ตอนที่ 149
บทที่ 149 ล่ากวาง
October 28, 2026
ทั้งสองจับจ้องกู้ชิวเหลิ่ง ต้องการทราบว่าสุดท้ายนางจะเลือกอย่างไร
ทว่ากู้ชิวเหลิ่งกลับเอ่ย “อันที่จริงไหล่ของหม่อมฉันมีบาดแผล ไม่ควรทำกิจกรรมหนักเกินไป”
เซียวอวิ๋นเซิงงึมงำ “หมดสนุก!”
อวี่เหวินเจี๋ยโล่งอก เอ่ย “เจ้าเอาแต่สนใจความสนุกของตัวเอง ไม่นึกถึงว่าหนิงจวิ้นจู่มีบาดแผล ฝืนหญิงสาวเช่นนี้จะมีความหมายอะไร? ”
เซียวอวิ๋นเซิงไปตรงหน้ากู้ชิวเหลิ่ง เอ่ย “ข้ามิได้ฝืนนาง แต่ในเมื่อสวมชุดขี่ม้าแล้ว ไหนเลยจะมีเหตุผลไม่ไปสนุก? หนิงจวิ้นจู่ เจ้าว่าจริงหรือไม่?”
การสวมชุดขี่ม้าเดิมก็เป็นเซียวอวิ๋นเซิงต้องการให้นางทำตามสัญญา มิเช่นนั้นนางก็ไม่คิดจะขึ้นม้าต่อหน้าเซียวอวิ๋นเซิง และไม่ยินดีมาพื้นที่ล่าสัตว์ด้วย
กู้ชิวเหลิ่งเห็นความนัยจากดวงตาของเซียวอวิ๋นเซิง มิใช่ต้องการให้นางไปขี่ม้าจริง แต่เพราะจวินฉีเซิ่งกับอวี่เหวินเจี๋ยต่างอยู่ที่นี่ จึงทำอะไรได้ไม่เต็มที่
กู้ชิวเหลิ่งย่อตัวน้อยๆ เอ่ย “หม่อมฉันไม่ควรทำกิจกรรมหนักเกินไปจริงๆ แต่ไปเตร็ดเตร่รอบๆ กลับไม่เป็นไร”
“เซียวอวิ๋นเซิง”
อวี่เหวินเจี๋ยขมวดคิ้วเอ่ย “เหตุใดเจ้าจึงเอาแต่รบเร้าหนิงจวิ้นจู่ไม่หยุด?”
ผู้มีสายตาชัดแจ้งต่างดูออกว่ากู้ชิวเหลิ่งไม่ยินยอม หากเซียวอวิ๋นเซิงยังคงสีหน้าเดิม เอ่ย “ข้าไม่ได้บังคับนางสักหน่อย แต่นี่ก็เพื่อบาดแผลของหนิงจวิ้นจู่ อุดอู้อยู่แต่ในจวนมีอะไรดี? มิสู้ให้ข้าพานางออกมารับลม!”
อวี่เหวินเจี๋ยเอ่ยเสียงหนัก “น่ากลัวว่าหนิงจวิ้นจู่ไม่ยินดีไปกับเจ้า”
เซียวอวิ๋นเซิงเลิกคิ้ว เอ่ย “นังหนู เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่?”
เซียวอวิ๋นเซิงพยักพเยิดกับกู้ชิวเหลิ่งสุดชีวิต กู้ชิวเหลิ่งถูกสีหน้าเซียวอวิ๋นเซิงทำจบตลกขบขัน จึงเอ่ย “น้ำใจล้นหลามของเซียวโหวเย๋น้อยยากจะปฏิเสธ หม่อมฉันจะตามไปก็แล้วกัน”
เซียวอวิ๋นเซิงยินดีปรีดา “ดูสิ หนิงจวิ้นจู่ยินดีไปกับข้า ท่านอ๋องรองยังจะกล่าวอะไรอีก?”
