ตอนที่ 169
บทที่ 169 มุ่งหน้าไปยังต้าฉี
October 28, 2026
กู้ชิวเหลิ่งอาบน้ำเสร็จอย่างรวดเร็ว รู้สึกว่าร่างกายสบายขึ้นมาก
อวี๋ฉือจ้านเดินเข้ามาอย่างไม่หลบหลีก และคลุมผ้าคลุมสีชมพูบีโกเนียให้กู้ชิวเหลิ่ง กู้ชิวเหลิ่งถึงพบว่า เสื้อผ้าที่อวี๋ฉือจ้านให้คนจัดเตรียมไว้ให้นางนั้นมิมีชุดใดเป็นสีเขียวไม้ไผ่เลย
และใต้ผ้าคลุมของกู้ชิวเหลิ่งก็ยังมิได้ใส่เสื้อผ้าใด
“ท่านควรจะหลบหลีกให้สักหน่อยหรือไม่?”
“ในเมื่อเป็นสามีภรรยากัน ก็มิจำเป็นต้องหลบหลีกดอก”
กู้ชิวเหลิ่งเลิกคิ้วบอก “ท่านชอบดูข้าเปลี่ยนเสื้อผ้า?”
“อืม”
กู้ชิวเหลิ่งพยักหน้าเล็กน้อย เอาผ้าคลุมลงมา อวี๋ฉือจ้านเหมือนเห็นความขาวโพลนชั่วขณะ วินาทีต่อมาก็โดนสีชมพูบีโกเนียบดบังสายตา พออวี๋ฉือจ้านหยิบลงมา กู้ชิวเหลิ่งก็ใส่เสื้อในสีขาวหิมะแล้ว
“น้องนาง นี่ถือว่าซุกซนหรือไม่?”
กู้ชิวเหลิ่งยังไม่เคยโดนบุรุษใดเล่นซุกซนมาก่อน เลยเอ่ยปากขึ้นว่า “หรือว่าท่านมิอยากพบจวินหวาเทียนเร็วหน่อย? ยังจะมาเย้าข้าเล่นอะไรอยู่นี่?”
“มิใคร่อยากพบนัก”
“พบหรือมิพบ พรุ่งนี้ข้าก็จะตามเขากลับต้าฉีก่อน”
กู้ชิวเหลิ่งพูด “เพียงแต่ท่านอยู่ต้าเยียน ทางที่ดีที่สุดจัดการความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูลฉินกู้เสียก่อน เหลือพวกเขาไว้ในท้องพระโรงเมืองหลวง ไม่สะดวกจริงๆ ฮ่องเต้เองก็ยังทรงพระเยาว์ เรื่องมากมายยังจัดการไม่เหมาะสมนัก”
“อันที่จริงกงเอ๋อร์สามารถจัดการเรื่องได้ไม่น้อยแล้ว ถึงเขาจะยังอายุน้อย แต่ก็ไม่ได้เด็กกว่าข้ามากนัก แต่เพื่อความปลอดภัยที่สุด รอข้าจัดการสองตระกูลฉินกู้เสียก่อน เจ้าจะได้มิมีเรื่องกังวลในภายหลัง”
กู้ชิวเหลิ่งเริ่มใส่เสื้อผ้าอย่างเป็นระเบียบ และเอ่ยขึ้นราวกับมิได้ตั้งใจว่า “ทำไมในจวนเซ่อเจิ้งหวางที่กว้างใหญ่นี้ กลับมิมีเสื้อผ้าสีเขียวไม้ไผ่เลยแม้แต่ตัวเดียว?”
