ตอนที่ 137
บทที่ 143
October 28, 2026
ซูเมิ่งเหยาในชุดสีขาวปลิวไสว ยืนอยู่ข้างๆ จื่อเฉินอย่างสวยๆ น้ำเสียงนิ่งๆ สีหน้านิ่งๆ คำเดียวสยบทุกคนได้
เดิมทีนั้นเธอก็แข็งแกร่งพอตัว มีทักษะการต่อสู้ฟ้ากำหนดติดตัว แถมยังมีพลังแดนชี่แท้ชั้นเก้า พลังต่อสู้ที่แท้จริงแข็งแกร่งกว่ามู่อี้ เพียงแต่ตอนที่อยู่ในสวนยาวิเศษ จื่อเฉินเก่งกว่าเท่านั้นเอง เก่งเสียจนกลบความเก่งของซูเมิ่งเหยาไป แต่พอออกมา ก็ไม่มีใครกล้าดูถูกเธอได้
“นี่มันไม่เหมือนกัน ตอนนี้มันเกี่ยวข้องกับแพ้ชนะของสำนักหลิงอู่เรา เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของสำนักหลิงอู่เรา”
“นั่นสิ เดิมทีพวกเราก็สามารถเอาชนะได้ ถ้าแพ้ไปเพราะว่าความเห็นแก่ตัวของจื่อเฉินแล้วจะทำไงได้ คนอื่นก็จะพูดกันว่าสำนักหลิงอู่เราเป็นพวกที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน”
“ถูกต้อง ในฐานะที่เป็นคนของสำนักหลิงอู่ ก็ต้องสู้เพื่อสำนักหลิงอู่ แต่ไม่ใช่เพราะทำเพื่อตัวเอง แล้วไม่สนใจชื่อเสียงของสำนัก”
คนมี “คุณธรรม” ของสำนักหลิงอู่พูดขึ้นมาอีกแล้ว พูดดีมีคุณธรรม ดูน่าฟัง แต่ต้นจนจบก็อ้างแต่ชื่อเสียงของสำนักหลิงอู่
“พวกเจ้าไม่ใช่คนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเลย แต่เป็นเศษสวะที่ชิงหมาเกิด.......”
“ตอนนี้พวกเจ้าทำเป็นมีคุณธรรม ก่อนหน้านี้ที่สวนยาวิเศษ ทำไมไม่เห็นก้าวออกมาบ้างล่ะ”
“ไอ้พวกเศษสวะ ยังจะกล้ามาพูดเรื่องคุณธรรมต่อหน้าจื่อเฉินอีกนะ”
ศิษย์ของสำนักเสวียนอู่ไม่น้อยด้านข้าง เริ่มหัวเราะเยาะ ถึงแม้เสียงของพวกเขาจะเบาแล้ว แต่ในงานล้วนเป็นผู้แข็งแกร่ง ได้ยินเข้ามาในหูชัดเจนอยู่แล้ว
พริบตา สีหน้าของคนพวกนี้ก็ดูไม่จืด
ได้ยาวิเศษจากสวนยาวิเศษครั้งนี้ ขอเพียงเอาออกมา ก็จะถูกเอาไปแลกแต้มบริจาค ไม่ใช่แค่การเทียบกันเท่านั้น สำหรับจื่อเแค่นี้แล้ว การใช้งานของแต้มบริจาคเทียบกับดอกสุ่ยหลิงที่อายุเกือบสองพันปีไม่ได้เลย ต่อให้แลกแต้มบริจาคมากกว่านี้ก็ไร้ประโยชน์
อีกอย่าง ยาวิเศษพันปีนั้น เป็นสิ่งที่ดึงดูดคนระดับแดนฟ้ากำหนดอย่างมาก จื่อเฉินไม่หวังว่ายาวิเศษที่ตนเองแลกมาด้วยชีวิตต้องกลายเป็นส่วนช่วยหเฉินเฟิงบรรลุแดนต่อไป
“เหอะ ตอนนี้มาพูดคุณธรรม ก่อนหน้านี้ไม่เห็นพูดถึงเลยล่ะ ไอ้พวกขี้ขลาดตาขาว” สีหน้านิ่งๆ ของซูเมิ่งเหยาเปลี่ยนเป็นเย็นชา บนตัวก็เผยกลิ่นอายพลังที่แข็งแกร่งออกมา พูดว่า “พวกเจ้าเป็นใครกัน มีสิทธิ์อะไรมาพูดกับข้า?”
ชี้แท้ชั้นเก้า กดดันเสียจนทุกคนหายใจไม่สะดวก มีเพียงพวกที่ระดับชี่แท้ชั้นเก้าถึงจะทนได้
ในตอนนี้เอง พลังที่ระเบิดรุนแรงเหมือนสัตว์อสูรระดับ10ก็พุ่งเข้ามาที่หน้า จื่อเฉินสองตาเย็นชาลง สาดสายตาไป คนทางนั้นก็สีหน้าเปลี่ยน แล้วเซถอยหลังไป ท่าทางดูไม่จืด
ด้านข้างเกิดเป็นเสียงหัวเราะดังขึ้น เสียงหัวเราะเยาะเย้ย ชื่อเสียงของจื่อเฉินในสำนักเสวียนอู่มีมากกว่าในสำนักหลิงอู่เสียอีก
“จื่อเฉิน เจ้ายอมบริจาคยาวิเศษพันปีหรือไม่ ทางสำนักจะแต้มบริจาคแก่เจ้าเป็นสองเท่า"ในตอนนี้เอง เฉินเฟิงก็เอ่ยปากขึ้นมา เขากำลังถึงจุดที่จะต้องบรรลุขั้นต่อไป ต้องการยาวิเศษพันปีแบบนี้มาก
สีหน้าของเขาดูเป็นมิตร พูดจาน่าฟัง เป็นเหมือนศิษย์พี่ที่ดีมากคนหนึ่ง ไม่ได้บีบบังคับกัน และลดตัวลงมาปรึกษากับจื่อเฉิน
“ศิษย์พี่เฉินเฟิงไม่ได้วางมาดเลยสักนิด ถึงได้พูดกับคนไม่เอาถ่านอย่างจื่อเฉินแบบนี้เลย”