ตอนที่ 168
บทที่ 168 นกยวนยางเล่นน้ำ
October 28, 2026
พอกลับถึงเรือนหอ กู้ชิวเหลิ่งถึงพึ่งมาตื่นเต้น เมื่อครู่นางกับอวี๋ฉือจ้าน ถือว่ายินยอมทั้งสองฝ่ายแล้ว
เงื่อนไขที่ตกลงกันในตอนแรกล้วนไม่เป็นผลไปแล้วเสียมาก
หัวใจของกู้ชิวเหลิ่งเต้นไม่เป็นส่ำ เดิมก็แค่แต่งงานปลอมๆ แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว ดูอย่างไรก็เหมือนแต่งงานแล้วจริงๆ
อวี๋ฉือจ้านโอบกอดกู้ชิวเหลิ่งจากด้านหลัง กู้ชิวเหลิ่งพลันตัวแข็งเกร็งขึ้นมาทันที
“ข้า...”
“คืนเข้าหอ เมียมิคิดอยากทำอะไรเลยรึ?”
กู้ชิวเหลิ่งได้ยินเสียงหัวเราะขบขันจากเสียงของอวี๋ฉือจ้าน ท่าทางเย้าหยอกนั่นราวกับจะดูความเขินอายของนาง
กู้ชิวเหลิ่งเข้าใจแล้ว ที่แท้อวี๋ฉือจ้านก็จงใจพูดคำพวกนี้ออกมาเพราะอยากดูหน้าตาแดงร้อนผ่าวของนาง
“ตามข้อตกลงของเรา เจ้ากับข้าต้องรักษาระยะห่างไม่ก้าวก่ายล้ำขอบเขตกัน? ตอนนี้ถือว่าก้าวก่ายล้ำขอบเขตหรือไม่?” อวี๋ฉือจ้านไม่เห็นท่าทีเขินอายจากใบหน้ากู้ชิวเหลิ่ง เขาดูผิดหวังพลางว่า “เมื่อไม่นานก่อนหน้านี้พวกเรายังจุมพิตกัน เหตุใดตอนนี้มากลับคำไร้หัวใจเยี่ยงนี้เล่า?”
พอพูดถึงเมื่อครู่ กู้ชิวเหลิ่งเลยหน้าร้อนผ่าวแดง ชาติก่อนจวินฉีเซิ่งไม่เคยทำสิ่งใดหวานไหวแก่นางมาก่อนเลย แต่วันนี้ที่ได้เห็นดวงดาวพร่างพรายเต็มฟ้าและแสงตะเกียงส่องทาง นางใจสั่นแล้วจริงๆ ใจสั่นเช่นนั้นเป็นความวาบหวานที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย
อวี๋ฉือจ้านอุ้มกู้ชิวเหลิ่งขึ้นมา วางลงบนเตียงในห้องหอ เม็ดบัว ถั่วลิสงที่อยู่ใต้ผ้าห่มทำเอากู้ชิวเหลิ่งรู้สึกเจ็บเล็กน้อย
อวี๋ฉือจ้านขมวดคิ้ว เขาไม่เคยรู้พิธีในวันแต่งงานเหล่านี้เลย และยิ่งไม่รู้ว่า บนเตียงในห้องหอยามแต่งงานต้องโปรยสิ่งเหล่านี้ สีหน้าพลันทะมึนลง
“ข้าจะให้คนเข้ามาเปลี่ยนเตียงให้เจ้าใหม่”
กู้ชิวเหลิ่งจะไม่รู้ความหมายของเตียงเช่นนี้ในห้องหอได้อย่างไร พอเห็นสีหน้างุนงงของอวี๋ฉือจ้าน นางรีบเอ่ยปากห้าม “ช้าก่อน ไม่ต้องเปลี่ยนเตียง ท่านนอนด้านนอก ข้านอนด้านใน”
“แต่ว่า...”
“บุรุษร่างสูงใหญ่เช่นท่านยังรังเกียจที่เตียงแข็งรึ? ข้ายังไม่รังเกียจเลย”
อวี๋ฉือจ้านถามขึ้นอย่างสงสัย “เจ้าให้ข้านอนร่วมเตียงกับเจ้ารึ?”
กู้ชิวเหลิ่งกลับพูดอย่างไม่เขินอายว่า “ให้เซ่อเจิ้งหวางนอนพื้นรึ? ข้ายังเสียดายชีวิตข้าอยู่นะ”
อวี๋ฉือจ้านดีใจดุจได้สมบัติล้ำค่า กอดกู้ชิวเหลิ่งพลิกตัวนอนลงเตียงด้านนอก
เตียงสำหรับสองคนใหญ่พอ อวี๋ฉือจ้านยังเหลือพื้นที่ให้กู้ชิวเหลิ่งพลิกตัวได้สบาย
เพียงแต่ปกติกู้ชิวเหลิ่งนอนหลับนิ่ง แต่วันนี้นางเหน็ดเหนื่อยหน่อย เลยพูดขึ้นอย่างเกียจคร้านว่า “พรุ่งนี้ข้าจะให้เขามาพบท่าน อีกสองวันข้าจะออกเดินทาง”
อวี๋ฉือจ้านพูดอย่างไม่ใคร่พอใจว่า “รีบร้อนเดินทางมากไปหรือไม่?”
“ไปต้าฉียังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง มิได้รีบร้อนเกินไป แต่เวลาของจวินหวาเทียนน่ากลัวจะ...” กู้ชิวเหลิ่งคิดถึงร่างกายของจวินหวาเทียน พลันปวดใจ เปลี่ยนเรื่องพูดว่า “นี่ก็ดึกมากแล้ว เหนื่อยมาแล้วทั้งวัน นอนเถอะ”
กู้ชิวเหลิ่งหลับตาลง
อวี๋ฉือจ้านมองออกว่ากู้ชิวเหลิ่งเหนื่อยมากจริงๆ พอคิดถึงวันนี้ ในใจกลับรู้สึกหวานนัก เขากุมมือกู้ชิวเหลิ่ง และหลับตาลงเช่นกัน
เช้าวันต่อมา ยามกู้ชิวเหลิ่งลืมตาตื่นขึ้น ทั้งหมดในเมื่อวานราวกับเป็นความฝัน
อวี๋ฉือจ้านมิรู้ว่าตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด เขาถอดเสื้อทั้งที่หันหลังให้กู้ชิวเหลิ่ง
เผยให้เห็นแผ่นหลังราบเรียบ เนื้อตัวกำยำแข็งแกร่งนั่นทำให้กู้ชิวเหลิ่งอดหน้าแดงไม่ได้
อวี๋ฉือจ้านมาเปลี่ยนเสื้อผ้าในเวลานี้ เห็นได้ชัดว่าจงใจ
กู้ชิวเหลิ่งคิดกลั่นแกล้งอวี๋ฉือจ้าน เอ่ยปากขึ้นเนิบช้าว่า “ทำไมท่านตื่นเช้าเพียงนี้?”
นั่นไง แผ่นหลังอวี๋ฉือจ้านชะงักกึก หมุนตัวมา ก็เห็นกู้ชิวเหลิ่งเอนตัวอยู่บนเตียงอย่างเกียจคร้าน เสื้อผ้าดูยับย่น นางเอนร่างเผยให้เห็นร่องอกเล็กน้อย
อวี๋ฉือจ้านอดกลืนน้ำลายไม่ได้ ในฐานะเซ่อเจิ้งหวางที่ไม่มีสตรีมานานปี เขาไม่เคยแตะต้องสตรีคนใดเลย เมื่อคืนโชคดีที่เขามีความอดทนสูงนัก