ตอนที่ 160
บทที่ 166
October 28, 2026
“ไอ้หน้าโง่ สำนักบู๊เคยได้เชื้อเชิญผู้อาวุโสไท่ซ่างมาเข้าร่วมสำนักบู๊แล้วตั้งหลายครั้ง ซึ่งต่างก็ถูกเขาปฏิเสธ แล้วทำไมจะต้องไปสังหารเขาด้วยล่ะ อีกทั้งสำนักบู๊เองก็มียอดฝีมือมากมาย หากคิดจะสังหารผู้อาวุโสไท่ซ่าง ก็ส่งยอดฝีมือที่มีพลังความสามารถแข็งแกร่งสักหน่อยไปก็ได้แล้ว ทำไมจะต้องส่งระดับขั้นฟ้ากำหนดไปด้วยล่ะ? ” ผู้อาวุโสรองเยาะเย้ยถากถางอีกครั้ง
“เป็นไปได้ที่พวกเขาจะกวาดล้างสำนักหลิงอู่” จื่อเฉินรู้สึกว่าจิตใจปลอดโปร่ง สามารถคิดแก้ไขปัญหาอะไรก็ได้
“เจ้าบำเพ็ญฝึกฝนจนเป็นบ้าไปแล้วเหรอ? จะกวาดล้างสำนัก เหตุผลที่น่าขันแบบนี้เจ้ายังคิดมันออกมาได้”
“ไอ้หนุ่ม ที่เจ้ามาพูดสุ่มสี่สุ่มห้าอยู่ตรงนี้ หรือว่ายังมีความคิดอะไรอื่นอีกใช่ไหรือไม่? ”
ทั้งสองคนมองมาที่จื่อเฉินพร้อมกับหัวเราะเยาะ
“ไม่ได้ ข้าจะต้องกลับไป” จื่อเฉินกระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยมีความรู้สึกต่อสำนักหลิงอู่เลย แต่ช่วงเวลานี้ สำนักหลิงอู่ได้ช่วยเหลือปรนนิบัติเขาเป็นอย่างดี ใช้โอสถเพื่อรักษาเขาจำนวนไม่น้อย อีกทั้งในสำนักหลิงอู่ยังมีเพื่อนของเขาอยู่อีก
“สวบ! “ “สวบ!”
“จะกลับไปเหรอฝันไปเถอะ” ทั้งสองคนจ้องหน้าสบตาซึ่งกันและกัน เงาร่างหายวับ มาประกบอยู่ที่ด้านซ้ายและด้านขวาของจื่อเฉิน แล้วผู้อาวุโสรองก็พูดขึ้นว่า “ไอ้หนุ่ม เจ้าฉลาดนักนะ ถึงหาข้ออ้างแบบนี้ได้ แต่เจ้าคิดว่าพวกเราสองคนเป็นคนโง่หรือยังไง หากจะกลับไปในตอนนี้ ข้าว่าเจ้ากลัวตายต่างหากล่ะ”
“ตอนนี้คิดที่จะหลบหนี มันสายเกินไปแล้ว” ร็อบเบนพูดขึ้นอย่างเย็นชา
“พวกเจ้าสามารถกลับไปพร้อมกันกับข้าได้” จื่อเฉินพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาขึ้น คนบนนกครุฑมีพลังความสามารถที่แข็งแกร่งอย่างมาก มียอดฝีมือมากมาย ถ้าหากต้องการที่จะทำลายสำนักหลิงอู่แล้ว หลินเสวี่ยและคนอื่น ๆ คงจะไม่มีชีวิตรอด
“กลับไปกับเจ้า? เจ้ากำลังฝันไปอยู่ใช่ไหม? ” ร็อบเบนหัวเราะเยาะ
“ไอ้กระจอก ตอนนี้เจ้ามีอยู่สองทางเลือก ทางแรกก็คือเดินหน้าต่อไป อีกทางหนึ่งคืออยู่ที่นี่ไปตลอดกาล” กลิ่นอายลมหายใจแดนฟ้ากำหนดเกิดการผันผวนขึ้น สายตาของผู้อาวุโสรองก็เกิดมีเจตนาสังหารขึ้นแล้ว
