ตอนที่ 2498
บทที่ 961.4 ถ่านไฟ
October 21, 2026
หวังจี้ได้ยินคำเตือนที่ไม่มีต้นสายปลายเหตุนี้ก็ไม่รู้ว่า ควรจะตอบอย่างไรดี ในฐานะบรรพจารย์ศาลสำ นักกุยหยกที่มีลำดับอาวุโส เท่ากับอดีตเจ้าสำ นักสวินยวน จางเฟิงกู่จึงรู้เรื่องวงใน มากกว่าหวังจี้ เมื่อหลายปีก่อน ผู้ฝึกกระบี่เหวยอิ๋งที่ยังรับตำแหน่งเป็น เจ้ายอดเขาจิ่วอี้เคยไปหาอดีตเจ้าสำ นักสวินยวน เสนอให้ สำ นักกุยหยกเป็นผู้นำ รวบรวมผู้ฝึกกระบี่ในใบถงทวีป เดินทางไปเยือนกำแพงเมืองปราณกระบี่ เอาอย่างอุตรกุรุทวีป เวลานานวันเข้าก็จะเหมือนนกนางแอ่นคาบดินโคลนมาทำรัง ใช้วิธีที่โง่เขลาที่สุด สุดท้ายช่วงชิงโคชะตาวิถีกระบี่จำ นวนที่ มากน่าดูชมส่วนหนึ่งมาให้ใบถงทวีป และสำ นักกุยหยกที่เป็น ผู้นำ ไม่แน่ว่าก็อาจมีโอกาสมีผู้ฝึกกระบี่…ขอบเขตบินทะยาน ปรากฏตัว!ตอนนั้นจางเฟิงกู่ที่เป็นศิษย์น้องของสวินยวนบังเอิญอยู่ ด้วยพอดี แต่สวินยวนไม่ได้ตอบตกลง ทั้งยังไม่ให้คำตอบที่ แน่ชัด พูดแค่ว่าเรื่องนี้ไว้ค่อยคุยกันอีกที และคำว่าค่อยคุยกัน อีกที แท้จริงแล้วก็คือสวินยวนไม่ต้องการให้พูดถึงอีก นี่ทำให้เหวยอิ๋งไม่เข้าใจอย่างมาก ไม่ถึงกับเกิดความ ไม่พอใจ แต่ผิดหวังกลับเลี่ยงไม่ได้ รอกระทั่งจางเฟิงกู่ไปถามเป็นการส่วนตัว ศิษย์พี่สวิน ยวนก็ยังไม่ได้บอกเหตุผล สุดท้ายเรื่องจริงได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ทั้งสวินยวนและ เหวยอิ๋งต่างก็ทำถูก ขณะเดียวกันก็ผิดกันทั้งคู่ สำ หรับตลอดทั้งใบถงทวีปแล้ว เหวยอิ๋งถูกสวินยวนผิด แต่สำ หรับตลอดทั้งสำ นักกุยหยกแล้ว กลับเป็นเหวยอิ๋งผิด สวินยวนถูก เพราะหากสำ นักกุยหยกมีความเกี่ยวข้องที่ลึกซึ้งกับ กำแพงเมืองปราณกระบี่มากเกินไป แสดงออกอย่างสะดุดตา มากเกินไป ศึกล้อมภูเขาที่กองทัพใหญ่เผ่าปีศาจมาโอบล้อม ครานั้น บางทีอย่างน้อยที่สุดอาจมีปีศาจใหญ่บนบัลลังก์เก่าเพิ่มมาอีกคน อย่างเช่นเฟยเฟย หรือไม่ก็หยวนโส่วบรรพจารย์ ย้ายขุนเขา หรือแม้กระทั่งอาจเพิ่มเชี่ยอวิ้นมาด้วยอีกคน กระโจมเจี่ยจื่อของใต้หล้าเปลี่ยวร้างอาจจะยอมจ่ายค่า เสียหายอย่างไม่เสียดาย ต่อให้ต้องถ่วงเวลาการโจมตีแจกัน สมบัติทวีปให้ล่าช้าออกไป ก็ต้องโค่นล้มยอดเขาทั้งหลายของ สำ นักกุยหยกให้ราบเรียบให้จงได้ ใช้สิ่งนี้มาเชือดไก่ให้ลิงดู แสดงท่าทีกับใต้หล้าไพศาลอย่างชัดเจนว่าบังอาจเป็นพวก เดียวกันกับกำแพงเมืองปราณกระบี่ นี่ก็คือจุดจบ แต่จางเฟิงกู่มั่นใจในเรื่องหนึ่ง ก็คือนับตั้งแต่วันนั้นมาศิ ษย์พี่สวินยวนก็ยอมรับในตัวเหวยอิ๋ง จึงได้เริ่มวางแผนสำ หรับ การเป็นเจ้าสำ นักในอนาคต ปูทางอย่างลับๆ ให้กับเหวยอิ๋ง ถึงขั้นที่ว่าในบางความหมายถือเป็นการทำลายประเพณี เดิมๆ ให้เจียงซ่างเจินที่ไม่ได้มาจากยอดเขาจิ่วอี้มารับหน้าที่ เป็นเจ้าสำ นักของสำ นักเบื้องล่าง และให้เหวยอิ๋งไปรับ ตำแหน่งเจ้าสำ นักเจินจิ้งที่แจกันสมบัติทวีปต่อจากเจียงซ่าง เจินอีกทีนี่เท่ากับว่าทั้งสองฝ่ายสลับตำแหน่งกัน ชัดเจนว่าสวิน ยวนได้เตรียมการสำ หรับผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้แล้ว ให้ เจียงซ่างเจินเฝ้าพิทักษ์ยอดเขาเสินจ้วนภูเขาบรรพบุรุษจนตัว ตาย ตายแล้วก็ตายไป แต่ก็ต้องให้เหวยอิ๋งและสำ นักเจินจิ้ง สืบทอดควันธูปของสำ นักกุยหยกต่อไปให้จงได้ นี่ก็หมายความว่า ตั้งแต่แรกเริ่มมา สวินยวนก็เห็นเจียง ซ่างเจินเป็นหินปูทางสำ หรับการรับหน้าที่เป็นเจ้าสำ นักของ เหวยอิ๋ง ให้เขาไปอยู่แจกันสมบัติทวีป คล้ายการแต่งตั้งอ๋องให้ ไปครองพื้นที่ศักดินา ผลคือรอกระทั่งศึกใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น กลับเปลี่ยนใจ เหมือนให้รัชทายาทออกไปให้ไกลห่างจาก เมืองหลวง อยู่ให้ห่างไกลจากความอันตราย ไกลจากสถานที่ ที่ไม่เหลือทางให้ถอยหนี ให้ ‘อ๋องเจ้าเมือง’ เข้าเมืองหลวง มาแทน เจียงซ่างเจินไม่รู้แผนการของอดีตเจ้าสำ นักสวินยวน หรือ? ต้องรู้ชัดเจนดี รู้กระจ่างอยู่แก่ใจ มีความไม่พอใจไหม?ไม่มีความไม่พอใจ ดังนั้นจางเฟิงกู่จึงมีความรู้สึกที่ซับซ้อนอย่างยิ่งต่อเจียง ซ่างเจิน เพราะต่อให้เป็นตัวของสำ นักกุยหยกเอง ผู้ฝึกตน ส่วนใหญ่ที่ได้ครอบครองเก้าอี้ในศาลบรรพจารย์ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังตระหนักไม่ได้ถึงเรื่องนี้ดูเหมือนว่าเจียงซ่างเจินเองก็ไม่เคยคาดหวังให้ใครรู้ถึงความจริงนี้ มีความสุขกับการถูกคนอื่นด่าต่อไป เจียงซ่างเจินไม่เคยเป็นคนที่ใจอ่อนมีเมตตา ในฐานะเจ้าประมุขสกุลเจียงที่ได้ครอบครองพื้นที่มงคลถ้ำ เมฆา สองมือเปื้อนเลือดต่อให้พูดถึงแค่สถานะของผู้ฝึกตน เจียงซ่างเจินที่ชอบออกเดินทางไกลเป็นประจำ หากพูดถึงเรื่องคุณธรรมส่วนตัว เจียงซ่างเจินมีที่ให้ประณามได้มากมายจริงๆ นี่คงจะเป็นเพราะคุณธรรมส่วนด่างพร้อย แต่ไม่เคยขาดแคลนน้ำใจไมตรีดังนั้นเจียงซ่างเจินถึงได้ถามใจตัวเองแล้วไม่ละอาย? ถามใจตัวเองแล้วไม่ละอาย ไม่ใช่เพราะมีใจเห็นแก่ตัว คำประณามหยามหมิ่นจากภายนอกอะไร ข้ามั่นคงไม่สะทกสะท้าน นั่นไม่เรียกว่าถามใจแล้วไม่ละอาย คนประเภทนี้ยิ่งอายุมากเท่าไร หนังหน้าก็ยิ่งหนามากเท่านั้น นั่นเรียกว่าแก่แล้วยังไม่ตายก็คือโจรเฒ่าเรื่องมาถึงขั้นนี้ ทุกอย่างสิ้นสุดดุจฝุ่นที่หล่นกลับสู่พื้นดินปีนั้นสวินยวนคิดอย่างไร ก็ไม่มีใครรู้ได้อีกแล้วบางทีคนเพียงคนเดียวที่รู้ก็คงมีแค่เจียงซ่างเจินเท่านั้นเพราะเคยฝึกตนอยู่บนยอดเขาเสินจ้วน ทั้งยังเป็นสวินยวนที่พาขึ้นเขามาด้วยตัวเอง ภายหลังยังเป็นผู้ฝึกกระบี่บนทำเนียบของสำ นักเจินจิ้ง ดังนั้นวันนี้สุยโย่วเปียนจึงตั้งใจพาลูกศิษย์เฉิงเฉาลู่มาพูดคุยกับจางเฟิงกู่และหวังจี้ สำ หรับสุยโย่วเปียนแล้ว นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่งแล้วหลังบอกลากันแล้ว เฉิงเฉาลู่ก็ถามเสียงเบาว่า “อาจารย์ไม่ได้เป็นขุนนาง รู้สึกผิดหวังหรือไม่?”