ตอนที่ 6
ตอนที่ 6 เล่าให้ฟังอย่างละเอียด
September 29, 2026
ลั่วชิงยวนหยิบไม้ที่เตรียมไว้อยู่มุมกำแพง ก่อนจะฟาดมันลงไปที่เมิ่งจิ๋นอวี่จนสลบ!
จากนั้นนางก็หยิบหมั่นโถวชิ้นเล็ก ๆ ออกมาจากแขนเสื้อ ยัดใส่ปากเมิ่งจิ๋นอวี่และบังคับให้นางกลืนลงไป
ชายฉกรรจ์ห้าหกคนที่อยู่ในห้องได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากหน้าต่าง คิดว่าลั่วชิงยวนกำลังพยายามหนีออกไป
“อยู่ตรงนี้! ยังคิดจะหนีอีกหรือ!”
ชายคนหนึ่งพุ่งเข้ามาพร้อมฟาดลงไปหนึ่งฝ่ามือ ลั่วชิงยวนใช้โอกาสปล่อยตัวเมิ่งจิ๋นอวี่ทันที
ดังนั้นชายฉกรรจ์จึงรีบกลับจับเมิ่งจิ๋นอวี่ที่ถูกตีสลบกลับไป เพราะคิดว่าเป็นลั่วชิงยวน และช่วยกันอุ้มเมิ่งจิ๋นอวี่ไปที่เตียง
ลั่วชิงยวนที่แนบตัวอยู่ข้างกำแพงฟังเสียงความเคลื่อนไหว เมื่อแน่ใจว่าสำเร็จแล้ว นางจึงเดินจากไปด้วยความสบายใจ
ถือโอกาสยามค่ำคืน ลอบเข้าไปด้านหลังห้องครัวอย่างเงียบ ค้นหาในห้องครัวจนทั่ว แต่กลับไม่มีอะไรเหลือให้กินเลย!
นางจึงหามุมหนึ่งในครัวเอนตัวลงนอน แล้วหลับไป
---
ณ ห้องตำรา
ฟู่เฉินหวนที่เพิ่งจัดการงานราชการเสร็จกำลังเตรียมตัวพักผ่อน ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงตื่นตระหนกของลั่วเยว่อิ๋ง “ท่านอ๋อง ท่านนอนหรือยังเพคะ?”
เมื่อได้ยินเสียงตื่นตระหนก ฟู่เฉินหวนรีบเดินไปเปิดประตูทันที “เกิดเหตุใดขึ้น?”
ลั่วเยว่อิ๋งยืนใบหน้าขาวซีดมองเขา ดวงตาที่เปียกชื้นเหมือนเพิ่งร้องไห้ “ท่านอ๋อง เมื่อครู่นี้...ข้าเห็นชายฉกรรจ์ห้าหกคนเข้าไปในห้องของพี่หญิง ท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิตพี่หญิงได้ไหมเพคะ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของฟู่เฉินหวนก็เปลี่ยนไปทันที
ชายฉกรรจ์สองสามคนเข้าไปในห้องลั่วชิงยวนหรือ? เขาสั่งซูโหยวให้ยกเลิกแผนการนี้แล้วไม่ใช่หรือ?
“ท่านอ๋อง ข้ามีพี่หญิงเพียงคนเดียว ไม่ว่านางจะทำสิ่งใดไป นางก็ยังเป็นพี่หญิงแท้ ๆ ของข้า...” ลั่วเยว่อิ๋งพูดทั้งน้ำตา ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าขอร้อง
เมื่อเห็นเช่นนั้น ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วแน่น ก่อนรีบประคองลั่วเยว่อิ๋งขึ้น “เจ้าพาข้าไปดู”
“นี่...” ลั่วเยว่อิ๋งก้มหน้าด้วยความอับอาย
แววตาของฟู่เฉินหวนมีความเย็นชา คิดว่าลั่วชิงยวนสร้างเรื่องอะไรอีกแล้ว จนถึงตอนนี้นางยังไม่ยอมแพ้อีก!
ยังจงใจทำให้ลั่วเยว่อิ๋งเข้าใจเขาผิดอีก
ครั้งนี้เขาจะพาลั่วเยว่อิ๋งไปดูโฉมหน้าที่แท้จริงของพี่หญิงแสนดีของนางเอง!
ลั่วเยว่อิ๋งใบหน้าซีดเผือด ถูกฟู่เฉินหวนลากให้ตามไป นางร้องไห้สะอึกสะอื้นไปตลอดทาง “ท่านอ๋อง ข้ายินดีรับโทษแทนพี่หญิง โปรดไว้ชีวิตพี่หญิงด้วยเพคะ...”
ยามค่ำคืนในจวนที่เงียบสงัด เสียงร้องไห้ของลั่วเยว่อิ๋งดังชัดเจน จนดึงดูดเหล่าข้ารับใช้ในจวนให้ออกมาดูเหตุการณ์
“คุณหนูรองนี่จิตใจดีจริง ๆ ทั้งที่คุณหนูใหญ่ทำเช่นนั้นกับนาง แย่งงานแต่งของนาง แต่นางยังร้องขอความเมตตาแทนคุณหนูใหญ่อีก”
“ใช่ คุณหนูรองช่างมีจิตใจเมตตาเหมือนพระโพธิสัตว์จริง ๆ”
เหล่าสาวใช้และคนรับใช้ต่างซุบซิบกัน พอได้ยินเสียงก็รู้สึกอยากรู้และตามไปดูว่าเกิดเหตุใดขึ้น
---
ณ ลานกว้าง ไม่มีแสงไฟแม้แต่น้อย ทุกสิ่งมืดสนิท
ท่ามกลางความเงียบ เสียงบางอย่างดังออกมาจากในห้องเป็นเสียงที่ทำให้ผู้ฟังหน้าแดงก่ำด้วยความกระดากอาย และมีเสียงพูดหยาบโลนของชายคนหนึ่งปะปนอยู่ด้วย “ขาของพระชายานี่ช่างแข็งแรงนัก เกือบจะบีบเอวข้าน้อยขาดแล้ว!”
ในชั่วขณะนั้น ความโกรธแล่นขึ้นสู่ศีรษะของฟู่เฉินหวน
แม้ว่าเขาจะเกลียดชังนาง แต่ตอนนี้นางก็ยังมีตำแหน่งเป็นพระชายาอยู่ นางกล้าทำเรื่องเสื่อมเสียเช่นนี้กับคนรับใช้ในจวนของเขาอย่างเปิดเผย...?!
ลั่วเยว่อิ๋งตกใจจนใบหน้าซีดขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าและรั้งชายแขนเสื้อของฟู่เฉินหวน “ท่านอ๋อง ท่านอ๋องได้โปรดไว้ชีวิตพี่หญิงด้วยเถิดเพคะ!”
การกระทำของลั่วเยว่อิ๋งเหมือนราดน้ำมันลงบนกองเพลิง ฟู่เฉินหวนโกรธจนควันออกหู นางคิดว่าเป็นคำสั่งของเขาหรือ?!
เขาดึงลั่วเยว่อิ๋งขึ้นจากพื้น “ข้าไม่ได้สั่ง!”