“ถูกต้อง เลือกหนึ่งข้อจากสองข้อ! ” แววตาของร็อบเบนก็ปรากฏเจตนาสังหารขึ้น”เดิมทีคิดที่จะให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไปอีกหน่อย คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะมาเล่นลูกไม้แบบนี้ ก็ดีเหมือนกัน ถือว่าได้จัดการไอ้คนไม่ได้เรื่องได้ราวอย่างเจ้าทิ้งไว้ซะที่นี่เลย แล้วพวกเราก็จะไปที่สำนักเสวียนอู่กันเอง”
“ข้าจะไม่ให้เจ้าตายไปอย่างง่ายดายแน่ ข้าจะทุบตีกระดูกทั่วทั้งร่างกายของเจ้า ให้เจ้าเจ็บปวดทรมานไปจนตาย”
“ถูกต้อง ข้าจะใช้หัวกะโหลกของเจ้ามาเป็นโถปัสสาวะ บรรจุสิ่งสกปรกของเสียทุกวัน”
เจตนาสังหารในร่างของทั้งสองคนปรากฏขึ้น ลมหายใจมุ่งเป้าหมายไปที่จื่อเฉินอย่างแน่วแน่ ชัดเจนว่าเรื่องนี้ไม่มีโอกาสในการเจรจาหารืออีกต่อไปแล้ว
ส่วนสีหน้าท่าทางของจื่อเฉิน ก็หม่นหมองลงอย่างมาก แล้วพูดขึ้นอย่างโมโหว่า “พอได้แล้ว ถ้าหากข้าคือไอ้กระจอก แล้วหลานชายของพวกเจ้าล่ะคืออะไร คือขยะอย่างนั้นใช่ไหม? ”
ความอดทนที่มีมาโดยตลอด ในที่สุดก็ระบายออกมาแล้ว จื่อเฉินกระวนกระวายใจ จำเป็นจะต้องรีบกลับไปยังสำนักให้ได้
“ไอ้หนุ่ม แกรนหาที่ตายนัก” ชี่แท้ฟ้ากำหนดปะทุขึ้น ผู้อาวุโสรองแสดงสายตาที่เย็นชา แล้วชี้นิ้วไปยังจื่อเฉิน ชี่กระบี่ที่แหลมคม พุ่งตรงไปยังระหว่างคิ้วของจื่อเฉินทันที
“ไปตายซะเถอะ ไอ้กระจอก ข้าจะดูว่าวันนี้ใครจะมาช่วยชีวิตแกได้” ร็อบเบนเองก็ปลดปล่อยพลังเช่นกัน ก่อนหน้านี้พวกเขาทั้งสองคนเคยได้ต่อสู้กับจื่อเฉินมาก่อน จึงรู้ว่าจะต้องร่วมมือกันต่อสู้ ไม่อย่างนั้นไม่สามารถที่จะสังหารอีกฝ่ายหนึ่งภายในระยะเวลาอันสั้นได้ โดยหมัดลำแสงที่สว่างจ้า ได้พุ่งโจมตีไปที่กลางแผ่นหลังของจื่อเฉินในทันที
“เฮ่อออ! ” จื่อเฉินตะโกนเสียงดัง ปะทุแสงสีเงินเจิดจ้ารอบกาย ดุจดั่งเทพนักรบเกราะเงิน ดวงตาสองข้างเยือกเย็น แล้วก็ปล่อยหมัดพุ่งตรงไปด้านหน้า แสงสีเงินพลุ่งพล่าน ทะลุแหวกอากาศ ซึ่งพลังหมัดนี้ของจื่อเฉิน เกิดระเบิดเสียงดังขึ้นในอากาศอย่างรุนแรง
“บึ้มมม! ”
พลังหมัดสีเงิน มีอานุภาพอันหนักหน่วง กลิ่นอายที่รุนแรง ราวกับค้อนขนาดใหญ่ที่กระหน่ำทุบตีไปยังชี่กระบี่ เมื่อได้ยินเสียงดังสนั่นตูมตามขึ้น ชี่กระบี่ก็แหลกสลายลง และสูญสิ้นไป ต่อจากนั้นจื่อเฉินก็เคลื่อนไหว ร่างกายก็แวบไปยังด้านข้าง แล้วแสดงเก้าสายฟ้าพิฆาตขึ้น หลบหลีกพลังหมัดที่พุ่งมายังด้านหลังได้
“บึ้มมม!”