ยวโม่ผู้นี้จะเปลี่ยนคำพูดก่อนใคร เรียกตน ว่าผู้ถวายงานเถา หันมามองหมี่อันดับหนึ่ง เสี่ยวโม่ไม่เสียแรง ที่เป็นคนของภูเขาลั่วพั่วสำ นักเบื้องบน คำพูดคำจา มีความพิถีพิถันมากกว่าจริงๆตรงพื้นที่จุดอื่น เหลียงส่วงยืนอยู่กับชิงถง เจินเหรินผู้ เฒ่าถามอย่างใคร่รู้ “สหายชิงถง เจ้ากลายมาเป็นผู้ถวายงาน ของที่นี่ได้อย่างไร?” ชิงถงอธิบายด้วยรอยยิ้ม “ข้ามีฉายาว่า ‘ชิงถง’ มีอักษร คำว่า ‘ชิง’ เดียวกับสำ นักกระบี่ชิงผิง จึงถูกชะตากัน” เจินเหรินผู้เฒ่าอึ้งค้างไร้คำพูดไปชั่วขณะ เข้าใจลากมาโยงกันเหลือเกินนะ เมื่อครู่นี้หลิวโยวโจวไม่เพียงแต่ได้พบเผยเฉียน ยังคิดไม่ ถึงว่านางจะตอบตกลงรับคำเชื้อเชิญของบิดา รับหน้าที่เป็นผู้ ถวายงาน เวลานี้เขาจึงยังอารมณ์ดีไม่หาย อวี้พ่านสุ่ยตบไหล่ของคนหนุ่ม “เมื่อไหร่จะได้ดื่มสุรา มงคลเล่า?” หลิวโยวโจวหน้าแดงก่ำ แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ “หมายความว่าอย่างไร?” หลิวจวี้เป่ายิ้มไม่ได้พูดอะไร หากสำ เร็จได้จริง แน่นอน ว่าต้องเป็นเรื่องน่ายินดีใหญ่เทียมฟ้า เขากับมารดาของหลิว โยวโจวเคยพูดถึงเรื่องนี้กันเป็นการส่วนตัวมานานแล้ว นางทั้งรอคอยทั้งกลัดกลุ้ม ยังถามหลิวจวี้เป่าว่าบุตรชายตนเอง ไม่ค่อยคู่ควรกับแม่นางคนนั้นหรือไม่ หากแต่งเข้าบ้าน มาจริงๆ ถึงอย่างไรเผยเฉียนก็เป็นผู้ฝึกยุทธขอบเขตปลายทาง หากทะเลาะกันขึ้นมา บุตรชายจะหน้าเขียวจมูกบวมแต่ก็ยัง ไม่กล้าบ่นให้พ่อแม่ฟัง ถึงขั้นที่ว่ายังกังวลอย่างโง่งมว่ามือ ภรรยาที่ตบหน้าตัวเองจะเจ็บหรือไม่…หลิวจวี้เป่าหรือจะกล้า วิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องแบบนี้ จำ ต้องยอมรับว่า บุตรชายอยาก แต่งเผยเฉียนมาเป็นภรรยา เรื่องนี้ยากเกินไปแล้ว เจ้าลูก โง่อาจจะยังสัมผัสไม่ได้ว่าสายตาที่อิ่นกวานหนุ่มอาจารย์พ่อของเผยเฉียนมองตัวเองราวกับป้องกันโจรอย่างไรอย่างนั้นไม่เพียงเท่านี้ เฉินผิงอันยังให้ความรู้สึกเหมือนจะหาที่เหมาะๆสักแห่งเอาถุงกระสอบมาครอบหัวคนด้วยหลี่เป่าผิงดึงตัวเผยเฉียนไปหาเจิ้งโย่วเฉียน ลูกศิษย์ใหญ่ของอาจารย์ลุงหลิวสือลิ่วด้วยกันพวกเขาสามคนเป็นลูกศิษย์ของลูกศิษย์ผู้สืบทอดสายเหวินเซิ่งอย่างจวินเชี่ยน ฉีจิ้งชุนและเฉินผิงอันพอดีไม่ว่าอย่างไรเจี่ยงชวี่ก็คาดไม่ถึงว่าตนจะถึงกับได้เป็นลูกศิษย์ผู้สืบทอดของชุยตงซานลูกศิษย์ใหญ่เปิดขุนเขาน่าจะมีตัวเลือกอยู่ก่อนแล้ว แต่เจ้าสำ นักชุยจงใจละไว้ไม่พูดถึงเท่านั้น เจี่ยงชวี่ไหนเลยจะกล้าเพ้อฝันว่าตัวเองจะได้เป็นลูกศิษย์ใหญ่ของเจ้าสำ นักท่านหนึ่งเจี่ยงชวี่สูดลมหายใจเข้าลึก จางเจียเจินเพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น สองมือกุมหมัดเขย่าสองสามที นักบัญชีที่มองดูแล้วต้องอายุมากกว่าเจี่ยงชวี่อย่างน้อยสิบปีผู้นี้คลี่ยิ้มอย่างจริงใจรู้สึกดีใจแทนคนวัยเดียวกันที่มาจากบ้านเกิดเดียวกันจากใจจริง แต่ปากกลับไม่ได้พูดถ้อยคำเกรงใจที่เป็นการปักบุปผาลงบนผ้าแพรอะไรเจี่ยงชวี่ทำท่าจะพูดแต่ไม่พูด