สุยโย่วเปียนยิ้มกล่าว “ทำไมถึงได้คิดเช่นนี้ล่ะ?”เฉิงเฉาลู่เกาหัว “แค่ถามเฉยๆ”สุยโย่วเปียนย้อนถาม “ถ้าอย่างนั้นอาจารย์ไม่ใช่ทั้งบรรพจารย์ผู้คุมกฎ แล้วก็ไม่ใช่ผู้ถวายงานอันดับหนึ่ง ขอบเขตวิถีกระบี่ก็ไม่สูง ติดตามข้าเรียนวิชาหมัดฝึกกระบี่ ไม่ว่าอย่างไรก็ดูเหมือนจะไม่มีอนาคตมากนัก เจ้ารู้สึกผิดหวังหรือไม่?”เฉิงเฉาลู่ส่ายหน้าอย่างแรง “มีอะไรให้ต้องผิดหวังกัน”สุยโย่วเปียนกล่าว “วิชาหมัดเฉพาะของเฉินผิงอันจูเหลี่ยน หลูป๋ายเซี่ยง เว่ยเซี่ยน แน่นอนว่ายังมีของอาจารย์เอง เจ้าล้วนต้องตั้งใจเรียน ส่วนเรื่องที่ว่าสุดท้ายแล้วจะเรียนรู้ได้มากหรือน้อย ปณิธานอยู่ที่ตัวคน ผลสำ เร็จขึ้นอยู่กับฟ้าต้องดูที่ชะตาฟ้าลิขิต”เฉิงเฉาลู่กล่าวอย่างกังขา “วิชาหมัดของใต้เท้าอิ่นกวานก็เรียนได้ด้วยหรือ? ถือเป็นการขโมยเรียนหรือไม่ ไม่มีข้อห้ามหรือ?”สุยโย่วเปียนยิ้มกล่าว “ไม่มี”การร่วมงานพิธีครั้งที่สองของศาลบรรพจารย์ยอดเขาชิงผิง ทำไปตามลำดับขั้นตอนจากนั้นก็ถือว่าพิธีเฉลิมฉลองสิ้นสุดลงแล้ว เกี่ยวกับเรื่องของการขุดเจาะลำน้ำใหญ่ สถานที่ถึงกับเลือกเป็นศาลบรรพจารย์ยอดเขาชิงผิง นี่แสดงให้เห็นถึงระดับความสำ คัญที่สำ นักกระบี่ชิงผิงมีต่อเรื่องนี้นอกจากสำ นักกระบี่ชิงผิง ภูเขาไท่ผิง ราชวงศ์ต้าเฉวียนเรือนอวิ๋นฉ่าวผูซาน และยังมีสำ นักกุยหยก จางเฟิงกู่ หวังจี้ชิวจื๋อ เจียงเหิงก็ยังเชื้อเชิญหลิวจวี้เป่าและอวี้พ่านสุ่ยมาด้วย หลิวโยวโจวและสวีเซี่ยถือเป็นผู้ร่วมฟังทางฝั่งของสำ นักกระบี่ชิงผิงนี้ก็มีเฉินผิงอัน ฉางมิ่ง เหวยเหวินหลง เผยเฉียน เสี่ยวโม่ ชุยตงซาน หมี่อวี้ ชุยเหวย จ้งชิวเฉาฉิงหล่างจุดเดียวที่ค่อนข้างประหลาดก็คือ เหอกูลูกศิษย์ผู้สืบทอดของหมี่อวี้ที่เป็นผู้ถวายงานอันดับหนึ่งกับอวี๋เสียหุยลูกศิษย์ของผู้คุมกฎชุยเหวยก็ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วยอวี้พ่านสุ่ยมองกลุ่มของเฉินผิงอันที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ยิ้มเอ่ยว่า “ข้าสามารถเปลี่ยนที่นั่งได้หรือไม่ ข้ากับภูเขาเซียนตูของพวกเจ้าอันที่จริงถือเป็นพวกเดียวกันนะ”แม้ว่าฝ่ายของตัวเองจะมากคนมากอำนาจ อีกฝ่ายมองดูแล้วคนน้อยอำนาจบางเบา แต่ในความเป็นจริงแล้วแถวนี้ของตนมี ‘โจรในบ้าน’ มากกว่านะ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจได้เปรียบอิ่นกวานหนุ่มกับเจ้าสำ นักชุย เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเจ้าสองฝ่ายแบ่งงานกันอย่างชัดเจน คนหนึ่งรับผิดชอบหลอกหมาเข้าบ้าน อีกคนหนึ่งปิดประตูฆ่าหมู พวกคนของภูเขาไท่