ตอนที่ 4
บทที่ 4
September 18, 2026
เช้าวันต่อมา...
“กลับบ้านไม่เกินสองทุ่ม ถ้าสองทุ่มเธอยังไม่ถึงคอนโด ฉันจะรายงานแม่เธอ”
ชิ กลับบ้านไม่เกินสองทุ่ม ไม่งั้นจะรายงานแม่เธอ ขี้ฟ้อง
“รู้แล้วน่า พี่ย้ำกับพิ้งค์จนหลอนไปหมดแล้วเลิกทวนสักทีเถอะ”
ก็มันจริงอะ เขาพูดประโยคนี้กับฉันตั้งแต่ก่อนออกจากห้องจนมาถึงลานจอดรถข้างล่างจนฉันหลอนไปหมดแล้วก็ยังทวนไม่หยุด ทวนอยู่นั่นแหละ ทวนจนฉันจำขึ้นใจ แล้วคือเห็นฉันเป็นเด็กป.1 หรือไง เรียนเสร็จต้องรีบกลับบ้านห้ามไปเถลไถลที่ไหนอะ
ชิ!
“แล้วนี่จะให้พิ้งค์ขับคันไหนไปเรียนอะ” ฉันยืนกอดอกมองรถสองคันที่จอดอยู่ตรงหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์ เริ่มอารมณ์เสียเพราะประโยคกวนใจของเขานั่นแหละ กะว่าจะไปมหาลัยด้วยใบหน้าเบิกบานสักหน่อย แต่ก็อย่างที่เห็นแหละทำฉันหน้าหงิกตั้งแต่เช้าเลย
อารมณ์เสีย!
“คันสีชมพูรถของเธอ”
!!!
ฉันหูผึ่งเบิกตาโตเท่าไข่หานทันทีที่ได้ยินว่ารถมินิคูเปอร์ที่จอดอยู่ตรงหน้าคือของฉัน จากที่อารมณ์เสียเมื่อกี้คือหายวับไปเลย คือเข้าใจความหมายของเธอในแบบฉันปะ มันหมายถึงว่ายกให้ฉันถูกไหม
“เดี๋ยวพี่ทาม พี่บอกของพิ้งค์หมายถึงยกรถคันนี้ให้พิ้งค์ใช้เลยใช่ไหม”
“แม่ซื้อให้เธอเป็นของขวัญวันเข้าเรียน” เฮ้ย! จริงเหรออารันซื้อให้ฉันจริงๆ เหรอ
แก~แม่สามีฉันใจดีเว่อร์อะ
“อารันซื้อให้พิ้งค์จริงๆ เหรอ” ฉันเดินเข้าไปหาตัวรถด้วยสีหน้าดีใจแบบสุดๆ ก่อนจะใช้นิ้วเรียวลูบไล้ตัวรถอย่างปลาบปลื้ม
“งื้อ~ พิ้งค์ดีใจจัง” ฉันฟุบหน้าลงกับกระโปรงรถแล้วดุกดิกขาอย่างดีใจ แม่สามีใจดีเว่อร์อะ ขนาดแม่ฉันยังไม่ซื้อให้เลย
“เลิกดีใจแล้วขึ้นรถได้แล้ว เดี๋ยวก็ไปเรียนสายหรอก ดีใจเหมือนเด็กได้ตุ๊กตาไปได้” พี่ทามที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ข้างหน้ารถพูดเสียงเรียบด้วยมาดนิ่งๆ หยิ่งๆ ของเขานั่นแหละก่อนจะเดินไปขึ้นรถออดี้อาร์แปดสุดหรูสีดำของเขาที่จอดอยู่ข้างๆ รถฉัน
ชิ ตัวเองก็พูดได้สิเป็นลูกคนรวยนี่...ดีใจเหมือนได้ตุ๊กตาไปได้งั้นเหรอ นี่มันรถราคาเป็นล้านนะ! อีกอย่างไม่ให้ฉันดีใจที่ได้รถแล้วจะให้ฉันดีใจที่ได้เขาเป็นสามีหรือไง!
เหอะ!
ปึก!
ฉันเลิกสนใจพี่ทามที่ขึ้นรถไปแล้ว แล้วหันมาเปิดประตูรถของตัวเอง ขึ้นไปนั่งให้เรียบร้อยก่อนจะปิดประตูรถในเวลาต่อมา จากนั้นก็พนมมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในรถก่อนอันดับแรกเพื่อความสิริมงคลก่อนจะสตาร์ตรถตามด้วยคาดเข็มขัดนิรภัยในเวลาต่อมา จากนั้นก็เข้าเกียร์แล้วเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปจากลานจอดรถทันที จนกระทั่งถึงมหาวิทยาลัย ฉันก็เข้าไปจอดหน้าตึกคณะแพทยศาสตร์ของตัวเองอย่างปลอดภัย...
@มหาวิทยาลัย
“เฮ้อ~ ขับรถวันแรก...แกขับได้ตีนผีมากพิ้งค์ แต่ไม่เป็นไรขับเร็วก็ถึงเร็วแบบนี้แหละ”
หลังจากที่จอดรถเสร็จแล้วฉันก็นั่งนิ่งคิดเรื่องการขับรถของตัวเองอยู่สักพักเพราะเมื่อกี้ฉันขับได้น่าไปสน.มาก แต่พอคิดได้ว่าขับเร็วก็ถึงเร็วฉันก็ฉีกยิ้มทันที เพราะขับเร็วก็ถึงเร็วจริงนั่นแหละถึงแม้จะโดนชาวบ้านชาวช่องบีบแตรไล่ด่าทอจนสนั่นทั่วถนนก็ตาม
ก๊อก! ก๊อก!
