ตอนที่ 145
บทที่ 145 ข้าใส่ใจ
October 28, 2026
อวี้ฉือจ้านวางจอกชาในมือแล้วเอ่ยเสียงหนัก “ข้ามาส่งยาให้เจ้า”
“ส่งยา?”
กู้ชิวเหลิ่งตะลึง นางไม่ยักทราบว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บอะไร
อวี้ฉือจ้านล้วงแผ่นยาในอกออกมา เอ่ย “ถึงวันนี้เจ้าจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ก่อนหน้านี้เมิ่งจิ่วเคยกำชับเจ้า ว่าช่วงที่รักษาอาการอย่าได้เคลื่อนไหวและใช้กำลังมาก มิเช่นนั้นจะเป็นผลร้ายกับกระดูกและเอ็นเจ้า เจ้าลืมไปแล้วหรือ?”
กู้ชิวเหลิ่งไม่ได้ตอบ แต่ไหนแต่ไรมานางก็ไม่มีนิสัยทำตามคำสั่งหมอ
“จำไม่ได้แล้ว หรือว่าไม่ได้ฟังกันแน่?”
กู้ชิวเหลิ่งตอบอย่างซื่อตรง “ข้าไม่ได้ฟัง”
ทันใดนั้นอวี้ฉือจ้านก็หัวเราะ “ข้าก็เดาว่าเป็นเช่นนี้”
เพราะเขาก็ไม่มีนิสัยเชื่อฟังคำสั่งหมอเหมือนกัน
“ถึงเจ้าจะไม่พูด แต่ไหล่ซ้ายเจ้าไม่มีแรง ยาที่ข้าสั่งให้คนส่งมาคราวก่อน เจ้าก็จวนจะใช้หมดแล้ว นี่เป็นยาแปะที่เมิ่งจิ่วเตรียมขึ้นใหม่ ไร้กลิ่น เปลี่ยนทุกวัน”
อวี้ฉือจ้านนำยาวางบนโต๊ะ
กู้ชิวเหลิ่งหยิบขึ้นมาสูดดม ไม่มีกลิ่นจริงๆ ทั้งยังมีกลิ่นหอมหวานของสมุนไพรด้วย
กู้ชิวเหลิ่งวางยาลงแล้วเปลี่ยนเรื่องพูด “ข้านึกว่าท่านจะมาคุยเรื่องหอชุนเฟิงเต๋ออี้กับเป่ยไห่เฟิงกับข้าเสียอีก”
อวี้ฉือจ้านมองกู้ชิวเหลิ่ง เอ่ยเสียงเข้ม “เกี่ยวกับเป่ยไห่เฟิง เจ้าก็รู้ไม่น้อยไปกว่าข้า”
แม้ว่าชนเผ่าแห่งน่านน้ำจะไม่ได้ลึกลับเท่ากับชาวต้าโม่ แต่อิทธิพลของชนเผ่าก็ยังไม่เป็นที่รู้จักของมวลชน มีแต่คนที่อยู่แถบชายฝั่งจึงจะพอทราบ และการที่กู้ชิวเหลิ่งทราบความเป็นมาของดวงตาคู่นั้นก็ทำให้อวี้ฉือจ้านประหลาดใจเล็กน้อย
“เจ้าปรารถนาหอชุนเฟิงเต๋ออี้ เช่นนี้ข้าก็จะช่วยเจ้าเอามา”
กู้ชิวเหลิ่งเอ่ย “ข้าอยากให้หอชุนเฟิงเต๋ออี้เป็นสถานเริงรมย์อันดับสองของเมืองหลวง ไม่ทราบเซ่อเจิ้งหวางมีความเห็นเป็นอย่างไร?”
อวี้ฉือจ้านเอ่ย “ข้าเข้าใจในความหมายของเจ้า ในเมืองหลวงมีสถานที่รสนิยมต่ำประเภทหอชุนเฟิงเต๋ออี้อยู่ไม่มาก ทั่วไปแล้วดูไม่มีอะไร แต่หากเป็นเช่นนี้ต่อไปต้องสร้างความเสื่อมโทรมให้กับบรรดาขุนนางในราชสำนักต้าเยียนแน่ โบราณว่าไว้สุรารสเลิศนารีงามครอบงำจิตใจคนที่สุด มิสู้ตั้งสถานเริงรมย์เพิ่มอีกสองสามแห่งเพื่อขจัดสิ่งโสมมของเมืองหลวงต้าเยียนสักหน่อย”
“มิผิด ถ้าเทียบกับของเล่นที่ขายเรือนร่างของตัวเอง ย่อมมีหญิงจำนวนมากที่ปรารถนาบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นที่ยกย่องของผู้คน”
เมื่อนั้นอวี้ฉือจ้านก็เลิกคิ้ว “ข้าจำได้ เจ้าเคยพูดว่าเจ้าไม่สนใจร่างนี้”
กู้ชิวเหลิ่งปรายตา “ข้าไม่สนใจ นั่นเป็นเพราะข้าไม่ใส่ใจกับเรื่องบริสุทธิ์ แต่ถ้าความบริสุทธิ์สามารถแลกกับสิ่งที่ข้าต้องการได้ เช่นนั้นละทิ้งจะเป็นอย่างไร?”
อวี้ฉือจ้านกล่าวต่อเนื่อง “ถ้าหากมีคนใส่ใจกับความบริสุทธิ์ของเจ้า ไม่อนุญาตให้เจ้าละทิ้งเล่า?”
กู้ชิวเหลิ่งสบตากับอวี้ฉือจ้านทีหนึ่ง ราวกับสามารถเข้าใจถ้อยคำที่เขาต้องการสื่อจากดวงตา นับจากมู่หรงอี๋ร่วมมือกับจวินฉีเซิ่งทรยศนางแล้ว นางก็มักถือความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ ไม่มีผู้ใดใส่ใจกับความเป็นความตายของนาง ยิ่งไม่พูดถึงความบริสุทธิ์นี้ด้วย
แม้แต่อวี่เหวินหวายยังสามารถเตะต่อยกับนางได้ ฐานที่เป็นบุตรสาวของอนุภรรยาคนหนึ่ง เบื้องบนต้องเคารพบิดาและแม่ใหญ่ เชื่อฟังพี่สาวอันเป็นบุตรแห่งภรรยาเอก เบื้องล่างต้องรับความกดขี่สารพัด นี่เป็นสิ่งที่กู้ชิวเหลิ่งไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน ทว่าร่างนี้กลับมีประสบการณ์มาหมดแล้ว