ตอนที่ 2499
บทที่ 962.1 วัยเยาว์ผันผ่านอย่างรีบร้อน
October 21, 2026
ซิ่วไฉเฒ่าเดินก้าวยาวๆ ข้ามธรณีประตูเข้าไป โบกมือ บอกเป็นนัยแก่ทุกคนว่าไม่ต้องเปลี่ยนที่นั่ง ซิ่วไฉเฒ่านั่งลงบน ม้านั่งตัวยาวข้างกายชุยตงซาน ชุยตงซานริมฝีปากขมุบขมิบ น่าจะเรียกขานว่า ‘อาจารย์ ปู่’ แต่ไม่เปล่งเสียงออกมานั่นเอง เฉินผิงอันหยิบเหล้าหนึ่งกาและจอกเทพีบุปผาสิบสองใบ หนึ่งชุดออกมา ล้วนเป็นของที่ได้ติดมือมาจากการประชุมศาล บุ๋นคราวก่อน ให้หมี่ลี่น้อยช่วยแบ่งจอกและรินสุราให้ ซิ่วไฉเฒ่ารับจอกเหล้ามา หมี่ลี่น้อยรินเหล้าให้อาจารย์ผู้ เฒ่าเหวินเซิ่งเต็มจอกแล้วก็วางกาเหล้าไว้บนม้านั่งยาวข้าง กายอาจารย์ผู้เฒ่าเหวินเซิ่ง ซิ่วไฉเฒ่าถึงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ หยิบ ซองแดงปึกใหญ่ออกมาจากชายแขนเสื้อ ซองแดงทุกซองล้วน บรรจุเงินเกล็ดหิมะสองเหรียญ เงินไม่มาก แต่บนซองแดงล้วน มีประโยคมงคลรับวสันต์ น้ำหมึกเพิ่งจะแห้งไปได้ไม่นานก่อนที่ซิ่วไฉเฒ่าจะออกมาจากสวนกงเต๋อได้ตั้งใจขอให้ คนเขียนให้โดยเฉพาะ ดังนั้นหลังจากที่ซิ่วไฉเฒ่ามอบซองแดงให้กับหมี่ลี่น้อย แล้วก็ยิ้มเอ่ยเตือนว่า “หมี่ลี่น้อย อย่าทำซองแดงหายนะ พอ จะมีค่าอยู่บ้างเล็กน้อย อีกทั้งหลักๆ แล้วคือหายาก ไม่ได้มีให้ เห็นกันบ่อยๆ อนาคตหากวันใดขาดเงินก็เอาไปที่สำ นักศึกษา กวานหูหรือไม่ก็สำ นักโองการเทพของแจกันสมบัติทวีปพวก เจ้า หาคนซื้อที่ดูของออก หากให้ราคาต่ำกว่าสองเหรียญเงิน ฝนธัญพืชก็อย่าขายเด็ดขาด” ชุยตงซานสะบัดซองแดงในมือ ได้ยินเสียงดังแกร่กๆ คือ เงินเกล็ดหิมะสองเหรียญ ไม่ใช่เงินร้อนน้อยหรือเงินฝนธัญพืช ผลคือถูกซิ่วไฉเฒ่าตบหัวเข้าให้ หมี่ลี่น้อยถือซองแดงไว้ด้วยสองมือ ก้มศีรษะคารวะ โน้มตัวต่ำ เอ่ยเสียงใสกังวานว่า “สวัสดีปีใหม่อาจารย์ผู้เฒ่า เหวินเซิ่ง ขอบคุณอาจารย์ผู้เฒ่าเหวินเซิ่ง ขอให้อาจารย์ผู้เฒ่า เหวินเซิ่งมีความสุขดุจมหาสมุทรบูรพามีอายุขัยยืนยาวยิ่งกว่า ภูเขาหนันซาน ยิ่งอยู่ยิ่งอ่อนเยาว์ อารมณ์ดีทุกวัน”ซิ่วไฉเฒ่าลูบหนวดยิ้ม “ตกลง ตกลง” แม้แต่เฉินผิงอันก็ยังได้ซองแดงหนึ่งซอง เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “อาจารย์ ข้าอายุมากขนาดนี้แล้ว ของข้าไม่ต้องหรอก” ซิ่วไฉเฒ่าส่ายหน้า “อยู่กับอาจารย์ พวกเจ้าล้วนเป็น เด็กน้อย รับไว้ รีบรับไว้เร็วเข้า” เฉินผิงอันจึงได้แต่เก็บซองแดงมา ตัวอักษรที่เขียนไว้ ข้างบนล้วนมาจากลายมือของคนคนเดียวกัน แต่เนื้อหาของ ถ้อยคำมงคลบนซองแดงแต่ละซองกลับต่างกันอยู่บ้าง ยกตัวอย่างเช่นซองของชุยตงซานนั้นเขียนว่าปีใหม่มหามงคล บนซองแดงของเฉินผิงอันเขียนว่า ‘ทั้งครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข ’ ในเมื่อสามารถแน่ใจแล้วว่าไม่ใช่ลายมือของหลี่เซิ่งและจิง เซิงซีผิง นั่นก็เป็นได้แค่ลายมือของปรมาจารย์มหาปราชญ์ แล้ว? ซิ่วไฉเฒ่าจิบเหล้าหนึ่งอึก กาลเวลานั้นไร้เหตุผลเป็น ที่สุด เหมือนโจรคนหนึ่งที่ต่อยตีกับคนอื่นโดยที่ไม่เคยพ่ายแพ้ มาก่อน ขโมยของก็ไม่เคยพลาดมาก่อน เฉินผิงอันเติบใหญ่แล้ว อยู่ในวัยไม่สับสนแล้ว เป่าผิงน้อยและเผยเฉียนก็เติบโต แล้ว ถ้าอย่างนั้นสายเหวินเซิ่ง ตอนนี้ก็เหลือแค่ลูกศิษย์ของ จวินเชี่ยน เจิ้งโย่วเฉียนเท่านั้นที่ยังถือว่าเป็นเด็กน้อยได้อย่าง แท้จริง ดังนั้นซิ่วไฉเฒ่าจึงหันไปมองเจิ้งโย่วเฉียน หัวเราะร่าเอ่ย ว่า “โย่วเฉียนอ่า ฉวยโอกาสที่อาจารย์อาน้อยของเจ้ายังหนุ่ม หนุ่มมากๆ อย่าได้รีบร้อนเติบโตเลย อายุน้อย ออกจากบ้าน ไปอยู่ข้างนอกก็ไม่ต้องรู้ความมากนัก ขอแค่เป็นเรื่องที่มีเหตุผลก็ไม่ต้องกลัว ทะเลาะได้ก็ทะเลาะ ต่อยตีได้ก็ต่อยตี สู้ไม่ได้ก็ไม่ต้องรีบหนี บอกชื่ออาจารย์อาน้อยออกไป ถามอีกฝ่ายไปเลยว่ากลัวหรือไม่กลัว”เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “หากบอกชื่อของอาจารย์อาน้อยแล้วยังไม่ได้ผลก็รีบบอกชื่อของอาจารย์ปู่ไปเลย”ซิ่วไฉเฒ่าหัวเราะฮ่าๆ “บอกชื่อของข้า ระวังว่าจะโดนซ้อมสองรอบ”เจิ้งโย่วเฉียนเอ่ยเสียงเบา “อาจารย์บอกว่าข้านิสัยแย่ไม่ให้ข้าต่อยตีกับคนอื่น”อันที่จริงก่อนที่หลิวสือลิ่วจะออกไปจากใต้หล้าไพศาลก็เคยพูดเรื่องนี้กับเจิ้งโย่วเฉียนมาก่อนจริงๆ หากว่าถูกใครรังแกเข้าจริงๆ ก็ห้ามไปรบกวนอาจารย์ปู่ ให้ไปหาอาจารย์อาน้อยของเจ้าซิ่วไฉเฒ่าบ่นอุบ “พูดจาเหลวไหล คราวหน้าข้าได้เจอจวินเชี่ยน จะต้องตำหนิเขาสักสองสามคำให้ได้ โย่วเฉียนนิสัยแย่เสียที่ไหน รับรองดูแลผู้คน มีมารยาทรู้กฎรู้ระเบียบมากเลยต่างหาก”เฉินผิงอันยิ้มบางๆ “ศิษย์พี่จวินเชี่ยนพูดไม่ผิดเสียหน่อยลูกศิษย์ผู้สืบทอดและลูกศิษย์ของลูกศิษย์สายเหวินเซิ่งพวกเรา มีใครบ้างที่นิสัยดี อืม