ตอนที่ 5
ตอนที่ 5 เงินของคนตายก็กล้าเอาหรือ?
September 29, 2026
“ช่วยก็คือช่วย ต้องการเหตุผลอะไรอีกหรือ?” ลั่วชิงยวนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เมื่อพูดจบนางก็หมุนตัวเดินจากไป
เมื่อเห็นนางเดินไปไกล แม่นมเติ้งก็คิดถึงเรื่องในเช้านี้แล้วรู้สึกไม่สบายใจนัก สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะเรียกนางไว้ "พระชายา!"
ลั่วชิงยวนหยุดฝีเท้าลง แม่นมเติ้งรีบเดินเข้ามาใกล้
“เรื่องเมื่อเช้า ข้าขอโทษ หากไม่ใช่เพราะต้องมาดูแลท่าน ข้าคงได้ออกจากจวนไปแล้ว ดังนั้นจึงทำให้ข้าไม่พอใจและระบายอารมณ์ใส่ท่าน” แม่นมเติ้งก้มหน้าอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย
นางไม่คาดคิดเลยว่าพระชายาจะยื่นมือเข้ามาช่วยนาง ถ้าไม่เช่นนั้น นางคงถูกเมิ่งจิ๋นอวี่ตีจนตายไปแล้ว!
นางยังช่วยต่อแขนให้ใหม่อีกด้วย แตกต่างจากคำเล่าลือที่ว่าเป็นสตรีใจร้ายเหมือนอสรพิษโดยสิ้นเชิง
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนจึงเข้าใจต้นสายปลายเหตุ
แม่นมเติ้งเอ่ยเตือนขึ้นอีกว่า “พระชายา หากอยากอยู่ในจวนอ๋องนี้ต่อไป อย่าได้ล่วงเกินเมิ่งจิ๋นอวี่ นางเป็นบ่าวชั้นหนึ่งของจวนและยังเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของผู้ดูแลเรือนในเพคะ”
“ข้าล่วงเกินนางไปแล้ว” นางตอบอย่างเรื่องนี้พูดไปก็ไม่มีประโยชน์
แม่นมเติ้งมองไปรอบ ๆ ก่อนขยับเข้าใกล้นางหนึ่งก้าว พร้อมลดเสียงลง “ข้าเคยได้ยินมาว่า คุณหนูรองลั่วเยว่อิ๋งเคยสัญญากับเมิ่งจิ๋นอวี่ว่าหลังจากนางเป็นพระชายาแล้ว เพราะร่างกายของนางอ่อนแอไม่สามารถปรนนิบัติท่านอ๋องได้ จะเลื่อนตำแหน่งเมิ่งจิ๋นอวี่ให้เป็นสาวใช้ห้องข้าง ให้นางไปปรนนิบัติท่านอ๋องแทน”
“ตอนนี้การแต่งงานระหว่างลั่วเยว่อิ๋งกับท่านอ๋องล้มเหลว หากพระชายาอยากเอาใจเมิ่งจิ๋นอวี่ ก็ให้นางไปปรนนิบัติท่านอ๋อง เช่นนี้นางจะได้ไม่เป็นศัตรูกับพระชายาอีกเพคะ”
แม่นมเติ้งรู้สึกซาบซึ้งใจที่ลั่วชิงยวนช่วยชีวิตนาง จึงอยากช่วยนาง ดังนั้นจึงออกความเห็นให้ลั่วชิงยวนอย่างใจจริง
คำพูดนี้ทำให้ลั่วชิงยวนตกใจเล็กน้อย แสดงว่าลั่วเยว่อิ๋งกับเมิ่งจิ๋นอวี่มีข้อตกลงกัน ใช้ตำแหน่งสาวใช้ห้องข้างเป็นข้อแลกเปลี่ยน
การแต่งงานนี้ถูกทำลายลง ดังนั้นเมิ่งจิ๋นอวี่จึงมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
เมื่อคิดอย่างถี่ถ้วน หากนี่เป็นอีกแผนการของลั่วเยว่อิ๋ง นางก็ช่างร้ายกาจอย่างแท้จริง! ไม่เพียงแต่ส่งลั่วชิงยวนเข้าจวนนี้ให้ทนทุกข์ทรมานจากฟู่เฉินหวน และยังสร้างศัตรูไว้รอบด้านอีกด้วย ไม่มีหนทางให้นางรอดได้เลย!
