ตอนที่ 4
บทที่ 2[ตอนปลาย]:นางร้ายถูกพรากลูก
September 18, 2026
จ้าวเหมยพูดไม่ออก ปากเดี๋ยวหุบเดี๋ยวอ้าอยู่เช่นนั้น นางเลี้ยงโจวหมินเซินตั้งแต่ทารก จนตอนนี้บุตรชายสี่ขวบปลายเกือบห้าขวบแล้ว ให้ความรัก เอาใจใส่เหมือนลูกคนหนึ่ง ความผูกพันระหว่างแม่ลูกลึกซึ้งมาก
จู่ ๆ สามีกลับบอกว่านางต้องส่งลูกคืนจ้าวโม่ การกระทำเช่นนี้ยุติธรรมกับนางแล้วหรือ
“ข้าไม่ให้” จ้าวเหมยส่ายศีรษะรัว ๆ มือของนางจับมือบุตรชายไว้แน่น ความรักที่นางมีให้เขาไม่สมหวังแล้ว อย่างน้อยเหลือลูกเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจก็ยังดี ทว่าโจวอ๋องกำลังจะพรากทุกอย่างไปจนหมดสิ้น
“เจ้าไม่มีสิทธิ์ในตัวเซินเอ๋อร์” โจวอ๋องกล่าวน้ำเสียงแข็ง เขาเดินไปข้างหน้า คว้ามือโจวหมินเซินให้ออกจากจ้าวเหมย “ต่อจากนี้เจ้าจะไม่ได้พบเขาแล้ว”
เอ่ยจบโจวเหล่ยก็พาโจวหมินเซินออกจากเรือนนอน เด็กชายหันไปมองมารดาไม่ละสายตา ท่านพ่อมีอำนาจสูงสุดในจวนแห่งนี้ มีสิทธิ์จัดแจงทุกอย่าง หากเขาฟูมฟาย ดื้อดึง มารดาจะยิ่งเดือดร้อน
เด็กชายเจ็บปวดหัวใจ เขากำลังจะพลัดพรากกับท่านแม่ใช่หรือไม่ ไยความรู้สึกยามนี้ช่างทรมานยิ่งนัก
จ้าวเหมยร้องไห้ น้ำตาไหลจากดวงตาคู่สวยอาบแก้มเนียน นางขอร้องสามีน้ำเสียงสั่นเครือ “ท่านอ๋อง ได้โปรดอย่าพรากลูกไปจากข้า...”
เอ่ยแล้วลุกตามไป หมายจะดึงโจวหมินเซินกลับคืนสู่อ้อมกอด ทว่าโจวอ๋องสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเขาจับตัวนางไว้ จ้าวเหมยดีดดิ้นไม่หยุด นางร้องไห้ออกมาราวกับจะขาดใจ
“อย่าพรากลูกไปจากข้า” หญิงสาวเอ่ยอีกครั้งด้วยความทรมาน โจวหมินเซินค่อย ๆ เดินจากไปแล้ว แผ่นหลังของลูกไกลออกไปทุกเมื่อ จ้าวเหมยคิดว่าชาตินี้ทั้งชาติ นางจะไม่ได้ใกล้ชิดลูกอีกแล้ว
กระทั่งบานประตูปิดลง วาสนาของนางกับลูกก็ขาดสะบั้น จ้าวเหมยทรุดกายลงบนพื้น ร้องไห้ออกมาอย่างหนักหน่วง
ลูกเป็นเพียงผู้เดียวที่นางเหลืออยู่กลับถูกพรากจาก ทั้งยังต้องแบกรับความเจ็บปวดทรมานจากความจริงที่ว่าโจวอ๋องรักจ้าวโม่มาก แม้เขารู้ว่าโจวหมินเซินเกิดจากจ้าวโม่กับบุรุษอื่น ยังเลือกพาเด็กทารกกลับมาเลี้ยงดูและปิดบัง
ในตอนนั้นเขาไม่บอกนางสักคำว่าโจวหมินเซินคือลูกของจ้าวโม่ ตนคิดว่าสามีเอ็นดูเด็กทารก จึงเลือกเลี้ยงดูสิ่งที่เขาเอ็นดูเป็นอย่างดี
ระยะเวลาสี่ปีกว่าทำให้นางรักโจวหมินเซิน ลูกเองก็รักนางเช่นเดียวกัน ความผูกพันระหว่างแม่ลูกมีมากจนเอ่อล้น เมื่อถูกพรากอย่างกะทันหัน จ้าวเหมยจึงตั้งรับไม่ทัน
หญิงสาวร้องไห้แทบขาดใจ ชีวิตของนางต่อจากนี้จะดำเนินเช่นไร ในเมื่อไม่มีที่พักพิงหลงเหลือ
“ไม่...ไม่จริง”
เสียงร้องไห้ดังระงมทั่วห้อง จ้าวเหมยยังยอมรับความจริงไม่ได้ว่ายามนี้บุตรชายมิอยู่ในอ้อมอกนางอีกแล้ว ในหัวยังมีภาพความฝันว่าตนได้เลี้ยงลูกจนเติบใหญ่ เห็นเขาเป็นฝั่งเป็นฝากับสตรีที่รัก
สิ่งเหล่านั้นไม่มีวันเกิดขึ้นแล้ว...
พระอาทิตย์เคลื่อนตัวขึ้นสูงทางด้านทิศตะวันออก หญิงสาวร่างบอบบางขยับกายบนเตียง เปลือกตางามขยับเชื่องช้าราวกับผีเสื้อโบยบิน พอสายตาปรับกับความสว่างตรงหน้าได้แล้ว คิ้วงามก็ย่นเข้าหากัน