ตอนที่ 7
บทที่ 4 [ตอนต้น] : นางร้ายคิดหนี
September 18, 2026
“พี่สาว ท่านอยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย” เสียงหวานใสที่ฟังดูอ่อนแรงดังขึ้นที่หน้าประตู
จ้าวโม่เดินเข้ามาพร้อมกับสาวรับใช้คนสนิท ใบหน้าซูบเซียวเล็กน้อย นางมองสำรวจเครื่องเรือนไม้แกะสลักด้วยสายตาที่เป็นประกายครู่หนึ่งก่อนจะรีบซ่อนมันไว้ใต้แววตาโศกเศร้า
จ้าวเหมยปรายตามองน้องสาวร่วมสายเลือด นี่น่ะหรือนางเอกนิยายที่นักเขียนพยายามชุบตัวให้ มองอย่างไรก็คนละชั้นกับตน “เจ้ามีธุระอะไร หรือแค่อยากมาเดินชมบารมีของพระชายาเอกที่เจ้าเคยทิ้งไป”
จ้าวโม่ชะงัก บีบผ้าเช็ดหน้าในมือจนยับยู่ “พี่สาว ไยต้องประชดประชันโม่เอ๋อร์เช่นนั้นด้วย”
“ข้าไม่ได้ประชดเสียหน่อย เจ้าพูดธุระมาเถอะ ข้าไม่ได้มีเวลาว่างมากนักหรอก” เอ่ยพลางยกขาขึ้นไขว่ห้าง เชิดหน้ามองจ้าวโม่ว่านางเอกนิยายจะมาไม้ไหน
จ้าวโมนิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่พบหลายปี พี่สาวเปลี่ยนไปมาก เมื่อก่อนพี่ใหญ่มิเคยกล่าววาจาเช่นนี้กับตนสักครา “ข้าเพียงแต่คิดว่าเซินเอ๋อร์โหยหาข้ามาก หากเขาได้มาอยู่ที่เรือนนี้กับข้าซึ่งเป็นมารดาแท้ ๆ เราแม่ลูกคงมีความสุขและปรับตัวเข้าหากันได้เร็ว”
จ้าวเหมยแค่นยิ้ม “เจ้าเป็นเพียงสตรีที่หนีตามบุรุษอื่นไปจนท้อง พอกลับมาท่านอ๋องเมตตาจะรับเป็นชายารองก็นับว่าวาสนาสูงส่งเทียมฟ้าแล้ว ยังกล้ามาหมายตาเรือนพระชายาเอกอีกหรือ ช่างหน้าหนายิ่งนัก”
“พี่สาว ท่านว่าข้าแรงเกินไปแล้วนะเจ้าคะ”
“หนำซ้ำลูกเจ้าแท้ ๆ ยังไม่มีปัญญาเลี้ยง ข้าเลี้ยงเซินเอ๋อร์เป็นอย่างดีจนเติบใหญ่ พอเจ้ากลับมาก็แย่งกลับคืนไปง่าย ๆ คิดหรือว่าเด็กอยากจะอยู่กับเจ้า เซินเอ๋อร์กินข้าวไม่ได้กินหญ้า เขารู้ว่าใครจริงใจไม่จริงใจ”
“พี่สาว ฮึก...” จ้าวโม่ร้องไห้สะอื้น ร่างบอบบางสั่นเริ่มอย่างอ่อนแรง นางทรุดกายลงบนพื้นแล้วปล่อยน้ำตาไหลรินออกจากหางตาอาบแก้มเนียน
ยามนั้นเสียงตวาดกร้าวก็ดังขึ้นที่หน้าประตู “จ้าวเหมย พอได้แล้ว!”
โจวเหล่ยก้าวเข้าไปในห้อง ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำ เมื่อเขาเห็นจ้าวโม่ที่กำลังสะอื้นไห้ก็รีบตรงเข้าไปประคองนางไว้ในอ้อมแขนทันที สายตาที่มองยังภรรยาเอกแข็งกร้าว “ข้าบอกให้เจ้าอยู่อย่างสงบ แต่นี่ไม่ทันไรเจ้ากลับรังแกจ้าวโม่ สตรีร้ายกาจเช่นเจ้าเมื่อก่อนแค่เพียงแสดงละครให้ดูเหมือนอ่อนแอก็เท่านั้น”
จ้าวเหมยลุกขึ้นยืน “ท่านควรสั่งสอนว่าที่ชายารองของท่านให้รู้ที่ต่ำที่สูง เรือนเหมยฮวาคือเรือนของพระชายาเอก นางมีสิทธิ์อะไรมาเสนอหน้าอยากย้ายเข้ามาอยู่ หรือท่านอ๋องจะบอกว่ากฎระเบียบของจวนนี้ไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว”
โจวเหล่ยจ้องมองภรรยา ในใจเต็มไปด้วยความอึดอัด “ในเมื่อโม่เอ๋อร์ชอบ และนางต้องดูแลเซินเอ๋อร์ที่นี่ เจ้าก็ย้ายออกไปซะ”
คำพูดนั้นทำเอาจ้าวเหมยหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเหลือเชื่อ “ท่านจะให้พระชายาเอกย้ายออกจากเรือน เพื่อให้หญิงแพศยาที่หนีงานแต่งมาอยู่แทนเช่นนั้นหรือ”
“ข้าสั่งให้เจ้าย้ายไปอยู่เรือนเหมยเขียวที่ท้ายจวนตั้งแต่วันนี้” โจวเหล่ยสั่งเสียงเด็ดขาด
จ้าวเหมยแสยะยิ้ม พระเอกธงแดงก็คือพระเอกธงแดง เขาไม่เคยเปลี่ยนสันดาน เลวอย่างไรก็เลวอย่างนั้น
“เรือนนี้ข้าจะยกให้โม่เอ๋อร์และเซินเอ๋อร์อยู่ด้วยกัน เพื่อความสะดวกในการดูแลเด็ก ทหาร มาช่วยพระชายาย้ายของเดี๋ยวนี้!”