ตอนที่ 160
บทที่ 160 ภารกิจถมทะเล
October 28, 2026
“ได้! ถือว่าเจ้าใจร้าย!”
เป่ยไห่เฟิงสั่งกำชับหญิงสาวสองคนที่ยืนข้างตนอย่างดุดันว่า “ยังจะยืนนิ่งงุนงงอยู่กระไร! เดินไปสิ”
สองต่อสี่ยังไงก็มิอาจจะเอาชนะได้ หนำซ้ำครั้งนี้เขาก็มิได้นำพิษงูติดตัวมาด้วย เมื่อครู่นั้นมิใช่เป็นเพียงแค่การข่มขวัญกู้ชิวเหลิ่งเท่านั้น แต่ประกอบกับกู้ชิวเหลิ่งที่มองภายนอกนั้นดูเป็นคนอ่อนโยน โดยมิอาจรู้เลยว่าไปร่ำเรียนวิชาการใช้พิษมาจากที่ใด หากเป็นเยี่ยงนี้แล้วครานี้เขาไม่เพียงแค่ถูกปฏิเสธ แต่กลับต้องเจอกับอุปสรรคเข้าแล้วนะสิ
องครักษ์ลับทั้งสี่ต่างไม่ไหวติง เพื่อรอคำสั่งของกู้ชิวเหลิ่ง ทว่าเมื่อกู้ชิวเหลิ่งเห็นเป่ยไห่เฟิงกำลังคิดหลบหนี ก็ไม่ได้สั่งการให้ไล่จับตัวกลับมาซึ่งทำให้ทั้งสี่คนต่างต้องข่มใจเป็นอย่างยิ่ง อวี้ฉือจ้านเคยกล่าวไว้ว่าหากเข้ามาในสวนจะต้องถูกสังหาร แต่ทว่าคนที่ยืนอยู่ข้างๆ บัดนี้คือว่าที่พระชายาในอนาคต พวกเขาจึงไม่กล้าที่จะเพิกเฉยต่อคำสั่งนาง ทำได้แค่เพียงปล่อยให้เป่ยไห่เฟิงหนีไป
กู้ชิวเหลิ่งเดิมทีก็ไม่อยากเผชิญหน้ากับเป่ยไห่เฟิง คำที่ได้ลั่นวาจาไปเมื่อครู่ไม่เพียงแค่ต้องการปล่อยเป่ยไห่เฟิงหลบหนีไปเอง นางเองก็คงไม่อยากให้องครักษ์ลับทั้งสี่คนต้องไล่ตามทำร้ายเขา แต่จริงแล้วนั้นเพื่อรักษาหน้าของตนเองต่างหาก
เหมือนกับที่เป่ยไห่เฟิงกล่าวไว้ไม่มีผิดว่านางไม่อาจผูกพยาบาทกับเขาได้อย่างแท้จริงหรอก ภายหน้าจะต้องใช้ประโยชน์จากเป่ยไห่เฟิงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ฉะนั้นวันนี้ถือว่าเป็นการยกผลประโยชน์ให้จำเลยไป เพื่อไว้ใช้ต่อรองในภายหน้า
จูเอ๋อร์กลัวจนอ้าปากค้างพลางกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า “คุณหนู เหตุใดท่านถึงยอมปล่อยไปล่ะเจ้าคะ……หากเขาย้อนกลับมาจะทำเยี่ยงไรเล่า?”
กู้ชิวเหลิ่งกล่าวสั่งกำชับว่า “พวกเจ้าไปเถอะ หากว่าเซ่อเจิ้งหวางเอ่ยถามเจ้า ก็ให้พวกเจ้ากล่าวไปตามความจริงว่าข้าเป็นคนสั่งให้ปล่อยตัวไปเอง”
องครักษ์ลับทั้งสี่ต่างงุนงงไปชั่วครู่ก่อนที่จะโค้งคำนับกล่าวว่า “รับทราบขอรับ!”
อีกด้านหนึ่ง อวี้ฉือจ้านกำลังนั่งอยู่ด้านหน้าโต๊ะเพื่อตรวจหาข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับงานเสกสมรสของเขากับกู้ชิวเหลิ่ง
ฝู้จื่อโม่นั่งอยู่โต๊ะด้านข้างด้วยสีหน้าหมองคล้ำ ขณะที่จ้องมองสาสน์กราบทูลที่กองอยู่เป็นภูเขาเลากา “ข้าจำที่เจ้าเคยกล่าวไว้ได้ว่าเจ้าไม่เหมาะกับการจัดเตรียมงานเสกสมรส เพราะเกรงว่าจะจริงจังเกินไป แล้วเหตุใดบัดนี้เจ้าถึงกลับมาใส่ใจกับงานเสกสมรสเยี่ยงนี้ได้เล่า? เจ้าไม่กลัวว่ากู้ชิวเหลิ่งจะรู้สึกไร้อารมณ์หรือ?”
