ตอนที่ 172
บทที่ 172 การถวายบังคมของวังหลัง
October 28, 2026
มู่หรงอี๋แค่นยิ้มเย็น ต่อให้อวี้เฟยจะโอหังแค่ไหน หลายปีมานี้ก็ต้องอยู่ภายใต้นาง เพราะในโลกนี้ นอกจากนางแล้ว มิมีผู้ใดเข้าใจจวินฉีเซิ่งดียิ่งไปกว่านาง
ส่วนอวี้เฟย ก็แค่แมวตัวหนึ่งที่อาศัยอำนาจเหมียวเจียงมาแยกเขี้ยวกางเล็บตัวหนึ่งก็เท่านั้น
หลายปีมานี้สตรีในตำหนักหลังของจวินฉีเซิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ มู่หรงอี๋มองดูเหล่าสนมที่พยายามทุกวิถีทางเหล่านั้นแล้ว ในใจยิ่งเดือดดาลมากขึ้น
เพราะพวกนางทุกคนล้วนอ่อนวัยกว่านาง
มีสตรีชุดขาวนางหนึ่งที่ก้าวเดินประดุจเดินบนดอกบัวค่อยๆเดินออกมาจากทางเดินตรงนั้น
มู่หรงอี๋มองแวบแรกก็เห็นฉินโม่เอ๋อร์ทันที หากบอกว่า สตรีที่แสร้งทำเป็นบริสุทธิ์ผุดผ่องในวังหลวงนี้นั้นมีไม่น้อยเลย แต่ฉินโม่เอ๋อร์กลับมีราศีเช่นนี้อยู่แล้ว ทั่วทั้งร่างล้วนทำให้บุรุษรู้สึกอ่อนระทวย
ฉินโม่เอ๋อร์ตาดีอย่างมาก นางเดินมายืนตรงหน้ามู่หรงอี๋ พลางย่อตัวลงคารวะ “หม่อมฉันฉินโม่เอ๋อร์ ถวายบังคมกุ้ยเฟย”
มู่หรงอี๋ยิ้มน้อยๆบอก “ข้านึกว่าใคร ที่แท้ก็ฉินเฟยที่พึ่งเข้าวังนี่เอง ดินของต้าเยียนช่างดียิ่ง ฉินเฟยช่างงดงามนัก ไม่แปลกที่ฝ่าบาทจะโปรดปรานติดกันเสียหลายวัน แม้แต่หยินเฟยยังทาบไม่ติดเลย”
หยินซวงซวงยืนอยู่ข้างๆพูดขึ้นว่า “ฉินเฟยงดงามมาแต่เกิด หม่อมฉันทาบไม่ติดเลย ครั้งก่อนได้เจอกันที่งานเลี้ยง ภาพและตัวหนังสือที่ฉินเฟยเขียนขึ้น แค่ดูก็รู้ว่าเป็นสตรีมีพรสวรรค์ หากฝ่าบาทมิชอบ หม่อมฉันก็ว่าแปลกแล้ว”
มู่หรงอี๋กับหยินซวงซวงไม่ถูกกันมาแต่ไหนแต่ไร แต่วินาทีนี้กลับเชิดชูฉินโม่เอ๋อร์จนเลิศลอย
เหล่าสนมรอบข้างผู้ใดบ้างมิได้หน้าตางดงามรูปร่างอรชร ฐานะสูงส่ง นอกจากอวี้เฟยจากเหมียวเจียงที่ยากจะหาเรื่องด้วยได้แล้ว ล้วนเป็นคุณหนูลูกเมียเอกตระกูลสูงแห่งต้าฉีทั้งนั้น พอเห็นสนมต่างเมือง ก็ล้วนไม่พอใจนานแล้ว และหลายวันนี้ยังครอบครองฝ่าบาทไว้เพียงคนเดียวอีก ท่าทางอ่อนโยนอ่อนแอน่ารังแกของฉินโม่เอ๋อร์ต้องโดนเดียดฉันท์จากเหล่าสนมอื่นแน่
เวลานี้ฉินโม่เอ๋อร์ใม่ทำอะไรแต่กลับพูดอย่างนอบน้อมว่า “หม่อมฉันรู้เพียงผิวเผินเท่านั้น มิได้เป็นสตรีอัจฉริยะแต่อย่างใด กุ้ยเฟยกับหยินเฟยพูดเช่นนี้ หม่อมฉันหวาดหวั่นนัก”
ฉินโม่เอ๋อร์ยิ้มน้อยๆ รู้สึกว่าตนพูดเช่นนี้สมควรแล้ว ตรงหน้านางคือหลิ่วกุ้ยเฟยที่ครองวังหลังและหยินซวงซวง ตอนนี้รากฐานนางยังไม่มั่นคง มิอาจเป็นศัตรูกับพวกนางได้
มู่หรงอี๋เพียงยิ้มหยันเล็กน้อย ฉินโม่เอ๋อร์นี่ดูหน้าตางดงามดี แต่สมองกลับมิฉลาดเท่าไหร่
มีสนมหลายคนที่ตำแหน่งไม่สูงพากันซุบซิบอยู่ด้านหลังฉินโม่เอ๋อร์ว่า “กุ้ยเฟยและหยินเฟยก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง ฉินเฟยนี่คิดว่าตนเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งจริงรึ”
“นั่นสิ หากพูดถึงหญิงงาม ผู้ใดเทียบเคียงกุ้ยเฟยได้กัน? หากพูดถึงสตรีอัจฉริยะ หยินเฟยเรียกตนว่าที่สอง ผู้ใดจะกล้าเป็นที่หนึ่งกัน”
เสียงของทั้งสองไม่ดังไม่เบา เข้าหูฉินโม่เอ๋อร์พอดี
ฉินโม่เอ๋อร์แอบกำหมัดแน่น คิดถึงตนเองต้องมาไกลถึงต้าฉี เลยได้แต่อดทนเท่านั้น
ในตอนนี้เอง นางกำนัลคนหนึ่งเดินออกมาจากในตำหนักฮองเฮา และพูดขึ้นว่า “ฮองเฮาตื่นบรรทมแล้ว ขอเชิญพระนางทั้งหลายเข้าไปถวายบังคมได้”
คนที่เดินนำหน้าสุดย่อมเป็นมู่หรงอี๋ ตามด้วยหยินเฟยและฉินเฟย สนมคนอื่นก็เดินตามกันมาตามแต่ตำแหน่งของแต่ละคน
มู่หรงอี๋มองดูทั้งหมดในตำหนักฮองเฮา สิ่งเหล่านี้ไม่ช้าไม่นานต้องเป็นตำหนักของนาง
ฉินโม่เอ๋อร์เองก็มองดูทุกสิ่งในวังหลวง และนี่เป็นเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวของนาง นางจะต้องกลายเป็นฮองเฮาเพียงคนเดียวของจวินฉีเซิ่ง
ด้านหลังผ้าม่าน สามารถเห็นเงาร่างสตรีนางหนึ่งนอนอยู่ นางผอมบางยิ่งนัก มือที่ยื่นออกมาแทบจะเป็นหนังหุ้มกระดูก มองไม่เห็นความเรียบเนียนใดๆเลย
“หม่อมฉันถวายบังคมฮองเฮา”
ฮองเฮาเหวินโบกมือ ก็มีนางกำนัลพูดขึ้น “ตามสบาย นั่งเถอะ”