ปีนั้นอยู่บนภูเขาลั่วพั่วเจี่ยงชวี่ที่ใจคิดแต่จะฝึกตนอย่างเดียวเคยถูกจูเหลี่ยนดึงตัวให้ไปช่วยงานการก่อสร้างอันที่จริงจูเหลี่ยนเคยพูดเตือนเจี่ยงชวี่อ้อมๆ ว่า ‘จัดการความสัมพันธ์กับจางเจียเจินให้ดีได้อย่างแท้จริงจึงจะถือว่าเจ้าฝึกตนประสบความสำ เร็จได้แล้วเล็กน้อย ถึงเวลานั้นข้าจะช่วยเจ้าหาผู้ถ่ายทอดมรรคา’นอกจากนี้พ่อครัวเฒ่าก็เคยพูดกับเจี่ยงชวี่อย่างตรงไปตรงมาระวังหน่อย อย่าได้กลายเป็นผู้ฝึกตนในภูขาที่ถูกตัดชื่อออกจากภูเขาลั่วพั่วเป็นคนแรกคำว่าตัดชื่อ ไม่แน่เสมอไปว่าจะเป็นการตัดชื่อออกจากทำเนียบของศาลบรรพจารย์ แต่เป็นตรงนี้พ่อครัวเฒ่าหิ้วกาเหล้าเคาะลงไปบนหัวใจเบาๆจะบอกเตือนเจ้าไว้ก่อน เรื่องนี้ทำได้ไม่ง่าย แนะนำเจ้าว่าอย่าได้อวดฉลาด แสร้งทำเป็นเกรงอกเกรงใจอะไรกับจางเจียเจิน ได้ผลหรือ? นั่นก็โง่เกินไปแล้วไม่สู้เจ้าลองคิดดูให้ละเอียดว่า คนส่วนใหญ่บนภูเขาลั่วพั่วของพวกเราเห็นความคิดเล็กๆ น้อยๆ นั่นของเจ้าเจี่ยงชวี่ไม่ชัดเจนพอหรือ? ตื้นเขินเสียจนเหมือนแอ่งน้ำเล็กๆที่ขังอยู่หลังฝนตกอย่างไรอย่างนั้นเจี่ยงชวี่อดไม่ไหวยื่นมือไปจับแขนของจางเจียเจิน เอ่ยว่า “เจียเจิน อย่าแก่เร็วเกินไปนัก!”แม้ว่าจางเจียเจินจะประหลาดใจ แต่กระนั้นก็ยังพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “ได้เลยๆ”รู้สึกเพียงว่าเจี่ยงชวี่คล้ายจะเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปเป็น…เหมือนว่าได้กลับไปยังบ้านเกิดอีกครั้ง ในช่วงเวลาที่คนทั้งสองต่างก็ยังเป็นลูกจ้างที่รับจ้างทำงานระยะสั้นในร้านเหล้าป๋ายเสวียน ไฉอู๋ ซุนชุนหวัง ตั้งใจมารอหมี่ลี่น้อยโดยเฉพาะภูเขาลูกเล็กนี้ของพวกเขาไม่มีการแบ่งสูงต่ำอะไร ล้วนเป็นสหายกันทั้งหมดตอนนี้ตัวก็สูงพอๆ กันแล้วจัดการกับเรื่อง ‘ย้ายบ้าน’ ให้เก้าอี้ในศาลบรรพจารย์เสร็จแล้ว แม่นางน้อยชุดดำก็วิ่งตะบึงออกมาไฉอู๋ถามคำถามที่นางสนใจที่สุด “ผู้พิทักษ์ฝ่ายขวา พวกเจ้านั่งประชุมกันในศาลบรรพจารย์ สามารถดื่มเหล้าได้หรือไม่?”หากว่าได้ นางก็จะตั้งใจฝึกตนให้มากกว่าเดิมแล้วเหล้าของในนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็น่าจะเป็นเหล้าหมักตระกูลเซียนที่ราคาแพงหูฉี่กระมัง?หมี่ลี่น้อยเกาแก้ม คำถามนี้ค่อนข้างตอบได้ยากนะจึงตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ “ได้…กระมัง”เจ้าขุนเขาคนดีไม่เคยบอกว่าไม่ได้ แต่ก็ไม่เคยเห็นใครดื่มมาก่อนนะ ต่อให้เป็นเจ้าขุนเขาคนดีกับเจ้าประมุขแห่งยุทธจักร ตำแหน่งขุนนางใหญ่ขนาดนั้น เมื่อครู่นี้ก็ยังมาดื่มกันที่ขั้นบันไดด้านนอกเลยนะป๋ายเสวียนยกสองแขนกอดอก “ปัญหาประเภทนี้ถามใต้เท้าอิ่นกวานโดยตรงไปเลยสิ”ไฉอู๋กล่าว “เจ้าขุนเขาเฉินยุ่งจะตายไป จะเจอตัวได้ง่ายๆรบกวนเขาได้ง่ายๆ ได้อย่างไร?”ซุนชุนหวังเปิดปากพูดอย่างที่หาได้ยาก “ใต้เท้าอิ่นกวานยุ่งก็ส่วนยุ่ง แต่มีความอดทนดีเยี่ยม”ปีนั้นติดตามใต้เท้าอิ่นกวานออกมาจากเกาะหลูฮวา นั่ง