ตอนที่ 126
บทที่ 126 ทุ่งหญ้า
October 28, 2026
นับจากปฏิกิริยาของกู้ชิวเยว่ในวันนั้น กู้ชิวเหลิ่งก็มีความคิดที่จะผลักดันกู้ชิวเยว่ให้เป็นผู้ต้องสงสัย
ประการแรกคือเอี้ยนซานเหนียงจะได้หลุดจากการเป็นผู้ต้องสงสัย ประการที่สองคือสามารถเพิ่มความขัดแย้งระหว่างตระกูลฉินและตระกูลกู้ได้
อวี้ฉือจ้านเอ่ย "เรื่องก็ดำเนินมาถึงครึ่งทางแล้ว ไม่ทราบขั้นตอนต่อไปคุณหนูรองจะให้ข้าทำอะไรบ้าง?"
กู้ชิวเหลิ่งเลิกคิ้ว "ในเมื่อเซ่อเจิ้งหวางต้องการปลุกปั่นให้ทั้งสองตระกูลต่อสู้กัน แน่นอนว่าต้องราดเกลือบนบาดแผล เพิ่มความร้อนแรงจึงจะสนุก และเรื่องเดียวที่เพิ่มความเข้าใจผิดของทั้งสองตระกูลได้ ก็มิใช่เรื่องกู้ชิวเซียงและฉินเซียงเหลียนหรือ?"
กู้ชิวเหลิ่งกล่าวได้ถูกต้องโดยแท้ แม้แต่อวี้ฉือจ้านก็ยังพึงพอใจพยักหน้า
ยามนี้กู้ชิวเหลิ่งกำลังสวมชุดคลุมสีรากบัวอยู่ ข้างในเป็นสีเขียวอ่อน เมื่ออยู่ท่ามกลางแสงไฟงดงามยิ่ง แววตาของอวี้ฉือจ้านกลายเป็นอ่อนโยนมากขึ้นเรื่อยๆ เอ่ย "ดึกมากแล้ว ข้าจะให้จีเฟิงส่งเจ้ากลับไป"
"ขอบคุณเซ่อเจิ้งหวางมาก"
กู้ชิวเหลิ่งไม่ได้เกรงใจอวี้ฉือจ้าน นับแต่วันแรกที่พบกับอวี้ฉือจ้าน นางก็ทราบอุปนิสัยของคนผู้นี้ว่าเป็นคนพูดคำไหนเป็นคำนั้น แต่สถานการณ์ในเวลานี้ต่างจากอดีตแล้ว นางมิไม่ใช่บุตรีอนุที่ไม่สะดุดตาอีก ในฐานะที่เป็นหนิงจวิ้นจู่แห่งต้าเยียน หากออกนอกเคหสถานกลางดึกแล้วเจอกับคนร้ายจะต้องเกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงแน่
หากได้จีเฟิงคุ้มครองอยู่ข้างกายก็จะปลอดภัยไร้กังวล
อวี้ฉือจ้านส่งกู้ชิวเหลิ่งออกจากห้องหนังสือ แหงนหน้ามองท้องฟ้าอันไร้เมฆหมื่นลี้ หลังจากครุ่นคิดอีกพักหนึ่งแล้ว ก็พลันเอ่ยขึ้น "ข้าจะส่งเจ้ากลับไป"
กู้ชิวเหลิ่งเม้มริมฝีปาก อย่างไรก็รู้สึกทะแม่งๆ ที่อวี้ฉือจ้านนั่งรถม้าคันเดียวกับนาง ดังนั้นจึงเอ่ย "เซ่อเจิ้งหวางมีงานมากมาย เหน็ดเหนื่อยไม่น้อย ไม่รบกวนให้ท่านส่งด้วยตนเองหรอก"
"ข้าจัดการงานเรียบร้อยแล้ว จะส่งว่าที่ชายาสักหน่อยมีอะไรไม่เหมาะหรือ?"
จีเฟิงเหลือบมองฎีกาที่กองพะเนินเป็นภูเขาเลากาในห้องหนังสือแวบหนึ่ง ไอแห้งทีหนึ่ง นั่นยังเรียกว่าจัดการงานเรียบร้อยแล้วหรือ?
กู้ชิวเหลิ่งย่อมสังเกตเห็นฎีกาที่อยู่บนโต๊ะนั่นด้วย แต่กลับเลิกคิ้วยิ้มมุมปาก "ได้ ในเมื่อเซ่อเจิ้งหวางมีอารมณ์ผ่อนคลาย เช่นนั้นก็รบกวนแล้ว"
อย่างไรที่เสียก็มิใช่เวลาของนาง ในเมื่ออวี้ฉือจ้านยินดีที่จะเสียเวลาอย่างเปล่าประโยชน์ เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรที่จะไม่ได้
จีเฟิงกระแอมกระไออีกหน ฎีกาที่อยู่บนโต๊ะเหล่านั้นไม่ใช่ฎีกาธรรมดา วันพรุ่งยังต้องถวายให้ฝ่าบาททอดพระเนตรอีก ถึงตอนนั้นหากส่งฎีกาพวกนี้ไปไม่ทัน เรื่องบ้านเมืองต้องช้าไปอีกหลายวันแน่
อวี้ฉือจ้านไม่เพียงไม่ยี่หระ อีกทั้งยังรู้สึกน่าสนใจยิ่ง ดังนั้นจึงสั่งจีเฟิง "ไปเรียกฝู้ซื่อจื่อมา ให้เขามาที่ห้องหนังสือ สาเหตุรายละเอียดให้เขาขบคิดเอาเอง"
จีเฟิงขนลุกขนพองไปทั้งตัว เป็นที่ทราบกันดีว่าฝู้จื่อโม่ไม่ชอบอ่านหนังสือราชการ จำได้ว่าคราวก่อนนายของตนให้ฝู้จื่อโม่อ่านหนังสือราชการ สุดท้ายฝู้จื่อโม่เหม่อไปครึ่งเดือนก็ยังไม่มีชีวิตชีวา สำหรับฝู้จื่อโม่ช่วงเวลานั้นเรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความมืดมน ขอเพียงมีตัวหนังสือปรากฏอยู่ตรงหน้า เขาก็เป็นต้องกระวนกระวายอย่างอดกลั้นไม่อยู่
"แบบนี้...ไม่ดีกระมังขอรับ ดึกมากแล้ว เกรงว่าฝู้ซื่อจื่อจะพักผ่อนแล้ว..."
"เช่นนั้นก็หิ้วเขามาจากบนเตียง"
ใบหน้าจีเฟิงปรากฏอารมณ์หมดความอาลัยอาวรณ์แห่งชีวิตแล้ว เขาเป็นผู้ที่ต้องล่วงเกินคนดังคาด คราวที่แล้วล่วงเกินเซียนพิษเมิ่งจิ่วไป มาคราวนี้ยังต้องล่วงเกินฝู้จื่อโม่อีก
"ข้าน้อย...รับทราบ"
กู้ชิวเหลิ่งราวกับไม่เห็นความโศกเศร้าอาดูรที่มีอยู่เต็มใบหน้าจีเฟิง ใช้โอกาสนี้จัดการฝู้จื่อโม่สักหน่อยก็เหมือนว่าจะไม่เลว
หลังจากนั่งบนรถม้า อวี้ฉือจ้านและกู้ชิวเหลิ่งก็ปราศจากวาจาตอกัน ผู้ใดก็ไม่คิดจะปริปาก