ตอนที่ 3
บทที่ 3
September 18, 2026
หลังจากที่ฉันจัดการเก็บของใช้ให้เข้าที่เข้าทางเป็นที่เรียบร้อยทุกอย่างแล้ว ฉันก็เดินออกมาสำรวจข้างนอกต่อว่ามีห้องอะไรอยู่ตรงไหนบ้างฉันจะได้รู้ไว้ และไม่ลืมที่จะเดินไปดูห้องออกกำลังกายของพี่ทามด้วย แต่...ประตูมันล็อกเข้าไปดูไม่ได้ก็เลยอดดูไปหนึ่งห้อง ก็แปลกใจเหมือนกันแหละว่าแค่ห้องออกกำลังกายแต่ทำไมต้องล็อกแน่นหนาขนาดนั้นด้วย
แต่สุดท้ายฉันก็เลิกสนใจแล้วเปลี่ยนไปสำรวจห้องอื่นๆ แทน เดินเข้าๆ ออกๆ ทุกห้องทุกซอกทุกมุมของคอนโดจนเหนื่อยก็เลยเดินไปดื่มน้ำในห้องครัวแทน
ปึก!
“อ่า” ดื่มน้ำเย็นๆ นี่มันสดชื่นจริงๆ เลย ว่าแต่นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วทำไมฉันรู้สึกหิวจัง แล้วท้องฟ้าข้างนอกมันก็เริ่มเปลี่ยนสีแล้วด้วยมืดครึ้มแปลกๆ เหมือนฝนจะตกเลย
โอ๊ะ! นี่มันห้าโมงเย็นแล้วเหรอ ฉันยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่มาถึงที่นี่เลยนี่ ถึงว่าทำไมรู้สึกแสบท้องแปลกๆ ไหนขอดูในตู้เย็นหน่อยสิว่ามีอะไรให้ทำกินได้บ้าง
ปึก!
หือ ???
อะไรกันเนี่ยในตู้เย็นไม่มีอะไรเลยนอกจากกระป๋องเบียร์ พวกของสดผัก ไก่ ไข่ ไม่มีเลยเหรอ นี่เขาดื่มเบียร์แทนอาหารทุกมื้อเลยหรือไงถึงได้ไม่เตรียมของสดไว้ในตู้เย็นน่ะ
"ดื่มเก่งขนาดนี้เดี๋ยวตับก็พังกันพอดีหรอก"
ฉันหยิบกระป๋องเบียร์ออกจากตู้เย็นมาดูแล้วบ่นกระปอดกระแปดคนเดียว ก่อนจะส่งกระป๋องเบียร์เข้าไปเก็บในตู้เย็นตามเดิมแล้วปิดประตูลงพร้อมกับระบายลมหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ
"เฮ้อ~ แล้วฉันจะเอาไรกินรองท้องล่ะเนี่ย ไม่มีอะไรให้กินสักอย่าง"
“หิวหรือไง”
!!!
เฮือก! ฉันสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆ เสียงนิ่งๆ เย็นชาของพี่ทามก็ดังขึ้นอยู่ข้างหลัง มาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงเลยอะ “ค่ะ หิวมากพิ้งค์ยังไม่ได้ทานอะไรเลย” ฉันหมุนตัวหันไปหาพี่ทามแล้วทำหน้าหงอยๆ พอเป็นพิธีและไม่ลืมที่จะลูบหน้าท้องให้พี่แกดูด้วย แต่พี่ทามไม่ตอบอะไรนอกจากมองหน้าฉันนิ่ง ในขณะที่ฉันได้แต่ยืนลูบหน้าท้องของตัวเองวนไป...
“...”
“ข้างล่างมีร้านสะดวกซื้อ ลงไปหาซื้อกินเอง”
พูดจบพี่แกก็เดินมาผลักไหล่ฉันจนกระเด็นไปอีกทางเพื่อไม่ให้ฉันยืนบังหน้าตู้เย็นของตัวเองก่อนจะเปิดประตูออกมาแล้วหยิบเบียร์ไปดื่มหนึ่งกระป๋องจากนั้นก็เดินหายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยที่ไม่คิดจะหันกลับมาดูดำดูดีฉันอีกเลย
เหอะ! เหอะ!
ฉันพูดไม่ออกเลย หยาบคายมากแล้วที่สำคัญจะเย็นชาอะไรเบอร์นั้นอะคนเรา น้ำใจอะรู้จักไหม พาภรรยาลงไปหาของอร่อยๆ กินน่ะรู้จักไหม หรือไม่ก็เลี้ยงต้อนรับฉันสักหน่อยก็ยังดี นี่อะไรไม่ดูแลแล้วยังเฉยชาอีก ไอ้พี่ทาม! ไอ้คนบ้า ไอ้มนุษย์หน้านิ่งเอ๊ย!
