ตอนที่ 142
บทที่ 142 หลักการรับแขกของข้า
October 28, 2026
สายตาของชายผู้นั้นทอดตกบนตัวกู้ชิวเหลิ่งที่อยู่ตรงทางเดินชั้นสอง ตั้งแต่เมื่อครู่ก็รู้สึกได้ถึงเส้นสายตาเย็นชา เขามีสัมผัสว่องไวอยู่เสมอ ครั้นช้อนตาขึ้นก็เห็นโฉมหน้าพริ้มเพราของกู้ชิวเหลิ่ง เส้นผมดำสยายแผ่ปกคลุม มวยผมปักด้วยปิ่นหยกเขียว ปลายผมยังชื้นเล็กน้อย ผิวพรรณขาวเนียน แม้รูปร่างจะไม่สูง แต่กลับมีบุคลิกเย็นชากดดันผู้คน
ครั้นมองไปก็เห็นว่าเป็นอิสตรีที่น่าสนใจคนหนึ่งโดยแท้
รอยยิ้มบนใบหน้าสตรีในชุดผ้าโปร่งสีเขียวแข็งเกร็งในบัดดล แล้วจึงเอ่ย “คุณชาย นี่คือแขกของเถ้าแก่เรา ไม่ใช่แม่นางของหอเฟิงเยว่ มิอาจรับรอง...”
ชายผู้นั้นดื่มสุราจอกหนึ่ง ยังคงจดจ่ออยู่แต่กับกู้ชิวเหลิ่ง “รับรองไม่ได้? ดูท่าสถานเริงรมย์ในเมืองหลวงต้าเยียนยังมีคุณหนูบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่อีก?”
กู้ชิวเหลิ่งเลิกคิ้ว แม้ไม่ได้ขยับเขยื้อน แต่กลับเห็นดวงตาของชายคนนั้นว่ามีสีครามดุจมหาสมุทร ต้าเยียนไม่มีนัยน์ตาเช่นนี้แน่นอน
“ชนเผ่าแห่งน่านน้ำ หากข้าเดาไม่ผิด ท่านคือเป่ยไห่เฟิง?”
เป่ยไห่เฟิงสำรวมรอยยิ้ม การมาคราวนี้ของเขาถือว่าทำตัวให้เป็นที่สนใจไปทั่ว แต่กลับไม่มีคนใหญ่คนโตทราบฐานะของเขา เพราะคนของเจ้าน่านน้ำจะดำรงชีพอยู่ตามชายฝั่ง ทุกสิบปีจะมาแผ่นดินใหญ่หนหนึ่ง ปัจจุบันจึงมีคนจำนวนมากที่ไม่รู้จักชนเผ่าเจ้าแห่งน่านน้ำแล้ว
แต่กลับคิดไม่ถึง แม่นางน้อยคนหนึ่งกลับรู้ฐานะของเขา
กู้ชิวเหลิ่งเคยอ่านตำราโบราณเล่มหนึ่ง แต่ไหนมาจะมีเพียงผู้สืบทอดเชื้อสายจากตระกูลสายหลักเท่านี้จึงจะมีนัยน์ตาต่างจากคนปกติ
มีเรื่องเล่าว่าในอดีตชนเผ่าเจ้าแห่งน่านน้ำคือเผ่ามังกรตงไห่ ภายหลังเผ่ามังกรตงไห่ถูกลดฐานะเป็นเผ่าปีศาจ และเนื่องจากรัชทายาทมังกรตนหนึ่งสังหารมนุษย์ ดังนั้นจึงถูกเง็กเซียนฮ่องเต้ลงโทษให้เป็นมนุษย์ตราบชั่วลูกชั่วหลาน ครั้นรัชทายาทมังกรกลับชาติมาเกิด ก็เทียบเท่ากับเพื่อมาเป็นผู้ปกครองเจ้าแห่งน่านน้ำ ดังนั้นเมื่อถือกำเนิดจะมีนัยน์ตาสีครามเข้มดุจท้องทะเลที่ชวนให้คนสะดุดตา
