ตอนที่ 174
บทที่ 174 ตอบโต้และต่อกร
October 28, 2026
สนมหวางเหม่ยเหรินพูดจาตรงเผ็ง ทำเอาสีหน้าฉินโม่เอ๋อร์มีแววกระอักกระอ่วน
สนมเล่อผินและสนมหวางเหม่ยเหรินสบตากัน ในแววตาล้วนมีแววสาแก่ใจกัน
สนมหวางเหม่ยเหรินพูดถึงขั้นนี้แล้ว ฉินโม่เอ๋อร์เลยได้แต่เปิดปากถามว่า “มิทราบว่าน้องท่านพูดเช่นนี้หมายความว่ากระไร? ชุดนี้มีสิ่งใดมิสมควรรึ?”
สนมหวางเหม่ยเหรินตอบว่า “ฉินเฟยอยู่ไกลถึงต้าเยียน ย่อมมิรู้กฎระเบียบของต้าฉีเราอยู่แล้ว ในตำหนักหลังจะใส่ชุดสีขาวมิได้ หรือว่าพระนางไม่รู้สึกรึว่า ใส่ชุดขาวไว้ เหมือนกำลังจัดงานศพ? ฉินเฟยเป็นสนมที่ฝ่าบาททรงโปรดปราน แต่งกายเยี่ยงนี้ทุกวัน ถือเป็นการไม่เคารพต่อฝ่าบาทเป็นอย่างมาก”
ฉินโม่เอ๋อร์คงสีหน้าไม่อยู่ ได้แต่ฝืนยิ้มว่า “แต่ฝ่าบาทมิเคย...”
สนมหวางเหม่ยเหรินแทรกทันที “ถึงฝ่าบาทมิเคยกล่าวว่าอันใด เพราะเห็นแก่ว่าฉินเฟยพึ่งมาต้าฉีได้ไม่นาน เลยยอมอ่อนข้อให้ แต่ในเมื่อพวกหม่อมฉันพบเข้าแล้ว ย่อมต้องบอกกล่าวแก่ฉินเฟย จะไม่รู้ระเบียบมิได้เด็ดขาด มิเช่นนั้นจะถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะเอาได้”
ไฉ่ฉินยืนดูอยู่ข้างๆ ทนไม่ไหวยิ้มออกมา เดิมนางเป็นนางกำนัลที่มู่หรงอี๋ส่งมาอยู่ข้างกายฉินโม่เอ๋อร์ เพื่อไม่ให้ฉินโม่เอ๋อร์อยู่อย่างเป็นสุขนัก ปกติ สนมหลี่ผินเป็นคนเย็นชา ไม่ค่อยเสวนากับผู้ใด สุขุมนุ่มลึก ส่วนสนมหวางเหม่ยเหรินกับสนมเล่อผินต่างขึ้นชื่อเรื่องเอะอะอาละวาด และชอบหึงหวง มิมีทางยอมให้ฉินโม่เอ๋อร์มีความสุขแน่
วังเจาหรงภายภาคหน้าคงสนุกมากขึ้นแน่ๆ
รอจนทั้งสามคนออกไป ฉินโม่เอ๋อร์ถึงสั่งว่า “เจ้าออกไปก่อน”
“เพคะ”
รอจนไฉ่ฉินออกไป ฉินโม่เอ๋อร์ถึงเริ่มหายใจแรงขึ้น
ฉินโม่เอ๋อร์กวาดถาดผลไม้บนโต๊ะทิ้งลงพื้นหมด นางน่าจะรู้ดีก่อนแล้วว่า ทั้งสามคนมิได้มาดี แต่ไม่คิดว่าจะกล้าเหิมเกริมต่อหน้านางเยี่ยงนี้
ความโกรธในครั้งนี้นางจะทนได้อย่างไร?
ไม่รู้ว่าหรูเสวี่ยมาปรากฎตัวต่อหน้าฉินโม่เอ๋อร์ตั้งแต่เมื่อใด และหยิบขวดกระเบื้องเคลือบออกมาจากในอกพลางว่า “คุณหนู ทานยาเถอะ”
“นับจากบัดนี้เป็นต้นไป! เรียกข้าว่าฉินเฟย!”
หรูเสวี่ยคุกเข่าครึ่งหนึ่งลงพื้น พูดอย่างนอบน้อมว่า “ฉินเฟย ท่านหอบหายใจแรงเกินไป ทานยาเถอะ”
ฉินโม่เอ๋อร์ยื่นมือไปรับขวดกระเบื้องในมือหรูเสวี่ย มองดูเม็ดยาที่แผ่ซ่านกลิ่นหอมจากด้านใน จากนั้นหยิบเม็ดหนึ่งออกมาใส่ปาก พลางว่า “ท่านพ่อส่งเจ้ามาปกป้องข้า เจ้าต้องช่วยข้า ช่วยข้าฆ่าสามคนนั้น”
หรูเสวี่ยพูด “หากตอนนี้ฆ่าพวกนาง เกรงว่าจะไม่เหมาะสมหรือไม่?”
“ตอนนี้ไม่ฆ่า ช้าเร็วก็ต้องฆ่า! เจ้ารอดูไปเถอะ รอคำสั่งข้า ข้าจะให้พวกนางชดใช้ในสิ่งที่พูดออกมาวันนี้!”
หรูเสวี่ยพูดอย่างนอบน้อมว่า “ข้าน้อยทูลลา”
ฉินโม่เอ๋อร์กินยาแล้วถึงรู้สึกสงบลง ทั้งตำหนักใหญ่มีนางแค่คนเดียว พอมองเครื่องกระเบื้องเต็มพื้น ฉินโม่เอ๋อร์จึงสั่งการออกไปว่า “ไฉ่ฉินให้คนเข้ามาเก็บกวาดเสีย”
ไฉ่ฉินเดินเข้ามา เห็นเพียงฉินโม่เอ๋อร์กำลังนั่งหวีผมอย่างเป็นลำดับขั้นตอน และตรวจดูใบหน้าและทรงผมของตนเอง ส่วนของบนพื้นเห็นได้ชัดว่า เป็นเพราะฉินโม่เอ๋อร์ปัดกระจายลงพื้นอย่างโกรธจัด
ไฉ่ฉินบอก “ข้าน้อยจะให้คนมาปัดกวาด”
“ช้าก่อน!”
ไฉ่ฉินชะงักฝีเท้าลง ฉินโม่เอ๋อร์เดินมายืนหน้าไฉ่ฉิน พลางกวาดตามองพินิจไฉ่ฉินอย่างละเอียด ก่อนบอก “ข้าไม่ชอบให้คนในตำหนักมีมากเกินไป เจ้าจัดการเถอะ”
ไฉ่ฉินเหลือบตาขึ้นมอง เห็นฉินโม่เอ๋อร์ขมวดคิ้ว ได้แต่รับคำ “เพคะ”
ฉินโม่เอ๋อร์รู้สึกอารมณ์ดียิ่งนัก นางมิได้โง่ วันนี้ทั้งสามคนนั่นตอบโต้และต่อกรกับนาง ทั้งๆที่จงใจทำให้นางเสียหน้า แต่ไฉ่ฉินที่อยู่ข้างกายกลับมิได้พูดแทนนางสักคำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงช่วยแก้สถานการณ์เลย