ตอนที่ 171
บทที่ 171 ไม่ตายไม่เลิกรา
October 28, 2026
กู้ชิวเหลิ่งนั่งหลับตาพักอยู่บนรถม้า พลางยิ้มมุมปาก
จวินหวาเทียนเพียงคิ้วขมวดอย่างยากที่จะเห็นได้ จากนั้นพูดว่า “ในฐานะพี่ชาย ข้าไม่อยากให้เจ้าแก้แค้น ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่างหากดีที่สุด แต่ว่าพอข้าคิดถึงว่า ก่อนเจ้าตาย เจ้าได้รับการทรมานมากแค่ไหน ข้าก็แค้นจนอยากจะ...”
จวินหวาเทียนไม่ได้พูดต่อ หัวใจของเขาสับสนมากนัก ทางหนึ่งก็หวังว่า หลังจากกู้ชิวเหลิ่งกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งจะมีความสุขสมบูรณ์ สองคือรู้นิสัยกู้ชิวเหลิ่งว่า ต้องแก้แค้น และจะพุ่งไปในทางล้างแค้นแบบกู่ไม่กลับ
ส่วนเขา นอกจากคอยสนับสนุนอยู่เงียบๆแล้ว คอยปกป้องอยู่ข้างหลัง ก็ไม่มีทางเลือกที่เหมาะสมอย่างอื่นแล้ว
กู้ชิวเหลิ่งลืมตาขึ้น พลางว่า “ข้ารู้ เจ้าทำเพื่อข้า แต่ในตัวข้ามิได้มีแค่ความแค้นของข้าคนเดียว ยังมีของตระกูลมู่หรง และของเจ้า ยังมีฮ่องเต้องค์ก่อน ยังมีองค์รัชทายาท...ลูกในท้องของข้า ข้าไม่มีวันยกโทษให้พวกมัน ไม่ว่าจะเป็นจวินฉีเซิ่งหรือมู่หรงอี๋ หรือหลิ่วอี๋เหนียง ข้าจะให้พวกมันชดใช้ด้วยเลือดสด ข้าจะให้พวกมันต้องทนทุกข์ทรมานเสียยิ่งกว่าข้า ข้ากับพวกมัน ไม่ตายไม่เลิกรา”
จวินหวาเทียนมองเห็นประกายไฟแค้นลุกช่วงจากในดวงตากู้ชิวเหลิ่ง ไม่ว่าเป็นผู้ใด ต่อให้ตอนนี้คนที่มาเกลี้ยกล่อมกู้ชิวเหลิ่งคืออวี๋ฉือจ้าน ก็คงไม่อาจยับยั้งความคิดล้างแค้นของกู้ชิวเหลิ่งได้อยู่ดี
จวินหวาเทียนบอก “ข้าเข้าใจแล้ว อาชิว ไม่ว่ายังไงก็ตาม ข้าหวังว่าเจ้าจะมีความสุข” กู้ชิวเหลิ่งบอก “หวาเทียน ถ้าฮ่องเต้ของต้าฉีเป็นเจ้า เช่นนั้นราษฎรของต้าฉีก็จะมีความสุข ถึงเวลานั้นข้าย่อมมีความสุขได้”
ถึงจวินหวาเทียนจะไม่พูด แต่กู้ชิวเหลิ่งเคยเห็นความดื้อดึงยึดมั่นต่อบัลลังก์จากตัวจวินหวาเทียนมาก่อน เชื่อว่าต่อให้ตอนนี้จวินหวาเทียนตกอยู่ในสภาพนี้ ก็ต้องหวังว่า ผู้ที่ได้ขึ้นครองบัลลังก์จะสามารถทำให้ราษฏรมีความสุขได้
และด้วยความสามารถของจวินหวาเทียน เขาจะต้องทำได้ดีกว่าใครแน่
รถม้าแล่นไปทางที่ไปต้าฉี กู้ชิวเหลิ่ง กู้ชิวเหลิ่งพยายามสะกดอารมณ์ในใจ อีกไม่นาน นางก็จะกลับไปบ้านเกิด และที่แรกที่นางจะไปคือตระกูลมู่หรง
พระราชวังเมืองหลวงของต้าฉีในเวลานี้ มู่หรงอี๋ใส่ชุดกระโปรงยาวดูงดงามหรูหรา นางอายุยี่สิบกว่าปีแล้ว เพิ่มความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกว่าตอนที่ยังอายุน้อย นางในคันฉ่องยังคงเป็นสตรีที่งดงามล่มเมือง ต่อให้เป็นฮองเฮาในวังหลัง ก็หาสตรีที่งดงามกว่านางมิเจอ
“สองวันนี้ฝ่าบาทอยู่ในตำหนักของสนมคนไหน?” อีชุ่ยนางกำนัลข้างกายมู่หรงอี๋บอก “ทูลกุ้ยเฟย สองวันนี้ฝ่าบาทอยู่ในตำหนักฉินเฟย และมีแวะไปเยี่ยมเยียนหยินเฟยบ้าง”
“ฉินโม่เอ๋อร์ ก็คือองค์หญิงเหอชินของต้าเยียนนั่น หลังจากข้าได้เจอครั้งก่อนมักรู้สึกว่าคุ้นตาอยู่บ้าง”
มู่หรงอี๋ขมวดคิ้ว ถึงนางจะมิได้พูดออกมาชัดเจน แต่อีชุ่ยก็รู้ดี
มู่หรงอี๋พูดว่าหน้าตาเหมือน คือหมายถึง ฉินโม่เอ๋อร์หน้าตาเหมือนมู่หรงชิวที่ตายไปแล้ว
ครานั้นนางตัดนิ้วมือของมู่หรงชิวเองกับมือ ต่อให้ตอนนี้พอคิดถึงสภาพตายของมู่หรงชิว นางยังคงหวาดกลัวอยู่เลย
“ทำไม? พูดถึงสตรีผู้นั้น เจ้าก็ไม่กล้าพูดจาแล้วรึ?”
อีชุ่ยรีบคุกเข่าลงไป พลางว่า “ข้าน้อยมิกล้า! ข้าน้อยเพียงแต่คิดว่า ฝ่าบาทโปรดปรานฉินเฟยนั่นเพียงนี้ ขนาดหยินเฟยยังโดนลดการโปรดปรานไปมากมายนัก เกรงว่าจะ...”
มู่หรงอี๋ขมวดคิ้วบอก “พูด!”
“เกรงว่าจะระลึกถึงฮองเฮาองค์ก่อน...”
พออีชุ่ยพูดจบ มู่หรงอี๋ก็ตบโต๊ะลุกผ่าง มู่หรงชิวเป็นศัตรูคู่แค้นของนางมาแต่ไหนแต่ไร ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยชื่อมู่หรงชิวต่อหน้านาง