บางทีอาจมีแค่เป่าผิงกับฉิงหล่างที่ดีเล็กน้อย”หลี่เป่าผิงยิ้มตาหยี “ธรรมดา ธรรมดา”เฉาฉิงหล่างยิ้มไม่พูดอะไรซิ่วไฉเฒ่ายกจอกเหล้าขึ้น สูดเหล้าดังซู้ด “ก็จริง ก็จริง”ชุยตงซานยิ้มกว้าง กล้าเถียงและขัดคอต่อหน้าซิ่วไฉเฒ่า อีกทั้งซิ่วไฉเฒ่ายังรู้สึกว่าไม่เป็นไร ก็มีแค่อาจารย์ของตนคนเดียวจริงๆ แล้วซิ่วไฉเฒ่าถาม “ผิงอัน ช่วงนี้มีความมั่นใจเรื่องกลับคืนมาเป็นห้าขอบเขตบนอีกครั้งไหม?”เฉินผิงอันพยักหน้า “มั่นใจ”ซิ่วไฉเฒ่าถึงได้วางใจ เอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้นข้าก็สามารถอนุญาตให้รายงานขุนเขาสายน้ำฉบับหนึ่งแจกจ่ายออกไปได้แล้ว ถือว่าช่วยชี้แจงให้เจ้าอย่างกระจ่างว่า เมื่อผ่านศึกของภูเขาทัวเยว่ขอบเขตถดถอยไปมาก จำ เป็นต้องปิดด่านนานหลายปี”ทุกวันนี้ข้อห้ามที่ศาลบุ๋นมีต่อรายงานของสำ นัก เรียกได้ว่าเข้มงวดมากที่สุดในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา นอกจากอิงตามการตัดสินใจของการประชุมศาลบุ๋นครั้งก่อน ไม่อนุญาตให้รายงานความคืบหน้าของการศึกในเปลี่ยวร้างโดยพลการถึงขั้นที่ว่าแม้แต่ตัวของสงครามใหญ่ครั้งนี้เองก็ไม่อนุญาตให้จวนเซียนบนภูเขาลูกใดวิพากษ์วิจารณ์อย่างส่งเดชแล้วนอกจากนี้เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของผู้ฝึกตนใหญ่บนยอดเขาไม่ว่าคนใดก็ตามของไพศาล รายงานข่าวของแต่ละฝ่ายห้ามกล่าวถึงเด็ดขาด มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่เป็นข้อยกเว้นอย่างเรื่องที่สิงกวานหาวซู่สังหารหนันกวงจ้าว รวมไปถึงเรื่องที่สำ นักซานไห่บอกกล่าวแก่ใต้หล้าไพศาลโดยพลการถึงเรื่องที่เซียนกระบี่หลายท่านของกำแพงเมืองปราณกระบี่ร่วมมือกันไปถามกระบี่ที่เปลี่ยวร้าง และยังมีเรื่องที่เฉินผิงอันสามารถใช้กระบี่ฟันเปิดภูเขาทัวเยว่เพียงลำพังและแกะสลักตัวอักษรใหม่ล่าสุดลงบนหัวกำแพงเมือง…นี่ยังเป็นเพราะสำ นักซานไห่ละเมิดกฎ กระทำการโดยพลการ หากไม่เป็นเพราะหลังจบเรื่องเหวินเซิ่งช่วยพูดให้ บวกกับที่อิ่นกวานหนุ่มที่ชื่อเสียงเลื่องลือไปทั้งใต้หล้าผู้นั้นก็เป็นลูกศิษย์ปิดสำ นักของซิ่วไฉเฒ่าเป็นเหตุให้เรื่องนี้ในเมื่อเหวินเซิ่งยอมใจกว้างละเว้น ทางฝั่งของศาลบุ๋นถึงได้ใช้มาตรการลงโทษแค่พอเป็นพิธีด้วยการทำเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องเล็ก หักเงินเทพเซียนก้อนหนึ่ง