ตอนที่ 860
ตอนที่860 เรื่องล้อเล่น
October 28, 2026
ตอนที่860 เรื่องล้อเล่น
ยามสายของเช้าวันรุ่งขึ้นที่พระอาทิตย์นั้นส่องแสงร้อนแรงอยู่บนฟากฟ้า ในขณะที่ปาณียังคงลุกจากเตียงไม่ขึ้น แต่ใครบางคนกลับแต่งตัวประณีตและออกไปทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เหลือแค่เพียงเธอที่ดูราวกับลูกหมูตัวน้อยกำลังนอนอยู่บนเตียงอย่างโดดเดี่ยว เพื่อฟื้นฟูพละกำลังกลับคืนมา
จนกระทั่งเกือบเที่ยง จันวิภาถึงค่อยชี้ไปยังชั้นบนเงียบๆ และเอ่ยกับฐิติพร “แม่ เมื่อคืนพวกเขาดุเดือดอะไรกันขนาดนั้นเลยหรือคะ?”
มองดูท่าทีอยากจะซุบซิบนินทาของลูกสาว ฐิติพรอดพยักหน้ารับอย่างเบาๆไม่ได้ ก่อนจะเอ่ยตำหนิ “ลูกชายเธอโตป่านนี้แล้ว ยังจะมาทำนิสัยซุกซนอยู่อีก! ขนาดกำแพงห้องของน้องชายยังกล้าฟัง? ไม่กลัวเขาจะทำหน้าบูดใส่หรือยังไง?”
จันวิภานึกถึงธามนิธิตอนมีสีหน้าบูดบึ้งท่าทางน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง ก็อดตัวลีบขึ้นมาเสียไม่ได้ และเอ่ย “งั้นก็ช่างมันเถอะค่ะ! แต่ว่านี่จะเที่ยงวันแล้ว จะไม่ไปเรียกปาณีลงมาทานข้าวหน่อยหรือคะ? เกิดธามนิธิกลับมา คงไม่พ้นถูกธามนิธิตำหนิว่าไม่ดูแลภรรยาของเขา แบบนี้จะทำยังไงคะ?”
ฐิติพรลังเลชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้า “เธอไปเรียกแล้วกัน! บอกให้ปาณีลงมาทานข้าว! ถึงแม้ฉันจะดีใจที่ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่น้องชายของเธอออกจะไม่รู้จักควบคุมตนเองเกินไปอยู่บ้าง….เฮ้อ. เอาเถอะ เธอไปดูหน่อย ถ้าหากปาณีเหนื่อยมากจริงๆไม่อยากลงมา ก็อย่าไปบังคับเธอ….”
จันวิภาเดินขึ้นชั้นบนไปอย่างเงียบๆ และหยุดลงหน้าห้องของธามนิธิ จากนั้นก็เคาะประตูขึ้นอย่างเบาๆและเอ่ยเสียงเบา “ปาณี ปาณี! ตื่นหรือยัง? มาทานข้าวเที่ยงได้แล้ว วันนี้น้าลำมุงตั้งใจทำเมนูไก่ขอทานที่เธอชอบไว้เป็นพิเศษ เธอจะมาทานหน่อยไหม?”
ปาณี ที่เดิมทีนอนเป็นผักอยู่บนเตียง พอได้ยินดังนั้นก็รีบกระโดดขึ้นมา “พี่คะ ฉันกำลังไปค่ะ!”
แต่แค่พอเธอเดินลงจากเตียง ก็พบว่าขาทั้งสองข้างนั้นช่างอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง ทันใดนั้นเธอก็ตะโกนด่าขึ้นไปกลางอากาศด้วยความโมโห “จอมวายร้าย! ถ้าครั้งหน้านายฉันยังยอมให้คุณได้ชัยชนะ อย่าเรียกฉันว่าปาณี ตันวิรัช!”
ตะโกนจบ ก็พลันนึกขึ้นมาได้อีกว่าคุณอาจะต้องดีใจแน่ที่เธอพูดแบบนี้ ถ้าหากเธอไม่ใช่ปาณี ตันวิรัช ก็เป็น ปาณี วิสิทธิ์เวชน่ะสิ แบบนี้ไม่เท่ากับเข้าทางเขาพอดีหรอกหรือ?
