ตอนที่ 98
บทที่ 104
October 28, 2026
“ใคร ?” สวีเหยียนแววตาเกิดประกายร้อนรน
“มู่อี้ไงล่ะ ลูกน้องของเขามียอดฝีมืออยู่หลายคน อีกทั้งยังไม่มีใครตายเลยสักคน หากได้พบเขาล่ะก็ เจ้าคิดจะยืมคนเท่าไหร่ก็ยืมได้” หลิงเฉินพูดแนะนำ
“มู่อี้” สวีเหยียนแววตาเกิดประกาย เขาวุ่นวายเสียจนลืมคนของสำนักเสวียนอู่ไปได้ยังไง
“เขาอยู่ที่ไหน ข้าจะเจอเขาได้อย่างไร ?” สวีเหยียนถาม
“ทะลุป่าทึบนี้ไป เดินต่อไปอีกประมาณร้อยไมล์ก็จะพบเขาได้” หลิงเฉินชี้ทางไป
“ได้เลย ลาก่อน” สวีเหยียนประสานมือคำนับ ก่อนจะจากไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นร่างของสวีเหยียนลาลับไป แววตาของหลิงเฉินก็เกิดประกาย “เรื่องมาถึงขนาดนี้ได้ แปลว่าแผนการของจื่อเฉินกับจางเฮ่าเทียนไม่ธรรมดา ถ้าถึงขนาดจัดการกับยอดศิษย์ทั้งสิบแห่งสำนักหลิงอู่ไปได้ถึงเก้าคน แต่ต่อให้พวกนั้นจะแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ ขอแค่ไม่ถึงแดนฟ้ากำหนด ยังไงก็ต้องตายหมดสิ้น”
“พี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับสวีเหยียนกัน ทำไมท่าทีแลดูร้อนรนขนาดนั้น” หลิงเฟยที่ไม่รู้ว่าเดินเข้ามาทั้งแต่เมื่อไหร่พูดขึ้น
“ฮึ สหายตายไปจะให้อารมณ์เป็นปกติได้ยังไง แค่ไม่ฆ่าเจ้าตั้งแต่ตอนนั้นก็ดีแค่ไหนแล้ว” หลิงเฉินพูดเยาะเย้ย
“อะไรนะ สหายของเขาตายแล้ว ?” หลิงเฟยตกตะลึง
“ยอดสิบแห่งสำนักในของสำนักหลิงอู่ เกรงว่าตอนนี้จะเหลือแค่คนเดียวแล้ว ฮาอา !” หลิงเฉินหัวเราะเสียงดัง คำพูดที่พูดออกมายิ่งสร้างความตกตะลึง
........
สวีเหยียนไม่แม้จะหยุดพัก เร่งรีบเดินทางทั้งวันทั้งคืน หลังจากผ่านไปสองวัน ในที่สุดก็มาถึงสถานที่ที่หลิงเฉินพูดถึง
แถมยังเห็นมู่อี้แล้วด้วย
มู่อี้เป็นชายหนุ่มที่จิตใจดี เขาคือผู้ที่เป็นอันดับหนึ่งในสำนักเสวียนอู่ กำลังพูดคุยอยู่กับเหลียงกวง เมื่อเห็นสวีเหยียนเข้าก็รู้สึกประหลาดใจ
“ข้าต้องการยืมคนเพื่อไปฆ่าจื่อเฉินและจางเฮ่าเทียน” ทันทีที่สวีเหยียนมาถึงก็บอกถึงสาเหตุที่ตนมาที่นี่ ทั้งตรงประเด็นและชัดเจน
“ขอยืมคน ?” มู่อี้ถึงกับชะงัก ต่อให้เป็นใครก็ตามที่ได้ยินคำถามนี้ก็ต้องตกอยู่ในความมึงงง
เรื่องของจื่อเฉินและจางเฮ่าเทียน เขานั้นรู้ดี เขาเคยได้ยินเรื่องของทั้งสองคนนี้มามากมาย พูดจริง ๆ แล้ว กับคนที่เป็นอัจฉริยะอย่างนั้น มู่อี้ไม่คิดที่จะไปแส่หาเรื่องด้วย แม้ว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ทั้งสองคนจะชิงยาวิเศษจากศิษย์สำนักเสวียนอู่ไปไม่น้อยก็ตาม
“ข้าขอยืมศิษย์ชี้แท้ชั้นสิบทั้งหมด เพื่อไปฆ่าสองคนนี้” สวีเหยียนพูดออกไปอีกครั้ง น้ำเสียงสงบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็น
สวีเหยียนในตอนนี้ดูคล้ายกับหมาบ้า พร้อมที่จะกัดใครก็ตามที่มาขวางหน้าเขา
“สหายสวีอย่าเพิ่งรีบร้อน มีเรื่องอะไรนั่งลงค่อย ๆ พูด อ่อ สหายหลินหยู่ล่ะ เขาไม่ได้มาด้วยงั้นหรือ ?” มู่อี้พูดด้วยหน้าตายิ้มแย้ม
สีหน้าของสวีเหยียนเปลี่ยนไปทันที แต่ก็ยังคงกล่าวทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม ไม่แสดงท่าทีโมโหออกไป ได้แต่เพียงพูดออกไปอย่างเยือกเย็นว่า “เขาตายแล้ว”