ลั่วชิงยวนถูกให้แต่งเข้าจวนผู้สำเร็จราชการ ทั้งหมดคือแผนร้าย!
เมื่อคิดถึงหมั่นโถวที่มีพิษ ยาจี๋เล่อก็น่าจะเป็นฝีมือของเมิ่งจิ๋นอวี่หรือลั่วเยว่อิ๋งไม่คนใดก็คนหนึ่ง
ลั่วชิงยวนมองแม่นมเติ้ง หากเรื่องเมื่อเช้านี้สมเหตุสมผล คนอย่างแม่นมเติ้งก็อาจเป็นคนที่นางจะใช้งานได้
“เจ้าเชื่อข้าหรือไม่? ข้าสามารถช่วยรักษาแม่ของเจ้าได้”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของแม่นมเติ้งเปลี่ยนไปทันที นางนึกถึงคำพูดของลั่วชิงยวนในตอนเช้าที่ว่า ภายในสามวันจะต้องจัดงานศพ
ดวงตาดำลึกของลั่วชิงยวนแฝงไปด้วยความลึกลับ ทำให้แม่นมเติ้งขนลุกวาบ นางรู้สึกว่าแววตาและท่าทางของพระชายาดูไม่เข้ากับร่างที่อวบอ้วนและดูเชื่องช้าโดยสิ้นเชิง
“เชื่อเพคะ” แม่นมเติ้งตอบตกลงโดยไม่ทันคิด
“เช่นนั้น เจ้าหาอะไรให้ข้ากินหน่อย แต่อย่าให้ใครรู้ ข้าจะรออยู่ในห้อง” ลั่วชิงยวนกล่าวพร้อมก้าวกลับเข้าไปในห้อง
แม่นมเติ้งยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
ไม่นาน แม่นมเติ้งก็กลับมาพร้อมกับท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ นางหยิบไก่ย่างที่ห่อด้วยกระดาษมันออกจากเสื้อ แล้วยื่นให้ลั่วชิงยวน “รีบกินเพคะ กลิ่นมันแรง ถ้าพวกนางได้กลิ่นเข้ามาเห็นคงยุ่งแน่เพคะ”
แม่นมเติ้งยืนคอยระวังอยู่ที่ประตู ขณะที่ลั่วชิงยวนกินไก่ย่างจนหมดทั้งตัว ก่อนจะเรอออกมาอย่างอิ่มหนำ
แม่นมเติ้งจึงเดินเข้ามาข้างเตียง และพูดอย่างลังเล “ท่าน...ท่านมีวิธีจริงหรือเพคะ?”
หลังจากกินอิ่มแล้ว ลั่วชิงยวนก็กลับมามีพลังเต็มเปี่ยม รีบถามขึ้นว่า “แม่เจ้าป่วยเป็นอะไร? ได้เชิญหมอมาดูหรือไม่? หมอให้ยาอะไรมากินบ้าง?”
“ตอนแรกก็แค่ป่วยเล็กน้อย ปวดหัว มีไข้ หมอก็มาตรวจแล้วให้ยาสำหรับแก้หวัด แต่กินยาไปแล้วก็ไม่ดีขึ้น จนกระทั่งครึ่งเดือนที่ผ่านมาอาการทรุดหนัก หมอเองก็จนปัญญา บอกเพียงว่าควรมีคนเฝ้าดูแลใกล้ชิด เกรงว่าอาจโดนสิ่งชั่วร้ายเพคะ”
สิ่งชั่วร้ายหรือ? ดวงตาของลั่วชิงยวนเปล่งประกาย “นอกจากปวดหัวและมีไข้แล้ว ยังมีอาการอื่นอีกหรือไม่?”