อวี่เหวินเจี๋ยมองกู้ชิวเหลิ่ง จะเอ่ยแต่แล้วก็หยุด “เจ้า...ช่างเถอะ”
จวินฉีเซิ่งเอ่ย “ข้าไม่คุ้นเคยสภาพพื้นที่ที่นี่ ย่อมไม่สะดวกล่าสัตว์เท่าใด ในเมื่อเซียวโหวเย๋น้อยจะอยู่กับหนิงจวิ้นจู่ แต่การก็ดูแลความปลอดภัยของหนิงจวิ้นจู่เพียงลำพังก็ไม่สะดวก มิสู้เราสี่คนไปด้วยกันเถอะ จะได้ดูแลซึ่งกันและกัน สัตว์ที่ล่ามาได้ถึงตอนนั้นก็แบ่งเท่าๆ กัน ดีหรือไม่?”
ไม่รอให้อวี่เหวินเจี๋ยกล่าว เซียวอวิ๋นเซิงก็ชิงพูดก่อน “ยิ่งพ่ะย่ะค่ะ! ไปด้วยกันสี่คน กระหม่อมยังไม่เคยมาเลย หนิงจวิ้นจู่ช่างมีวาสนานัก ให้บุรุษรูปงามมีชื่อทั้งสามล่าสัตว์เป็นเพื่อนเจ้า”
กู้ชิวเหลิ่งสำรวมใบหน้า เอ่ย “คุณธรรมและชื่อเสียงของท่านอ๋องรองแผ่ขยายไปไกล สตรีในเมืองหลวงต่างแอบปรารถนาได้ครองคู่ด้วย เป็นบุรุษรูปงามที่มีชื่อเสียงจริงๆ ส่วนฝ่าบาทก็เป็นเจ้าครองแคว้นของแคว้นฉี ได้ยินว่ามีดรุณีมากมายลอบคิดถวายตัวอยู่ในใจ หนำซ้ำหญิงงามห้อมล้อมพระวรกายยังประหนึ่งเมฆา เป็นบุรุษรูปงามผู้หนึ่งจริงๆ มีเพียงเซียวโหวเย๋น้อย มิเคยถ่อมตน ชอบอวดตัวเป็นประจำ หม่อมฉันคิดว่าฉายบุรุษรูปงามนี้กลับมิเคยได้ยินว่าปรากฏอยู่กับตัวท่าน”
เซียวอวิ๋นเซิงจุกในลำคอ ค่อนวันแล้วจึงเอ่ย “ใจกว้างกับคนอื่น อย่าบีบคั้นจนเกินไป ไยเจ้าจึงเลียนแบบเหมือนเซ่อเจิ้งหวางเปี๊ยบ ชอบสะกิดปมด้อยของผู้อื่นอยู่เรื่อย?”
“หม่อมฉันเพียงกล่าวตามเนื้อผ้า”
แม้ปากกู้ชิวเหลิ่งจะกล่าวไปเช่นนี้ ทว่าในใจกลับกำลังพิจารณาอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อก่อนไม่ว่าเซียวอวิ๋นเซิงจะทำอะไร แม้ดูไม่เป็นโล้เป็นพาย แต่กลับไม่ทำเรื่องเปล่าประโยชน์ ในความอำเภอใจซ่อนเร้นจุดประสงค์ และครั้งนี้ที่เซียวอวิ๋นเซิงเลือกเวลานี้ ทั้งยังเจออวี่เหวินเจี๋ยกับจวินฉีเซิ่งที่ปรากฏตัวอยู่ที่นี่โดยบังเอิญ หากว่าเซียวอวิ๋นเซิงไม่ทราบมาก่อน นางจะไม่เชื่อเด็ดขาด เวลานี้เซียวอวิ๋นเซิงยังเชื้อเชิญให้นางร่วมล่าสัตว์ ทั้งยังคล้อยตามคำพูดของจวินฉีเซิ่งที่ว่าให้ร่วมทางไปด้วยกันอีก นี่ไม่เหมือนวิสัยของเซียวอวิ๋นเซิงเลย
ต้องมีอะไรแน่