ตอนที่ 164
บทที่ 164 วันเสกสมรส
October 28, 2026
ณ วันนี้ ถนนน้อยใหญ่ในเมืองหลวงถูกปูด้วยพรมแดง ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ก็เผยถึงความสดใสสีสันฉูดฉาด
ฮ่องเต้มีพระราชโองการ โยกย้ายทหารองครักษ์ในพระราชวังจำนวนห้าพันนายออกไปเดินตรวจการณ์เส้นทางที่ต้องเดินผ่าน ณ ถนนเมืองฉางอัน อีกทั้งตามถนนยังมีทหารคอยยืนรักษาความสงบแต่ละจุดที่กำหนดไว้ เดิมทีงานเสกสมรสที่ควรจะครึกครื้น จึงกลายเป็นฉากที่ดูเคร่งครัดเป็นอย่างยิ่ง
บัดนี้อวี้ฉือกงนั่งอยู่บนเก้าอี้มังกรของตน ขมวดคิ้วกล่าวกับเซียวชิงหว่านว่า “ข้าได้บอกกับเสด็จอาไว้แล้วว่าในงานมงคลเช่นนี้มิจำเป็นต้องใช้ทหารมากมายเช่นนี้ เจ้าลองคิดดูเถิด หากเสด็จอาสะใภ้เปิดม่านในเกี้ยวออกมาพบว่าสองข้างถนนเต็มไปด้วยองครักษ์สวมชุดเกราะสีดำมากมาย กว่าฝู้จื่อโม่จะคิดแผนการปูพรมแดงอันแสนอบอุ่นนี้ขึ้นมาได้ บรรยากาศถูกทำลายไปจนสิ้นแล้ว”
เซียวหว่านชิงยิ้มขึ้นบางเบาแล้วกล่าวว่า “ฝ่าบาทมิจำเป็นต้องไปกังวลสิ่งใดเพคะ เสด็จอาเป็นคนเคร่งครัดเช่นนี้แต่ไหนแต่ไรมา หม่อมฉันคิดว่าหนิงจวิ้นจู่คงมิได้คิดสิ่งใดในใจ กลับกัน อาจรู้สึกอบอุ่นดวงใจ”
อวี้ฉือกงส่ายหน้าด้วยความขมขื่น “หากข้าเป็นหนิงจวิ้นจู่ ข้าคงมิอาจรู้สึกอบอุ่นใจได้”
คาดว่าคงรู้สึกขมขื่นใจนะสิ
อวี้ฉือกงตัวสั่นเล็กน้อย ส่วนเซียวหว่านชิงได้แต่ยิ้ม มิได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก นางนั่งอยู่ด้านข้างเก้าอี้มังกรตัวนั้น
จู่ๆ อวี้ฉือกงก็กล่าวขึ้นว่า “รอให้เวลาผ่านไปสักพักแล้ว เราต้องระมัดระวังเรื่องวังหลังของเรา อย่าให้เสด็จอาเข้ามาข้องเกี่ยว”
เซียวหว่านชิงเห็นแววตาอันอ่อนโยนและดูคาดหวังดังนั้น นางก็อดมิได้ที่จะหน้าแดงเรื่อง ตัดกับสีผิวขาวผ่องของนาง ทำให้น่ามองยิ่งนัก
อวี้ฉือกงเพิ่งเห็นเซียวหว่านชิงอายเสียจนหน้าแดงเรื่อเป็นครั้งแรก ตัวเขาเองก็อดมิได้ที่จะหน้าแดงเรื่อเช่นกัน
อวี้ฉือกงกระแอมออกมาเบาๆ “นี่ปาเข้าไปเวลาใดแล้ว ทหาร! รีบไปดูว่าเสด็จอาเตรียมพร้อมเช่นไรแล้ว!”