“ลงไปซื้อเองก็ได้วะ ฮึ่ย”
หลังจากที่ด่าพี่ทามในใจจบฉันก็ลงไปซื้อของกินจากร้านสะดวกซื้อข้างล่างคนเดียว ซื้อทุกอย่างที่อยากกินเสร็จก็ขึ้นไปนั่งกินบนห้องที่โซฟาหน้าทีวีคนเดียว ส่วนพี่ทามหลังจากที่เดินหายไปเมื่อหลายนาทีที่แล้วเขาก็ไม่ได้ออกมาอีกเลย ไม่รู้ว่านอนไปแล้วหรือนั่งทำอะไรอยู่หรือเปล่า
แต่ฉันก็ไม่สนใจเขาหรอก จะสนใจไปทำไมขนาดเขายังไม่สนใจฉันเลย...
Rrrr
ครืด~ ครืด~
‘แม่’
“ค่ะแม่” ฉันกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์หลังจากที่ยกขึ้นมาแนบไว้ที่หู ส่วนตาก็ดูทีวีไปพลางๆ
(เป็นไงบ้างลูก อยู่กับพี่เขาได้ใช่ไหม) ฉันกลอกตามองบนทันทีที่รับสายปุ๊บแม่ก็ถามถึงลูกเขยตัวดีเลย แล้วถามอะไรไม่ถาม ถามว่าอยู่กับพี่ทามได้ไหม ได้ตรงไหนล่ะคนใจร้ายแบบนั้นอะ
“ได้หรือไม่ได้พิ้งค์ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ คือลูกเขยแม่ใจร้ายกับพิ้งค์มาก” ฟ้อง ฉันต้องฟ้องให้แม่รู้ว่าลูกเขยสุดที่รักของแม่น่ะใจร้ายกับฉันขนาดไหน
(ใจร้ายยังไงเหรอลูก)
“ก็พี่ทามอะ ไม่ดูแลพิ้งค์เลยให้พิ้งค์หาข้าวหาน้ำกินเอง ทั้งๆ ที่พิ้งค์เพิ่งมาอยู่ที่นี่แท้ๆ ตามหลักแล้วเจ้าบ้านควรจะทำการต้อนรับให้ดีกว่านี้หรือเปล่าอะแม่ แบบพาไปเลี้ยงหมูกระทะ ชาบู หรืออะไรก็ได้อะ ไม่ใช่ไล่ให้พิ้งค์ลงไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อแล้วมานั่งกินคนเดียวแบบนี้อะ”
ได้ทีฉันก็แรปรัวๆ ให้แม่ฟังเลย จนลืมว่าตัวเองต้องหายใจระหว่างพูดด้วย คือฉันเคืองอะที่เขาทำเป็นไม่สนใจฉัน ฉันมาอยู่ที่นี่ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขานะ ไม่ใช่น้องวัวที่จับมาปล่อยให้หากินเองแบบนี้อะ อย่างน้อยๆ แต่งงานกันแล้วก็ต้องพาฉันไปกินหมูกระทะก่อน เพราะฉันอยากกินมาก แต่ดูสิ่งที่ฉันได้กินสิ มาม่าคัปอะ น่าเคืองไหมล่ะ
(พี่เขาแค่ต้องการสอนให้พิ้งค์เอาตัวรอดคนเดียวได้ไงลูก อย่าถือสาพี่เขาเลยนะ) เดี๋ยว แบบนั้นเขาเรียกว่าไม่สนใจไยดีหรือเปล่า ไม่ได้เกี่ยวกับการสอนให้เอาตัวรอดเลยเหอะ แม่นี่จริงๆ เลยเข้าข้างพี่ทามตลอด อีกอย่างเขาควรดูแลศรีภรรยาให้ดีปะ ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยแบบนี้
“ไม่ใช่แล้วแม่ แบบนั้นเขาเรียกว่าไม่สนใจหนู เฉยชาอะแม่รู้จักไหมคะ”
(เอาน่าลูก อย่าไปโฟกัสจุดด้อยของพี่เขามากนักเลย อยู่ๆ กันไปเดี๋ยวพี่เขาก็เอ็นดูเราเองแหละ ทำตัวน่ารักๆ อ้อนพี่เขาเยอะๆ เดี๋ยวพี่เขาก็พาไปเองแหละ เชื่อแม่)
“ไม่อะ พรุ่งนี้หนูไปเจอเพื่อนแล้วพอหนูมีเพื่อน หนูจะนัดกับเพื่อนไปกินหมูกระทะกันเองไม่ง้อพี่ทามหรอก”
(ไม่ได้นะพิ้งค์ หนูเพิ่งไปอยู่ที่นั่นจะไปไหนมาไหนให้ไปกับพี่ทามเท่านั้น หรือไม่ถ้าจะไปกับเพื่อนก็ต้องมีพี่เขาไปด้วยจะได้ปลอดภัย)
เฮ้อ แม่อะทำไมต้องรังแกชีวิตวัยรุ่นของฉันแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้ รู้ว่าเป็นห่วงแต่ฉันก็โตแล้วปะ อีกอย่างอีตาพี่ทามนั่นแหละตัวดีของความไม่ปลอดภัยเลย ไม่รู้จะกลายร่างเป็นผีบ้าตอนไหนก็ไม่รู้
“พิ้งค์ไม่คุยกับแม่แล้ว” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอดใส่โทรศัพท์ที่มีแม่อยู่ในสาย เมื่อแม่พูดถึงเรื่องที่ฉันไม่ชอบ