ตอนที่ 144
บทที่ 144 เคลื่อนย้ายศพ
October 28, 2026
ผู้ใต้บังคับบัญชาออกมารวมตัวกันแล้ว เปียนเจียงเอ่ยด้วยความเคารพ “ท่านแม่ทัพ ไม่พบร่างของคุณหนูใหญ่ขอรับ”
กู้ชิวถางพยักหน้า เอ่ย “ตอนนี้ในจวนเกิดเรื่อง เจ้าอยู่ที่นี่คนเดียวข้าก็ไม่ค่อยวางใจนัก ถ้าเจ้าต้องการคน ข้าจะทิ้งไว้ให้เจ้าคนหนึ่ง จะได้คุ้มครองเจ้าด้วย”
กู้ชิวเหลิ่งส่ายหน้า “ข้าชอบความสงบ ที่นี่มีจูเอ๋อร์คนเดียวก็พอแล้ว อีกอย่างตอนนี้ข้าก็เป็นจวิ้นจู่ที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้ง ใครจะกล้าทำอะไรข้าอีก?”
กู้ชิวถางเอ่ยอย่างหนักใจ “ก็กลัวแต่เจ้ากำลังเป็นที่จับจ้องในระยะนี้ จะมีคนมาหาเรื่องเจ้านะสิ”
กู้ชิวเหลิ่งกล่าว “ท่านพี่โปรดวางใจ ในจวนน่าจะยังมีจุดที่ยังไม่ได้ค้นหา อย่างเช่นหลังเขากับห้องซักผ้า น่าจะไปค้นหาให้ละเอียดนะเจ้าคะ”
กู้ชิวถางเอ่ย “เช่นนั้นช่วงนี้เจ้าก็ระวังหน่อย ข้าจะพยายามหาตัวการให้พบ หวังว่าจะคืนช่วงเวลาแห่งความสงบสุขในจวนได้”
กู้ชิวเหลิ่งเพียงแย้มยิ้ม กระทั่งกู้ชิวถางจากไปแล้ว กู้ชิวเหลิ่งจึงกล่าวช้าๆ “น่ากลัวว่าจะไม่มีช่วงเวลาแห่งความสงบสุขแล้ว”
และช่วงเวลาแห่งความสงบสุขของนางก็ถึงปลายทางแล้วเช่นกัน
ร่างของกู้ชิวเซียงถูกเปิดเผยต่อหน้าธารกำนัลก่อน จากนั้นก็เกิดเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ ตระกูลกู้ในยามนี้ยังทำศพของกู้ชิวเซียงหายอีก หากว่าก่อนหน้านี้ตระกูลฉินเดือดดาลสิบส่วน เช่นนั้นยามนี้ก็น่าจะเพิ่มเป็นสิบสองส่วน อย่าว่าแต่กู้ชิวเซียงที่เป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ที่ยังไม่ได้ออกเรือน ต่อให้เป็นศพของหญิงชาวบ้านหายไปยังเป็นเรื่องใหญ่เทียมฟ้า
ก็สมควรที่กู้หนานเฉิงจะเดือดเนื้อร้อนใจ ก่อนหน้านี้ตระกูลฉินกับตระกูลกู้แค่แตกหักกัน เวลานี้ดูแล้วก็แทบจะกลายเป็นศัตรูไม่อาจอยู่ร่วมโลก การที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลย่ำแย่มาถึงตอนนี้ เป็นเรื่องที่กู้หนานเฉิงเองก็คาดไม่ถึง
กู้ชิวเหลิ่งเลื่อมใสหมากตานี้ของอวี้ฉือจ้านมาก
จูเอ๋อร์ช่วยถอดชุดนอกของกู้ชิวเหลิ่ง จากนั้นก็มองไปมองมาอย่างฉงนฉงาย “คุณหนู วันนี้ตอนที่ท่านออกไปไม่ได้ใส่ชุดนี้นี่เจ้าคะ?”
กู้ชิวเหลิ่งถอนสมาธิจากการคิดกลับมา เอ่ย “ตัวนั้นเปื้อนก็เลยทิ้งไปแล้ว”
“จริงสิ วันนี้เจ้าได้ไปเยี่ยมกู้เจินหรือไม่?”
จูเอ๋อร์ส่ายหน้า “ทำไมจู่ๆ คุณหนูก็ถามถึงเขาล่ะเจ้าคะ? ปกติบ่าวจะเว้นสองสามวันถึงจะไปหนหนึ่ง วันนี้ยังไม่ได้ไปเลยเจ้าค่ะ”
กู้ชิวเหลิ่ง “อ้อ” เบาๆ วันนี้กู้เจินปรากฏตัวได้ทันเวลามาก หากไม่ใช่เพราะมีดบินของเขารวดเร็ว ด้วยแผลที่ไหล่ซ้ายนางคงทัดทานคนพวกนั้นไม่ได้แน่ แต่...กู้เจินตามนางมาทำไม?
“อุ๊ย! บ่าวเกือบลืมเรื่องสำคัญไปเสียสนิท”
จูเอ๋อร์ล้วงตั๋วเงินปึกหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ เอ่ย “วันนี้เซียวโหวเย๋น้อยมาเจ้าค่ะ บอกว่ามาหาคุณหนู แต่เห็นคุณหนูไม่อยู่จึงมอบสิ่งนี้ให้บ่าว”
“เป็นกำไรของโรงน้ำชายีผิ่นในเดือนนี้เจ้าค่ะ”
จูเอ๋อร์หัวเราะแหะๆ เอ่ย “บ่าวไม่เคยเห็นตั๋วเงินมากขนาดนี้มาก่อนเลยนะเจ้าคะ”
กู้ชิวเหลิ่งรับตั๋วเงินมา ยกยิ้มที่มุมปาก “มีตั๋วเงินเหล่านี้ เรื่องโรงบ่อนก็จัดการไปได้แล้วเจ็ดแปดส่วน”
เมื่อนั้นใบหน้าจูเอ๋อร์ก็เต็มไปด้วยความตะลึง “คุณหนู! ท่านจะเปิดโรงบ่อนหรือเจ้าคะ? จะทำได้อย่างไร! ท่านเป็นถึงจวิ้นจู่ที่ฝ่าบาทองค์ปัจจุบันแต่งตั้งนะเจ้าคะ! ถ้าเรื่องนี้แดงออกไป ชื่อเสียงคุณหนูจะทำอย่างไร!”
“ไม่มีใครรู้ว่าจวิ้นจู่เป็นคนเปิดโรงบ่อนหรอก เจ้าวางใจได้”
นางจะเปิดโรงบ่อนแน่ และสถานที่ก็คือตำแหน่งที่ฝู้จื่อโม่เลือก สำหรับหอชุนเฟิงเต๋ออี้ ชื่อนี้นางกลับชอบมาก ดูสิว่าเป่ยไห่เฟิงจะทุ่มเงินถล่มที่นั่นจนราบเป็นหน้ากลองได้หรือไม่
เช่นนี้จะได้เบาแรงนางด้วย
กู้ชิวเหลิ่งมีความคิดอยู่ในใจแล้ว เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลา โรงบ่อนนี้ยังขาดอีกสองสามส่วน ขึ้นอยู่กับการเลือกคนของโรงบ่อนแล้ว