ขวับ!
“พี่ทาม?”
!!!
“พี่ทาม!” เชี่ย~ อุ๊ยตายคำหยาบ ฉันตีปากตัวเองทันทีที่หลุดคำหยาบออกไปอย่างอัตโนมัติเมื่อนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ฉันขับรถตามหลังรถของพี่ทามอยู่ แต่อยู่ๆ ฉันก็มาถึงมหาวิทยาลัยก่อนพี่ทามซะอีกไม่รู้ว่าแซงพี่ทามไปตอนไหน
แล้วคือสภาพการขับรถของฉันเมื่อกี้คือ...
ตายแล้วฉันตายแน่ๆ “ตายแน่ยัยพิ้งค์โดนพี่ทามดุแน่แก หน้าถมึงทึงมาด้วย”
ปึก!
ฉันค่อยๆ ลงจากรถด้วยสีหน้าที่หดลงเหลือนิดเดียวแบบไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่นัก เพราะตอนนี้พี่ทามเขายืนจ้องหน้าฉันตานิ่งเลยแถมยังเท้าเอวอีก เขาต้องโกรธฉันแน่ๆ ที่ขับรถเร็วชนิดฟาสแปดขนาดนั้น
“พี่ทาม~ คือพิ้งค์...” ฉันเรียกชื่อพี่ทามเสียงอ่อยพลางทำหน้าจ๋อยเหมือนน้องหมาง่องแง่งเบาๆ
“แซงซ้ายแซงขวาแบบนั้นคิดว่าตัวเองอยู่ในสนามแข่งรถหรือไง” นั่นไง ฉันว่าแล้วว่าต้องโดนดุแน่นอน คือฉันแค่ดีใจที่ได้ขับรถก็เลยลืมตัวเหยียบคันเร่งลึกไปหน่อย ทำไงดีจะเถียงกลับก็ไม่ได้เพราะหลักฐานมันคาตา งั้นยอมรับไปเถอะ
“พิ้งค์ลืมตัวอะ แต่พิ้งค์สัญญานะต่อไปนี้จะขับช้าๆ แบบเต่าล้านปีเลย แฮร่ๆ” พูดจบฉันก็หัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนกลับไป ในขณะที่พี่ทามเอาแต่ยืนจ้องหน้าฉันนิ่งไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ถามว่าอึดอัดไหม อึดอัดมาก
ฉันก็เลยคิดว่า...ฉันไม่ควรอยู่ตรงนี้นานไปมากกว่านี้แล้วแหละ ก็เลยค่อยๆ ขยับเท้าถอยหลังออกไปที่ละก้าวสองก้าวช้าๆ ก่อนจะยกมือไหว้พี่ทามแล้วพูดว่า...
“พะพิ้งค์ๆ...ปะไปก่อนนะคะ บาย” จากนั้นก็...ตึกตึกตึก รีบหมุนตัวชิ่งออกมาเลย วิ่งตุบๆ โดยไม่หันหลังไปมองพี่ทามด้านหลังแม้แต่นิดเดียว เพราะกลัวว่าภาพสีหน้าถมึงทึงนั้นจะติดตาเอา ไม่งั้นวันนี้ฉันเรียนไม่เข้าหัวแน่
หลอน!
พอวิ่งมาไกลจนมาถึงในคณะแล้ว ฉันก็หยุดวิ่งแล้วสลับเป็นเดินแทน ก่อนจะรีบเดินเร็วๆ อีกครั้งเพื่อไปขึ้นลิฟต์รวมกับคนอื่นๆ ที่กำลังจะขึ้นไปชั้นบนเหมือนกัน
ติ๊ง
ตุบ!
“อ๊ะ! ขอโทษค่ะ” ฉันชนผู้ชายคนหนึ่งหลังจากที่เดินออกมาจากลิฟต์ แต่ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร จนกระทั่งที่เขาหันมาทางฉัน...
โห... สูง หล่อ ขาว งานดีมาก
“ไม่เป็นไรครับ” พูดจาเพราะอีก ผู้ดีจากไหนเนี่ย
“เอ๋อ...ค่ะ งั้นขอตัวก่อนนะคะ”
“ครับ” ฉันก้มหัวลงเบาๆ อย่างเขินๆ ให้เขาก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้น แต่พอเดินออกมาได้ไม่นานฉันก็อยากกระโดดโลดเต้นทันที
เพราะเขา...หล่อมาก!! ตัวก็หอมมากด้วย
อร๊าย! พิ้งค์อยากแจกเบอร์อะ ^^ ฉันเดินพร้อมเอี้ยวตัวหันไปดูเขา บิดตัวด้วยความเขินอายจนกล้ามเนื้อคอหดเกร็งไปหมด แต่สุดท้ายก็ต้องหันกลับมาทางเดิมเมื่อแผ่นหลังกว้างๆ นั้นหายไปกับเสาอาคารในที่สุด ฉันถึงได้กลับมาเดินแบบคนปกติทั่วไป
ถ้าฉันเจอเขาอีกนะ บอกเลยมีแจกเบอร์สามตัวหลังแน่! ฮึ่ย! มันเขี้ยวผู้ชายหล่อ!