เว้ยฉือจ้านกล่าวอย่างจริงจังว่า “ขั้นตอนพิธีงานเสกสมรสดำเนินการยากเย็นเสียกว่าสาส์นกราบทูลเหล่านั้นเสียอีก แต่ทว่าข้าประสงค์ที่จะเพิ่มเติมรายละเอียดสักเล็กน้อย ซึ่งมันก็มิได้เสียหายกระไร”
“เพิ่มเติม? “นี่เจ้ายังจะเพิ่มอีกหรือ? ฮ่องเต้ทรงทราบหรือไม่? เพราะนี้เป็นงานเสกสมรสของท่านอาตนเอง จึงเพิ่มภาระงานให้เจ้าเป็นสองเท่า หากบัดนี้ยังจะเพิ่มอีกละก็ เจ้าคงมิใคร่อยากจะจัดงานเสกสมรสของเจ้ากับกู้ชิวเหลิ่งให้เหมือนกับงานเสกสมรสเมื่อครั้งราชวงศ์ก่อนของฮูหยินฮวาฮุ่ยใช่หรือไม่?
ฮูหยินฮวาฮุ่ยในราชวงศ์ก่อนเคยเป็นคนรักของอดีตเซ่อเจิ้งหวาง เมื่อครั้งที่เข้าพิธีเสกสมรสกับฮูหยินฮวาฮุ่ย ชุดแต่งในพิธีช่างสวยงาม และการจัดพิธีอันยิ่งใหญ่อลังการอย่างมาก หลังจากเซ่อเจิ้งหวางเสกสมรสกับฮูหยินฮวาฮุ่ยความรักของทั้งคู่หอมหวานปานน้ำผึ้ง อดีตเซ่อเจิ้งหวางก็ให้สัตย์ว่าจะไม่รับนางสนมคนใดเข้ามา ทั้งสองจะครองรักกันจนแก่เฒ่า
เวลานี้อวี้ฉือจ้านกำลังครุ่นคิดก่อนที่จะกล่าวว่า “ที่กล่าวมาก็มิผิด ในเมื่อเจ้าเสนอมาเยี่ยงนี้แล้ว งั้นก็จัดงานเสกสมรสให้เหมือนครั้งของฮูหยินฮวาฮุ่ยเสียเลย จะเสียหายกระไรเล่าหากจะจัดขึ้นอีกครั้ง เรื่องนี้มอบให้เจ้าเป็นคนจัดการ เสียเงินทองเท่าใดมิใช่ปัญหา”
ฝู้จื่อโม่แทบเกือบจะตกจากเก้าอี้ เขาจ้องมองเซ่อเจิ้งหวางด้วยสีหน้าแสดงอาการตกตะลึงพลางกล่าวว่า “เจ้าคิดสิ่งใดอยู่? เจ้ามิรู้หรอกหรือว่าเงิน......มิต้องกล่าวถึงเงินหรอก แค่เจ้าอยากจะใช้ชุดแต่งในพิธีเสกสมรสเยี่ยงนั้น มิคิดว่ามันฟุ่มเฟือยเกินไปงั้นหรือ! ถึงจะมีเงินเจ้าก็มิควรทำเยี่ยงนี้....... ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าสองคนเป็นเพียงแค่คู่สามีภรรยาในนาม แม้เจ้าแต่งงานกับนางไปก็มิอาจจะแตะต้องตัวนางได้ ข้าจะบอกว่าให้เจ้าเพลาลงบ้างเถิด ข้ามิยินดีที่จะจ่ายเงินมากมายเยี่ยงนี้”
เซ่อเจิ้งหวางกล่าวตอบ “ใช้เงินจากในคลังของข้า เจ้ามีหน้าที่แค่ไปจัดการเท่านั้น ”
ฝู้จื่อโม่โบกมือกล่าวว่า “ข้าไม่ทำ หัวเด็ดตีนขาดเยี่ยงไรข้าก็ไม่ทำ ต้องใช้เวลาจัดเตรียมกว่าครึ่งเดือน เหนื่อยเยี่ยงนั้นข้ามิเอาด้วยหรอก ”
เซ่อเจิ้งหวางหรี่ตาลงเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “เจ้าจะมิทำจริงงั้นหรือ?”
“ข้ามิทำ! ข้าบอกว่ามิทำก็คือมิทำ! ”
เซ่อเจิ้งหวางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “อายุเจ้าหาใช่น้อยๆ แล้ว ในเมื่อข้าจะเข้าพิธีเสกสมรสแล้วก็ต้องทำให้สมเกียรติกับฮองเฮาหน่อยสิ เยี่ยงนั้นแล้วเจ้า......”