ตอนที่ 230
บทที่ 230 เป้าหมายของเป่ยไห่เฟิง
October 28, 2026
เสียงหยอกล้อของชายหญิงคู่หนึ่งดังออกมาจากตำหนักเฟิงหรวน เพียงแต่เจ้าของด้านในนั้นมิใช่มู่หรงอี๋อีกต่อไป แต่เป็นหวีผินโฉมงามคนใหม่ของจวินฉีเซิ่ง
มู่หรงอี๋ลอบมองจากช่องแถวขอบหน้าต่าง ใบหน้าของจวินฉีเซิ่งกำลังดื่มเหล้าจากแก้วในมือ เพียงแต่หญิงสาวข้างตัวเขาคือ สาวใช้ยีชุ่ยที่คอยรับใช้ตนเมื่อวานนี้เอง
“แต่ก่อนหลิ่วกุ้ยเหรินคอยรับใช้ข้า บัดนี้ข้ากลับคิดว่าเจ้าเชื่อฟังข้ามากกว่านางเสียอีก”
“ฝ่าบาทตรัสอะไรอย่างนั้นเล่ะเพคะ หลิ่วกุ้ยเหรินเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นฉี หม่อมฉันมิอาจเทียบได้”
จวินฉีเซิ่งทำท่าทีดูถูก “หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นฉี? นั่นเป็นการให้เกียรตินางต่างหาก”
มู่หรงอี๋กำมัดแน่น เตียงหลังนี้จัดว่าเป็นของนาง นึกมิถึงเลยว่าบุรุษที่เป็นของนางจะมาทำเรื่องบนเตียงนี้กับคนที่เคยเป็นสาวใช้!
ตำหนักเฟิงหรวนแสนกว้างใหญ่กลับมิมีคนเฝ้า จวินฉีเซิ่งจะจงใจทำเช่นนี้ ก็เพราะต้องการให้มู่หรงอี๋ได้เห็นเพื่อจะได้ปวดใจ
“จวินฉีเซิ่ง! พวกเจ้ามันชายโฉดหญิงชั่วต้องมิตายดีแน่!”
มู่หรงอี๋บุกเข้ามา แต่ถูกจวินฉีเซิ่งกดลงบนเตียงนอน ใบหน้าถอดสีลงขยับตัวไปด้านข้างพูดว่า “ฝ่าบาท หม่อมฉันไร้ระเบียบวินัย ใครจะไปรับรู้ว่าในเวลานี้ หลิ่วกุ้ยเหรินจะบุกเข้ามา หม่อมฉันสมควรตาย”
จวินฉีเซิ่งกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เจ้าผิดตรงไหนหรือ? ก็แค่หญิงบ้ามิรู้กาลเทศะเท่านั้น! ทหาร! พานังหญิงบ้านี่ออกไปเสีย!”
“เจ้า! จวินฉีเซิ่ง! เจ้าทำเช่นนี้กับข้า เจ้ามิกลัวว่าข้าจะเปิดเผยความลับของเจ้าหรือ! เมื่อถึงเวลานั้นเจ้ากับข้าก็แค่มัจฉาตายตาข่ายขาด”
รอยนิ้วมือบนใบหน้าของมู่หรงอี๋ยังมิทันจางหาย ผมเผ้าก็รุงรัง ใบหน้าซีดขาว แบบฉบับหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นฉีตรงไหนกัน?
จวินฉีเซิ่งผลักไสมู่หรงอี๋ลงบนพื้นอย่างไรเยื่อใย หัวเราะอย่างเยือกเย็น ทันใดนั้นก็กระซิบข้างหูของมู่หรงชิวว่า “ตอนที่อยู่บนเตียงของมู่หรงชิวนั้น เจ้าทำเรื่องเดียวกับหวีผิน มิใช่หรือ? ”
ราวกับฟ้าถล่ม จู่ ๆ มู่หรงอี๋ก็นึกถึงเรื่องเมื่อหลายปีก่อน ครั้งแรกที่นางยั่วยวนจวินฉีเซิ่งโดยการอาศัยตอนไปเยี่ยมพี่สาวคนโต ที่จริงนางรู้อยู่แล้วว่าวันนั้นมู่หรงชิวมิได้อยู่บ้าน แต่จวินฉีเซิ่งอยู่ และเป็นจวินฉีเซิ่งต่างหากที่กำลังดื่มได้ที่ นางจึงใช้สายตาหวานเยิ้มโอบเอวพาเขาเข้าไปในห้องของเขากับมู่หรงชิว
จวินฉีเซิ่งกล่าวต่ออีกว่า “ตอนนั้นเจ้างดงามเหลือเกิน แต่บัดนี้เจ้าควรส่องกระจกดูสารรูปของตัวเองเสียว่าเจ้าคู่ควรกับข้าหรือ? บุตรสาวของอนุผู้ต่ำต้อยคนหนึ่ง บุตรสาวที่คลอดออกมาจากสตรีในหอนางโลม!”
ยังมิทันรอให้มู่หรงอี๋เอ่ยกลับ ปากประตูก็มีองครักษ์เดินเข้ามา ดึงกระชากมู่หรงอี๋ออกไปอย่างป่าเถื่อน ไร้ท่าทีอ่อนโยนต่อสตรี
“จวินฉีเซิ่ง! ข้าจะมิมีวันปล่อยพวกเจ้าไป! พวกเจ้าคอยดูข้าแล้วกัน! ”
นางเหลือบมองจวินฉีเซิ่งอย่างน่าสงสารอยู่บนเตียงพร้อมกับกล่าวว่า “ฝ่าบาท? นางคงมิได้...... ”
จวินฉีเซิ่งเช็ดริมฝีปากของยีชุ่ยอย่างเบามือพร้อมกล่าวว่า “ก็แค่ผู้หญิงบ้าคนหนึ่ง เรามาต่อกันเถอะ”
ใบหน้าของยีชุ่ยเขินอายราวกับดอกไม้กำลังผลิบาน เมื่อก่อนตอนอยู่จวนหวาง เขาชอบสตรีประเภทนี้มาก ไหนจะที่ยีชุ่ยอยู่กับเขามาตั้งแต่อายุสิบสามปี หลายปีมานี้มิได้สัมผัสมันเลย แท้ที่จริงก็คือยากเกินที่จะควบคุมไว้แล้ว
ค่ำคืนอันแสนงดงามนี้ มีเพียงเสียงกรีดร้องของมู่หรงอี๋ส่งมาจากเรือนฉูหรวน
“จวินฉีเซิ่ง! ข้าจะฆ่าเจ้า!”
“บังอาจ! นึกมิถึงเลยว่าจะเรียกชื่อของฝ่าบาท! ”
หนึ่งในองครักษ์โยนมู่หรงอี๋ลงในตำหนักอย่างไร้ความปรานี มู่หรงชิวที่อยู่ตรงนั้นขยิบตาบอกคนข้าง ๆ แล้วกล่าวว่า “ข้าว่าสาวงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นฉีก็มิเท่าไร”
“แก่ปูนนี้แล้ว ยังจะมีประโยชน์อะไรได้ ข้าว่าฝ่าบาทก็คงคิดเช่นนี้กับนาง”