ตอนที่ 177
บทที่ 183
October 28, 2026
ผ่านไปไม่กี่วัน ในที่สุดจื่อเฉินก็พบว่าตัวเขาก่อนหน้านี้ช่างไร้เดียงสา สะกดรอยตามคนอื่นไปได้สองวัน เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่มีอะไรผิดปกติ ก็คิดว่าเป็นแค่ทหารรับจ้างธรรมดา
แต่ทว่าจริง ๆ แล้ว พวกเขาไม่ได้ธรรมดาเหมือนอย่างภายนอกเลย
ที่นี่มีคนกว่าสิบแปดคน ตามรถคันใหญ่สองคัน บนรถขนสินค้าที่ไม่รู้ว่าคืออะไรเอาไว้ นอกนั้นก็ยังมีรถม้า บนรถดูเหมือนว่ามีคนป่วยอยู่คนหนึ่ง โดยมีชายไว้หนวดเครากำลังดูแลอยู่
รูปร่างของชายไว้หนวดเคราดูหยาบกร้าน เป็นนายจ้างของคนที่เหลือ ดูแล้วเป็นคนดุดัน รูปร่างใหญ่โต หน้าตาดุร้าย ขณะที่อยู่บนรถม้า เขาได้ยินเสียงไอของชรา ได้ฟังจากที่ชายไว้หนวดเคราพูด พวกเขาต้องการไปเมืองหยุนเมิ่งเพื่อหาหมอ
แต่ว่าพวกเขาจะนำยอดฝีมือแดนฟ้ากำหนดสิบห้าคน กับยอดฝีมือแดนจิตแท้ไปหาหมองั้นหรือ ? ยิ่งไปกว่านั้น ที่ชายไว้หนวดเคราสามารถว่าจ้างพวกเขาเหล่านี้ได้ แสดงว่าต้องไม่ธรรมดา จื่อเฉินไม่สามารถดูถูกพลังของเขาได้เลย
ทุกคนต่างก็ปฏิบัติกับจื่อเฉินเป็นอย่างดี มีของกินให้กิน ทั้งเนื้อทั้งเหล้า ไม่มีอะไรที่เขาต้องทำ บางครั้งก็มีคนที่ไม่มีอะไรทำมานั่งคุยกับเขาบ้าง
ทั้งสิบแปดคนต่างมีลักษณะที่ธรรมดา ไม่มีอะไรสะดุดตา แต่จื่อเฉินก็ไม่กล้าชะล่าใจ
“ทำไมเจ้าเก้าถึงยังไม่กลับมาอีก ?”
“นี่ก็ผ่านมาสิบแปดวันแล้ว ปกติน่าจะกลับมาได้ตั้งนานแล้วนี่”
ผ่านไปสองสามวัน จื่อเฉินมักจะได้ยืนการพูดคุยกันลักษณะนี้ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ
พลบค่ำ พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ท้องฟ้าปรากฏเมฆสีแดงเรือง ๆ จากนั้นทุกคนก็หยุดลง ผ่านมาหลายวัน สิ่งเดียวที่ทำให้จื่อเฉินรู้สึกไม่สบายใจก็คือ พวกเขาเดินทางกันช้ามาก คนจากสำนักบู๊สามารถตามเขาทันได้ตลอดเวลา ความเร็วของพวกเขาช้าขนาดนี้ ทำให้จื่อเฉินร้อนรน ทว่าในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาคิดจะหนีไปคงทำไม่ได้
“ไอ่หนุ่ม มากินข้าวเถอะ”
กองไฟถูกจุดขึ้น ใช้ไม้ไผ่เสียบเนื้อย่าง จนเนื้อกลายเป็นสีเหลืองทอง น้ำมันหยดลงบนกองไฟจะเกิดเสียงปะทุดังขึ้น
สิ่งที่จื่อเฉินไม่พอใจก็คือความเร็ว สิ่งที่จื่อเฉินพอใจคืออาหาร คนที่ทำการย่างคือชายร่างผอม ใช้ไฟที่เหมาะสมอย่างชำนาญ ทำให้กลิ่นหอมของเนื้อย่างลอยตลบอบอวลไปไกล จื่อเฉินกินได้ทุกวันโดนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
“เอ่อ.....ท่านอาวุโส ไม่ทราบว่าพวกท่านไปเมืองหยุนเมิ่งทำอะไรกันงั้นหรือ ?” ทุกคนต่างกินกันอย่างเงียบ ๆ จู่ ๆ จื่อเฉินก็ถามคำถามนี้ขึ้น
ไม่มีใครตอบเขา ไม่มีใครมองเขาเลยด้วยซ้ำ
“ไปรักษาอาการป่วย บอกเจ้าไปแล้วไม่ใช่หรือ ?” ชายไว้หนวดเคราดูหยาบกร้านพูดขึ้น
จื่อเฉินยิ้มแห้ง พลางพูดขึ้นว่า “อ้อ เกือบลืมไปเลย ใช่แล้วล่ะ ที่เมืองหยุนเมิ่งคือหนึ่งในเจ็ดเมืองใหญ่ พื้นที่กว้างขวาง ยอดฝีมือเองก็น่าจะเยอะด้วยใช่ไหมล่ะ”
เมื่อเปิดหัวข้อมาอย่างนี้ ชายวัยกลางคนแดนจิตแท้ที่มักจะพูดกับเขาก็พูดขึ้นว่า “แน่นอน มากมายนับไม่ถ้วน แดนชี่แท้ที่อยู่ที่นั่นไม่ได้ต่างอะไรไปจากนักรบด่านหน้า”
“งั้นอัจฉริยะก็เยอะด้วยสิ ?”