คิดได้ดังนั้นปาณีจึงเปลี่ยนคำสาบานใหม่ “ถ้าครั้งหน้าฉันยังยอมให้คุณได้ชับชนะ ฉันจะตีคุณให้บุบบี้เป็นก้อนไปเลย!”
ตะโกนเสร็จ เธอก็รู้สึกเหมือนได้รับพละกำลังกลับคืนมาบ้างแล้ว จากนั้นจึงเดินลงบันไดไปอย่างทุลักทุเล
เดิมทีเธอใช้เวลาแค่เพียงไม่กี่นาทีก็ถึงที่หมาย แต่ครั้งนี้เธอกลับต้องใช้เวลานานเกือบครึ่งชั่วโมงถึงจะเดินไปจนถึงโต๊ะอาหารได้
ยามต้องเผชิญหน้ากับสายตาของฐิติพรและจันวิภา ปาณีแทบอยากจะแกล้งตายให้รู้แล้วรู้รอด ก่อนจะจับท้องของตนและตะโกนออกมา “แม่คะ พี่คะ ทานข้าวได้หรือยังคะ? หนูหิวจนจะเป็นลมอยู่แล้ว!
แน่นอนว่า ฐิติพรรีบตะโกนบอกห้องครัวในทันใด “พี่ลำมุง จัดโต๊ะเถอะ! ปาณีหิวแย่แล้ว!”
พูดจบ เธอก็หันไปเอ่ยเสียงเบากับปาณีที่กำลังนั่งโมโหอยู่ข้างตน “เธอนี่น้า เอาเถอะ ไม่พูดถึงเธอดีกว่า รอให้ธามนิธิกลับมา ฉันจะสั่งสอนเขาสักที! ถึงพวกเธอจะยังเป็นคนหนุ่มสาว แต่ก็ควรรู้จักยับยั้งควบคุมอารมณ์บ้าง!”
“แค่กแค่ก…”ปาณีที่เดิมเอาแต่พยักหน้าเห็นด้วย พอได้ยินฐิติพรพูดจบประโยคเข้าก็สำลักน้ำลายตนเองขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
จันวิภาที่อยู่ด้านข้างหัวเราะอย่างสนุกสนาน และส่งสายตาไปให้ฐิติพรอยู่ไม่หยุด “แม่คะ พวกเขายังหนุ่มยังสาว ไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ ใช่ไหม ปาณี?”
สีหน้าของปาณีเปลี่ยนเป็นแดงก่ำขึ้นมาทั้งหน้า
ทันในนั้นธามนิธิก็กลับมาที่บ้านพอดี และมองเห็นปาณีที่มีสีหน้าแดงก่ำ เขาเดินเข้าไปหาเธอด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ยถามอย่างยิ้มๆ “แม่ กำลังคุยอะไรกันอยู่ครับ ถึงได้ครื้นเครงกันขนาดนี้?”
ฐิติพรได้สติกลับมาทันใด “ลูกกลับมาได้พอดี! พวกเรากำลังพูดถึงลูกกันอยู่? ลูกไม่รู้หรอกว่าปาณีคับอกคับใจขนาดไหน ถึงแม้แม่จะดีใจที่พวกเธอจะพยายามหาหลานมาให้แม่อุ้มเล่น แต่…….”
ทันใดนั้น ปาณีก็รีบลุกขึ้นมาและเข้าไปช่วยคุณอาถือกระเป๋าอย่างกระตือรือร้น หลังจากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาเดินขึ้นชั้นบนไปทันที
มองเห็นภรรยาตัวน้อยของตนที่จู่ๆก็เขินอายขึ้นมากะทันหัน ธามนิธิเอ่ยกับแม่และพี่สาวของตน “ผมขึ้นไปดูเธอหน่อย อ้อ แม่และพี่อย่าพูดเยอะเกินไป เธอหน้าบาง รับเรื่องพวกนี้ไม่ไหวหรอก!”
พูดจบ ก็รีบเดินตามขึ้นชั้นบนไปในทันที และมองเห็นปาณีที่นั่งอยู่ข้างเตียงเอามือปิดหน้าปิดตาอยู่ ท่าทางดูเสียอกเสียใจ