ตอนที่ 146
บทที่ 146 เรื่องที่ได้ยินอาจไม่จริงเสมอไป
October 28, 2026
ทุกวันจูเอ๋อร์ต้องพูดแทนอวี่เหวินเจี๋ยสักสองประโยค กู้ชิวเหลิ่งที่จริงจังสามส่วนในทีแรก ยามนี้กลายเป็นเหลือเพียงส่วนเดียวแล้ว ทว่านางก็ยังถามด้วยความอดทน “ลองว่ามาสิ ว่าทำไมเจ้าถึงรู้สึกว่าท่านอ๋องรองดีกว่า”
“ก็เพราะถึงท่านอ๋องรองจะพูดน้อย แต่ทุกครั้งก็เป็นห่วงคุณหนูมาก ถึงคุณหนูจะออกเรือนด้วย ท่านอ๋องก็ต้องปฏิบัติตัวกับคุณหนูด้วยความจริงใจแน่เจ้าค่ะ จะไม่กดขี่ข่มเหงเด็ดขาด แต่เซ่อเจิ้งหวาง...”
“แต่เซ่อเจิ้งหวางร่างสูงใหญ่กำยำ ทั้งยังเป็นเทพสงครามใจหินที่มาจากสมรภูมิรบ หากข้าออกเรือนไปกับเขา บางทีอาจถูกทำร้ายร่างกาย ถูกมองด้วยสายตาเย็นชา อีกอย่างเซ่อเจิ้งหวางก็มีความสัมพันธ์คลุมเครือกับฝู้ซื่อจื่อ หากเขามีรสนิยมชอบบุรุษ ข้าต้องเฝ้าเรือนอยู่ตามลำพัง โดดเดี่ยวเดียวดายตลอดชีวิต?”
จูเอ๋อร์ผงกศีรษะงกๆ ราวกับลูกเจี๊ยบจิกเม็ดข้าว “เอ่ย ที่แท้คุณหนูก็ทราบหมด! เสียที่ที่บ่าวเป็นห่วงจริงๆ!”
กู้ชิวเหลิ่งส่ายหน้าอย่างระอา “เรื่องที่ได้ยินอาจไม่จริงเสมอไป ที่เห็นจึงจะเป็นเรื่องจริง ต่อไปเจ้าอย่าได้ฟังเรื่องเล่าข่าวลืออะไรอีก แล้วไม่ต้องพูดถึงอวี่เหวินเจี๋ยต่อหน้าข้าด้วย”
จูเอ๋อร์พลันห่อเหี่ยวใจเอ่ย “คุณหนู บ่าวพูดจริงๆ นะเจ้าคะ คนข้างนอกร่ำลือว่าระยะนี้เซ่อเจิ้งหวางอารมณ์แปรปรวน ปฏิเสธฝู้ซื่อจื่ออยู่นอกประตูครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อเอาใจเซ่อเจิ้งหวาง ฝู้ซื่อจื่อยังถึงกับปีนกำแพงทุกวี่วัน ตอนนี้คนข้างนอกไปดูกำแพงด้านนอกของเซ่อเจิ้งหวาง นั่นสูงกว่าเดิมตั้งหลายเมตรแน่ะเจ้าค่ะ”
กู้ชิวเหลิ่งหัวเราะร่า จูเอ๋อร์ถามอย่างไม่ทราบสาเหตุ “คุณหนู? นี่ท่านขันอะไรเจ้าคะ?”
กู้ชิวเหลิ่งส่ายหน้า ตอบ “ไม่มีอะไร ดึกมากแล้ว พวกเราเข้านอนเร็วหน่อยเถอะ”
“คุณหนู มิเช่นนั้นวันนี้บ่าวนอนเป็นเพื่อนท่านเถอะ ช่วงนี้สถานการณ์ในจวนไม่สงบ บ่าวนอนเป็นเพื่อนท่านจะได้ปกป้องท่านได้ตลอดเวลา!”
กู้ชิวเหลิ่งทราบแก่ใจว่าจูเอ๋อร์กลัว แต่กลับไม่ได้แสดงออก เพียงแต่พยักหน้า เอ่ย “เช่นนี้ช่วงนี้เจ้าก็นอนกับข้าเถอะ”
“เจ้าค่ะ!”
มู่หรงอี๋สวมชุดกระโปรงลากพื้นลายดอกโบตั๋นสีแดง สวมกวานหงส์ โฉมหน้าราวกับเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ชั้นฟ้า ดวงตาคู่นั้นไม่ทราบว่าชวนให้บุรุษลุ่มหลงเพียงใด ความเย้ายวนรอบตัวไม่อาจบรรยาย นางยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาจับจดอยู่กับนาง
“มู่หรงชิว เวลานี้เจ้าช่างสุขสบายดีจริงนะ?”
“ข้ากำลังจะได้เป็นฮองเฮาของฝ่าบาท จุ๊ๆ ถึงเจ้าจะเป็นสตรีที่ยากจะพบพานของแคว้นฉีแล้วจะอย่างไร? เคยเป็นพระชายาเอกของฝ่าบาทแล้วจะอย่างไร! ตอนนี้ตำแหน่งฮองเฮาก็ยังตกเป็นของข้ามู่หรงอี๋ในที่สุด!”
“มู่หรงชิว! ตายไปพร้อมกับลูกของเจ้าในท้องเถอะ!”
นางราวกับเห็นตัวเองที่มีเลือดท่วมร่าง คุกเข่าอยู่กับพื้นดั่งสุนัขตื่นตระหนก มีโซ่ตรวนพันธนาการรอบตัว พวกนางหักนิ้วของนาง นางที่ถูกมัดไม่อาจขัดขืนได้แม้แต่น้อย ได้แต่ทนให้ตะกั่วร้อนผะผ่าวเข้าลำคอ แล้วก็ตายไปด้วยความอัดอั้นและความแค้นในท้ายที่สุด
เสียงหัวเราะคลั่งของมู่หรงอี๋วนเวียนอยู่ข้างใบหู นั่นเป็นเสียงหัวเราะที่ได้ทุกสิ่งและไม่เห็นทุกสิ่งอยู่ในสายตา
กู้ชิวเหลิ่งลืมตาขึ้นพรึบ พบว่าท้องฟ้าสว่างโร่แล้ว ส่วนเนื้อตัวชุ่มโชกนานแล้ว
ใช่ จวินฉีเซิ่งยังอยู่ เขายังอยู่ในเมืองหลวง เพียงแต่ระยะนี้สมองนางปรากฏเงาของอวี้ฉือจ้าน ความสนใจก็มักไม่อยู่กับร่องกับรอย นางเสียเวลาไปหลายวันเหลือเกิน ต้องทำให้จวินฉีเซิ่งสูญเสียอะไรไปบ้างให้ได้!
จูเอ๋อร์กำลังตักน้ำมากะละมังหนึ่ง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงกู้ชิวเหลิ่งเอ่ย “เจ้าไปเตรียมหมึก พู่กันกับกระดาษ ข้าจะวาดภาพ”
“หา? บ่าวจะไปเตรียมเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”
จูเอ๋อร์เกาศีรษะด้วยความงุนงง นี่เพิ่งจะเช้า จู่ๆ คุณหนูของตนก็อยากวาดภาพ