ตอนที่ 132
บทที่ 132
October 21, 2026
"ตุบ......"
เสียงอันดังปรากฏขึ้นอีกครั้งราวกับว่าบนพื้นราบเกิดระเบิดใหญ่ขึ้นมาเสียงหนึ่ง
สวีซานเหนียงก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยใบหน้าอันซีดเซียว ส่วนชายหนุ่มนั้นกระอักเลือดออกมา อวัยวะภายในทั้งหมดกระเพื่อมอย่างรุนแรง หากว่าไม่ได้จับกำแพงเอาไว้เกรงว่าจะล้มลงไปนานแล้ว
“เจ้านั้นใช้วิธีการทุ่มสุดชีวิตต่อสู้กับข้า เจ้ารู้หรือไม่ว่าหากยังต่อสู้กันต่อข้าจะไม่ตายแต่เจ้าจะตายอย่างไม่ต้องสงสัย”
“ก็เป็นแค่ชีวิตอันไร้ค่าตายก็ตายสิ” ชายหนุ่มทนฝืนกลืนกลิ่นคาวลงในลำคอเพื่อพยายามทำให้ตนเองดูปกติดีที่สุด
สวีซานเหนียงตะโกนร้อง "นางเกี่ยวข้องอะไรกับเจ้ากันแน่?"
“ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันทั้งสิ้นก็เพียงแค่ไม่ต้องการให้เจ้าได้ระฆังวิญญาณสะบั้นไปก็เท่านั้นเอง”
“ช่างดีนัก บัญชีนี้พวกเราวิญญาณทั้งเจ็ดแห่งหุบเขามืดจดจำเอาไว้แล้ว เจ้าก็คอยรอการแก้แค้นอันบ้าคลั่งของพวกเราเถอะ”
สวีซานเหนียงจ้องไปยังกู้ชูหน่วนและชายหนุ่มด้วยสายตาอันเกลียดชัง ท้ายที่สุดแล้วไม่รู้ว่าด้วยเหตุอันใดจึงจากไปด้วยความโกรธเกลียด
เมื่อนางจากไปชายหนุ่มก็กุมหน้าอกเอาไว้แน่น พร้อมกับกระอักเลือดอีกคำใหญ่ออกมา ขาทั้งสองก็คุกเข่าลงอย่างควบคุมตัวเองไว้ไม่อยู่ราวกับว่ากำลังแบกรับความทุกข์ทรมานอันแสนสาหัส
"เจ้าไม่เป็นไรนะ"
กู้ชูหน่วนโยนเมล็ดทานตะวันทิ้งไปแล้วเดินไปข้างกายเขา
"พรึ่บ......"
มือทั้งสองข้างของชายหนุ่มคว้ามือเอาไว้ มั่วฉินที่เหลืออยู่ก็อยู่ตรงคอของนางแล้วกล่าวอย่างเย็นชาว่า "ส่งระฆังวิญญานสะบั้นมา"
“อวัยวะภายในทั้งหมดได้รับบาดเจ็บสาหัสหากว่าไม่รักษาให้ดีก็จะเป็นอันตรายถึงชีวิตเอาง่ายๆ พอดีว่าข้ามียาที่สามารถรักษาเจ้าได้”
“ส่งระฆังวิญญาณสะบั้นมา”
“ไม่ใช่ว่าข้าไม่ให้ แต่ว่ามีคนมาอีกกลุ่มหนึ่งแล้ว เจ้าดูสิ”
กู้ชูหน่วนชี้ไปยังระยะไกล ที่โน่นมีคนมาอีกห้าหกสิบคนซึ่งอยู่ในสถานการณ์โอบล้อมโดยล้อมรอบพวกเขาเอาไว้
ชายหนุ่มทนฝืนร่างกายอันบาดเจ็บโดยกัดฟันลุกยืนขึ้น ร่างผอมบางนั้นยืดตรงและเผชิญหน้าไปทางยอดฝีมือสี่ห้าสิบคนด้วยแววตาเย็นชา
“พวกเรามาหานางหากไม่อยากตายก็รีบไปให้พ้น” ชายชุดดำชี้ไปยังกู้ชูหน่วน
ชายหนุ่มเงียบขรึมไม่พูดจาแต่ว่าร่างกายนั้นสงบนิ่งไม่ขยับเขยื้อนราวกับก้อนหิน
ไร้ซึ่งคำกล่าวทว่าเขานั้นได้คิดวางแผนเอาไว้แล้ว
"รนหาที่ตาย"
ชายชุดดำตะโกนด้วยความโมโหและคนทั้งกลุ่มก็จับง้าวโจมตีชายหนุ่มทีละคนๆ
ความสามารถอันร้ายกาจของชายหนุ่มคือการโจมตีด้วยเสียง แต่มั่วฉินถูกสวีซานเหนียงทำลายไปแล้วจึงต้องปะทะกันกับพวกเขาเท่านั้น
ตรอกเล็กๆนั้นเต็มไปด้วยเสียงต่อสู้กันตลอดทั้งคืน ทำให้ผู้คนที่อยู่ใกล้ๆหวาดกลัวจนไม่กล้าออกจากประตู