เซียวหว่านชิงตอบกลับว่า “ฝ่าบาทอย่าได้ทรงรีบร้อนใจไปเพคะ เมื่อเวลาหนึ่งถ้วยชาก่อนก็ทรงให้คนเดินทางไปจวนเซ่อเจิ้งหวางแล้ว บัดนี้ยังมิได้เดินทางกลับมาเสียด้วยซ้ำเพคะ”
อวี้ฉือกงหัวเราะออกมาสองสามหน “ข้ารีบร้อนใจไปเอง เดิมทีข้าคิดว่าชีวิตนี้จะมิได้เห็นเสด็จอาเสกสมรถเสียด้วยซ้ำ แต่บัดนี้ข้างกายกลับมีหนิงจวิ้นจู่อยู่ข้างกาย ดียิ่งนัก”
เซียวหว่านชิงพยักหน้าเห็นด้วย “หม่อมฉันได้สนทนากับหนิงจวิ้นจู่เมื่อครั้งก่อน สัมผัสได้ว่าหนิงจวิ้นจู่ช่างเป็นคนดียิ่งเพคะ”
บัดนี้ กู้ชิวเหลิ่งได้สวมชุดเรียบร้อย เนื่องจากบัดนี้เป็นฤดูร้อน ดังนั้นอวี้ฉือจ้านจึงเลือกเสื้อผ้าเป็นผ้าสามชั้นโปร่งให้นาง ชั้นในเป็นผ้าพันหน้าอกผ้าไหม สวมใส่แล้วเย็นสบายยิ่ง ส่วนด้านนอกอีกสองชั้นเป็นกระโปรงยาวลากพื้นสามฟุต ชายกระโปรงมีลวดลายฟีนิกซ์มองไปช่างสง่างาม มองจากระยะไกลราวกับเป็นนกฟีนิกซ์ในตำนานที่ฟื้นคืนชีพ
แขนเสื้อทั้งสองข้างสลักปักลายดอกไม้ประณีต เครื่องประดับบนศีรษะห้อยระย้าลงมางดงาม
กู้ชิวเหลิ่งทาปากสีแดงชาด และตกแต่งขอบตาบางๆ ก่อนหน้านี้นางมิเคยใช้เครื่องประทินโฉมมาก่อน ดังนั้นจึงทำให้รู้สึกดูอ่อนเยาว์ บัดนี้เมื่อนางแต่งหน้า มองไปช่างไร้ที่ติ มิว่าผู้ใดได้พบเห็นล้วนต้องพากันหลงไหล
“คุณหนูสวมมงกุฎฟีนิกซ์แล้วช่างงดงามดั่งที่จินตนาการไว้เสียจริงด้วย!”
เอี้ยนซานเหนียงยืนกล่าวอยู่ที่ปากประตู “ดูนั่น เริ่มแบกเกี้ยวขึ้นแล้วเจ้าค่ะ!”
กู้ชิวเหลิ่งรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันใด เกี้ยวกำลังมาถึงแล้ว นั่นหมายความว่าอวี้ฉือจ้านก็กำลังจพเดินทางมาถึงเช่นกัน
นางกู้ชิวเหลิ่ง ในวันนี้จะแต่งงานกับอวี้ฉือจ้าน กลายเป็นสามีภรรยากันกับเขา
เมื่อตื่นขึ้นจากภวังค์ พบว่าจูเอ๋อร์ได้พยุงกู้ชิวเหลิ่งขึ้นมาเดินไปข้างหน้าแล้ว ที่หน้าประตูมีเสียงประทัดดังขึ้นมา พร้อมทั้งบ่าวรับใช้มากมายยืนเข้าแถวเป็นสองข้าง กู้หนานเฉิงและกู้ชิวถางยืนต้อนรับอยู่ที่ด้านหน้าประตูใหญ่ เอี้ยนซานเหนียงและจูเอ๋อร์พยุงกู้ชิวเหลิ่งก้าวไปข้างหน้า
กู้หนานเฉิงยืนอยู่ข้างกายกู้ชิวถาง กล่าวว่า “ไปพยุงน้องสาวของเจ้าเข้ามา”
กู้ชิวถางพยักหน้าตอบรับ แต่กลับได้ยินเสียงอวี้ฉือจ้านกล่าวขึ้นอย่างหนักแน่นว่า “มิจำเป็น”