ตอนที่ 6
บทที่ 3[ตอนปลาย]:นางร้ายขอหย่า
September 18, 2026
“ท่านอ๋องหลงตัวเองเกินไปแล้ว ข้าไม่ได้เรียกร้องความสนใจ แต่ข้าเอาจริง” จ้าวเหมยเบี่ยงกายออกจากบุรุษตัวสูงกว่า นางเดินไปยังโต๊ะเขียนหนังสือ หยิบพู่กันจุ่มหมึก บรรจงเขียนอักษรลงบนนั้นหลายประโยค ปิดท้ายด้วยการลงนาม ‘จ้าวเหมย’
พอเขียนเสร็จ จ้าวเหมยก็เดินกลับไปหาโจวอ๋อง ยื่นกระดาษแผ่นนี้ให้เขา “เหลือท่านอ๋องลงนาม”
โจวเหล่ยรับกระดาษมาจากจ้าวเหมย ดวงตาลึกล้ำกวาดมองอักษรที่นางเขียน มันคือหนังสือหย่าที่เขียนขึ้นอย่างลวก ๆ ทว่าสิ่งที่หนักแน่นคือการลงนาม หัวใจของโจวอ๋องกระตุกวูบอย่างประหลาด เขาไม่เคยคิดว่าสตรีที่ยอมศิโรราบมาตลอดจะกล้าเขียนสิ่งนี้ขึ้นมาจริง ๆ
“ข้าไม่หย่า” กล่าวเสียงแข็ง ก่อนจะฉีกหนังสือหย่าที่จ้าวเหมยเขียนเป็นชิ้น ๆ แล้วปล่อยให้เศษกระดาษปลิวกระจัดกระจาย
กระดาษสีขาวร่วงหล่นลงสู่พื้นประหนึ่งกลีบดอกไม้ร่วงโรย จ้าวเหมยมองภาพนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย นางไม่ได้กรีดร้องฟูมฟายที่ความพยายามถูกทำลาย ตรงกันข้าม หญิงสาวกลับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เป็นท่าทางถือตัวอย่างที่โจวเหล่ยไม่เคยพบเห็นมาก่อน
“ฉีกไปก็ไร้ประโยชน์เจ้าค่ะ หนังสือหย่าแผ่นเดียว ข้าเขียนใหม่กี่ร้อยแผ่นก็ได้” จ้าวเหมยเอ่ยเสียงเรียบพลางเดินกลับไปที่ตั่งนิ่ม หย่อนกายลงนั่งท่วงท่าสง่างามและผ่อนคลาย ราวบุรุษตรงหน้าเป็นเพียงอากาศธาตุ
โจวเหล่ยกัดฟัน เขาก้าวไปหยุดตรงหน้าตั่งนิ่ม “ที่ผ่านมาเจ้าพยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษาตำแหน่งพระชายาเอก บัดนี้เจ้ากลับจะโยนมันทิ้งเพียงเพราะข้าจะรับจ้าวโม่เข้าจวนอย่างนั้นหรือ อย่ามาเล่นสงครามประสาทกับข้า”
จ้าวเหมยเงยหน้าสบตาเขา ดวงตาคู่สวยที่เคยเต็มไปด้วยความรักห่วงใย บัดนี้กลับว่างเปล่า “ท่านอ๋อง ท่านหลงตัวเองเกินไปหรือไม่ ที่ข้าอยากหย่า ไม่ใช่เพราะประชดประชันที่ท่านจะรับน้องสาวข้าเข้าจวน แต่เป็นเพราะข้าตาสว่างแล้วต่างหาก”
นางแค่นยิ้ม “หลายปีที่ข้าทุ่มเทไป ถือว่าเป็นบทเรียนที่สอนให้รู้ว่าใจคนเราบังคับกันไม่ได้ ในเมื่อท่านรักจ้าวโม่ ข้าก็หลีกทางให้พวกท่านครองรักกัน ส่วนข้าที่เป็นคนนอก ก็ควรจะออกไปใช้ชีวิตของตนเอง มิใช่หรือ”
“คนนอกหรือ” โจวเหล่ยเค้นเสียงลอดไรฟัน ความโกรธแล่นพล่านในอก “เจ้าคือพระชายาเอกที่ตบแต่งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หน้าที่ของเจ้าคือการรักษาเกียรติของจวนอ๋อง!”
จ้าวเหมยลุกขึ้นยืนช้า ๆ ขยับกายใกล้โจวเหล่ยจนได้กลิ่นอายเย็นเยียบจากกายเขา “เกียรติที่ท่านเหยียบย่ำด้วยการบอกว่าจะพาสตรีอื่นเข้าจวนตั้งแต่วันแรกที่กลับมาน่ะหรือ ในเมื่อท่านสั่งห้ามข้าพบเซินเอ๋อร์ เพื่อให้เขาลืมแม่บุญธรรมอย่างข้าแล้วไปรักแม่แท้ ๆ อย่างจ้าวโม่ ข้าก็ยอมรับตามนั้น แต่ท่านอ๋องลืมไปหรือไม่ว่าสินเดิมของข้าที่ตระกูลจ้าวมอบมา รวมถึงอำนาจในการจัดการบัญชีลับของจวนนี้ ข้าคือผู้กุมมันไว้ทั้งหมด”
โจวเหล่ยกัดฟัน มือหนาคว้าเข้าที่ต้นแขนของนาง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
“หมายความว่าหากท่านไม่ยอมลงนามในหนังสือหย่าอย่างสงบสุข ข้าก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าความลับเรื่องงบลับทางการทหารที่ท่านใช้สะสมกำลังพลอย่างไม่เปิดเผย จะยังคงเป็นความลับอยู่หรือไม่” แม้นางไม่รู้ว่างบลับทางการทหาร โจวอ๋องใช้ทำเรื่องใด เพราะในนิยายไม่ได้กล่าวถึง ทว่าเขาปิดบังทางการ หากนางเปิดโปงขึ้นมา พระเอกธงแดงจะถูกสอบสวนทันที
“เจ้าขู่ข้า” โจวเหล่ยบีบแขนนางแน่นขึ้น แรงบีบนั้นทำให้จ้าวเหมยนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ทว่านางกลับไม่ร้องออกมาสักคำ แววตากลับยิ่งฉายแววท้าทาย
“ข้ามิได้ขู่ ข้าเพียงแค่เสนอทางเลือกที่ยุติธรรม ท่านได้ครองรักกับจ้าวโม่ ข้าได้อิสระ”