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงเรื่องเล่า ทว่ากู้ชิวเหลิ่งเอนเอียงกับการอธิบายอีกอย่างหนึ่งมากกว่า นั่นก็คือเจ้าน่านน้ำเคยเป็นคนต่างเผ่า ภายหลังมีครอบครัวกับสตรีในพื้นที่ จึงให้กำเนิดบุรุษที่มีนัยน์ตาของคนต่างเผ่าและที่มีหน้าตาเป็นชาวฮั่น
และนามทุกยุคทุกสมัยของเจ้าน่านน้ำต่างเรียกว่าเป่ยไห่เฟิง
อวี้ฉือจ้านได้ยินเสียงเอะอะที่อยู่ข้างนอก จึงเดินออกมายืนเคียงข้างกู้ชิวเหลิ่ง แล้วก้มหน้ามองเป่ยไห่เฟิงที่อยู่ชั้นล่าง ท่าทางนั้นเต็มไปด้วยความเหยียด
หลังจากเป่ยไห่เฟิงเห็นอวี้ฉือจ้านแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าก็ค่อยๆ เลือนหายไป
หากกล่าวถึงความชอบของเขา ทุกสิ่งที่เขาปรารถนาจะไม่อนุญาตให้คนอื่นแย่งชิงเด็ดขาด
น้ำเสียงของอวี้ฉือจ้านเย็นชายิ่ง “หงซิ่ว ปิดประตูส่งแขก”
หงซิ่วอยู่ชั้นล่าง สีหน้าเปลี่ยนพลัน เอ่ยด้วยความนอบน้อม “เจ้าค่ะ”
หอเฟิงเยว่ก็มีแขกบางตาอยู่แล้ว แต่หลังจากส่งแขก ที่นี่จึงเหลือเพียงคนของเป่ยไห่เฟิงและองครักษ์ลับที่ซ่อนตัวอยู่ในหอเฟิงเยว่ หากเทียบแล้วก็แทบเรียกว่าคนของเป่ยไห่เฟิงมีเพียงหยิบมือ
เป่ยไห่เฟิงเล่นมุกทะเลที่อยู่ตรงเอว เอ่ย “เป็นอย่างไรบ้าง เราไม่ได้เจอกันตั้งสิบปีแล้ว”
อวี้ฉือจ้านเอ่ยเสียงเย็น “ที่เจ้าน่านน้ำมาเยือนต้าเยียนคราวนี้ ไม่ทราบมีเรื่องอันใด”
เป่ยไห่เฟิงตอบโดยพลัน “ว่างเว้นการงาน จึงมาเที่ยวเตร่”
กู้ชิวเหลิ่งเปิดปากเอ่ย “แม่นางของหอเฟิงเยว่จะรับแขกในตอนกลางคืน มิได้ขายเรือนร่าง ดังนั้นแม่นางในที่นี้ทั้งหมดจึงเป็นสตรีบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่เพียงแต่ข้าคนเดียว ในเมื่อเจ้าน่านน้ำต้องการความสำราญก็มิสู้ไปที่อื่นจะดีกว่า หอคณิกาที่เจ้าน่านน้ำกล่าวถึงเมื่อครู่ ทางตรอกตรงข้ามเลี้ยวซ้ายก็คือหอชุนเฟิงเต๋ออี้อันไร้รสนิยมและคึกคัก ค่อยเดินไม่ส่ง”
ทันใดนั้นเป่ยไห่เฟิงก็โยนมุกทะเลที่อยู่ตรงเอว เอ่ย “ที่ข้าชอบคือเจ้า วันนี้ย่อมต้องพาไป ข้า ต้องการ ให้เจ้า เล่นสนุกกับข้าจนหนำใจ”