อวี๋ฉือจ้านยิ้มมุมปากน้อยๆว่า “เพราะเมียมิชอบ ข้าเลยมิอนุญาตให้เจ้าใส่” ทุกคนล้วนเข้าใจว่ากู้ชิวเหลิ่งชอบเสื้อผ้าสีเขียวไม้ไผ่ มีเพียงอวี๋ฉือจ้านเท่านั้นที่รู้ว่า นางมิได้ชอบสีเขียวไม้ไผ่ นางชอบสีชมพูบีโกเนีย และสีแดงเข้มที่ร้อนแรงมาตลอด
กู้ชิวเหลิ่งไม่พูดอันใด เท่ากับยอมรับ
สภาพร่างกายของจวินหวาเทียนพิเศษ กู้ชิวเหลิ่งไม่คิดให้จวินหวาเทียนมาจวนเซ่อเจิ้งหวาง ยิ่งไปกว่านั้นร่างกายของจวินหวาเทียนก็ไม่ได้ดีนัก จวนตระกูลมู่และจวนเซ่อเจิ้งหวางห่างกันชั่วถนนเดียว กู้ชิวเหลิ่งกลัวว่าจะทำให้จวินหวาเทียนป่วยหนักขึ้น
อวี๋ฉือจ้านเตรียมอาหารเช้า หลังจากทานพร้อมกู้ชิวเหลิ่งแล้วจึงขึ้นเกี้ยวที่มิโดดเด่นหลังหนึ่งจากประตูหลัง และไปหยุดที่ประตูหลังของจวนตระกูลมู่
มีคนรับใช้คนหนึ่งมายืนรอที่ด้านนอกนานแล้ว หลังจากเห็นกู้ชิวเหลิ่ง ก็ทำท่าทีเชื้อเชิญ และนำกู้ชิวเหลิ่งกับอวี๋ฉือจ้านเข้าไปยังเรือนด้านใน
ด้านนอกอากาศร้อนแรงนัก พอเข้าสู้เรือนด้านในถือว่าเย็นสบายนัก แต่พอเข้าไปในเรือนด้านในแล้ว ก็รู้สึกร้อนเสียยิ่งกว่าวันที่ร้อนที่สุดในฤดูร้อนเสียอีก
จวินหวาเทียนกำลังนั่งผิงไฟอยู่ข้างเตาผิง เนื้อตัวยังห่มผ้าคลุมขนจิ้งจอกเงิน พอเห็นอวี๋ฉือจ้านกับกู้ชิวเหลิ่งมา จึงพูดขึ้นช้าๆว่า “ทั้งสองเชิญนั่งเถิด”
กู้ชิวเหลิ่งมองจวินหวาเทียน จวินหวาเทียนเข้าใจ การกลับชาติมาเกิดนี้มิใช่ทุกคนจะเชื่อ ต่อให้เป็นอวี๋ฉือจ้าน ก็มิแน่ว่าจะยอมรับได้ง่ายเหมือนจวินหวาเทียน
จวินหวาเทียนพูด “จุดประสงค์ที่เซ่อเจิ้งหวางและพระชายาของเซ่อเจิ้งหวางมาหาข้า ข้าก็พอเข้าใจล่ะ”
ยังพูดมิทันจบ จวินหวาเทียนก็ไอขึ้นมา อวี๋ฉือจ้านเห็นความอ่อนแอจากตัวจวินหวาเทียน และไม่มีทางเสแสร้งแกล้งทำได้
เมื่อก่อนเขาเคยได้ยินชื่อเสียงอ๋องหวาแห่งต้าฉีมาบ้าง แต่ตอนนี้ดูแล้ว มิน่าจะเป็นผู้มีอายุยืนเลย
“ร่างกายของคุณชายมู่มิสบายรึ? ข้ามีท่านหมอคนหนึ่ง สามารถรักษาได้ทุกโรค” จวินหวาเทียนส่ายหน้าบอก “เซ่อเจิ้งหวางมิต้องใส่ใจดอก ต่อให้ชีวิตข้ามิอาจยืนยาวได้ ก็ต้องทำเรื่องให้แล้วเสร็จก่อน เรื่องของข้านั้นเหมือนกับเป้าหมายที่เซ่อเจิ้งหวางมาวันนี้ เช่นนั้นก็มิจำเป็นต้องพูดคุยกันอีก”
อวี๋ฉือจ้านรู้ว่าจวินหวาเทียนเป็นคนฉลาด ดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ข้ายังมีเรื่องต้องจัดการที่ต้าเยียน ดังนั้นรบกวนคุณชายมู่ช่วยดูแลพระชายาระหว่างทางให้ด้วยเถิด”
จวินหวาเทียนพยักหน้าเล็กน้อยพลางว่า “ขอเซ่อเจิ้งหวางโปรดวางใจ”
กู้ชิวเหลิ่งพูดคิ้วขมวดอย่างเป็นกังวลว่า “ร่างกายเจ้าทนไหวรึ? หนทางไปต้าฉีไกลนัก ควรจะมีท่านหมอไปด้วยสักคน”