ตอนที่ 192
บทที่ 198
October 28, 2026
“จะใจดีอะไรนักหนา เจ้าไม่ฆ่าพวกมัน พวกมันก็จะพาคนสำนักบู๊มาฆ่าพวกเรา หรือว่าเจ้าอยากจะฆ่าข้า ฆ่าตัวเจ้าเองด้วยล่ะ ?” จื่อเฉินตะโกนออกมาด้วยความโกรธ โดยไม่ได้คิดถึงพลังที่ห่างชั้นกันของอีกฝ่ายเลย
“จะใจดีเกินไปแล้ว !” จื่อเฉินพูดอย่างเยือกเย็น เดินกลับไปทางเดิม เพื่อที่จะฆ่านกครุฑเหล่านั้น
หวางเซียนเอ๋อริมฝีปากแดงขึ้นเล็กน้อย อยากจะหยุดเขาไว้ ทว่ากลับไม่ได้พูดอะไรออกมา จื่อเฉินพูดมีเหตุผล
ในเวลาอย่างนี้ หวางเซียนเอ๋อเห็นจื่อเฉินที่เพิ่งจะวิ่งกลับไป วิ่งกลับมาด้วยความรวดเร็ว
“ไม่ทันแล้ว พวกมันไล่ตามมาแล้ว” จื่อเฉินดึงหวางเซียนเอ๋อ มุ่งหน้าเข้าไปในป่าลึก
หวางเซียนเอ๋อบาดแผลยังไม่หายดี ความเร็วไม่สามารถตามจื่อเฉินได้ทัน ถึงได้แต่ปล่อยให้จื่อเฉินดึงนางไป
เพียงไม่นาน ทั้งสองคนก็หายเข้าไปในป่า ...
“ปลุกเจ้านกโง่พวกนี้ขึ้นมา แล้วบอกว่าห้ามโจมตี โถ่เอ้ย พวกมันโง่นักหรือไง คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งนักหรือ เป็นแค่สัตว์โง่ ๆ แท้ ๆ”
หลังจากที่คนของสำนักบู๊ได้เห็นนกครุฑสลบอยู่ตรงหน้า ก็โกรธจนแทบจะควันออกหู ยอดฝีมือแดนจิตแท้คนหนึ่ง ได้ตะโกนด่าทอออกมาอย่างโกรธแค้น
นกครุฑเป็นสมบัติล้ำค่าของสำนักบู๊ จะสูญเสียไปไม่ได้ ทุกคนจึงต่างคิดหาวิธีปลุกนกครุฑให้ตื่นขึ้น ทำได้ดึงเวลาไปได้ไม่น้อย
นกครุฑได้สติกลับมา ต่างค่อย ๆ บินขึ้นไปบนท้องฟ้า ส่งเสียงร้องอย่างต่อเนื่อง คนสำนักบู๊จำนวนหนึ่งเตรียมขึ้นไปบนหลังของมัน จากนั้นออกไล่ตามจื่อเฉินไป
ทันใดนั้นเอง ด้านหลังของเขาได้เกิดเสียงลมพัดกรรโชคขึ้น เสียงระเบิดดังแสบแก้วหู เห็นได้ชัดว่าคนที่กำลังมานั้น เข้ามาด้วยความเร่งรีบ
“ระวังตัว”
คนของสำนักบู๊มองไปยังด้านหลัง ชักอาวุธออกมา สายตาระมัดระวัง เตรียมพร้อมเข้าโจมตี
จากนั้นสักพัก ชายสวมชุดเกราะสีฟ้าคนหนึ่ง พร้อมกับพลังอันมหาศาล ดูองอาจไม่ธรรมดา ได้ปรากฏตัวขึ้นภายในป่า
ชายหนุ่มแววตาทอประกายเหมือนดวงดาว สายตาเยือกเย็น ความเร็วรวดเร็วมาก สีหน้าดูตกใจ เห็นได้ชัดว่ากำลังรีบเป็นอย่างมาก
“เจ้าเป็นใครกัน ?” ชายชุดดำส่งเสียงตะโกนออกมา อาวุธส่องประกายเยือกเย็น จ่อไปยังชายเกราะฟ้าตรงหน้า
ชายสวมชุดเกราะสีฟ้าก็คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเมืองหยุนเมิ่งหวางฉง เขาไล่ตามมาตลอดทาง ทว่าช้าไปก้าวหนึ่ง เขาเห็นเศษชุดของน้องสาวฉีกขาดอยู่บนพื้น ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นตกใจ จากนั้นตามรอยเลือดที่อยู่บนพื้นมา
“พวกเจ้าไม่รู้ว่าข้าเป็นใครงั้นหรือ ?” หวางฉงน้ำเสียงเย็นชา แววตาทั้งสองข้างทอประกายน่ากลัว
“พวกข้าจะไปรู้ได้ยังไงว่าเจ้าเป็นใคร ?” อีกฝ่ายด่าออกไปด้วยความโกรธ ที่นี่มียอดฝีมือแดนจิตแท้อยู่แปดคน ชายที่อยู่ตรงหน้าแต่จะดูองอาจไม่ธรรมดา แต่ว่าพวกเขามีคนมากกว่า จึงไม่รู้สึกกลัว
หวางฉงแววตาเยือกเย็นอีกครั้ง แต่ในใจกลับสงสัย หรือว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่คนของหอทลายฟ้ากันแน่
“อ่อ ข้ารู้แล้วว่าเจ้าเป็นใคร” จู่ ๆ หนึ่งในชายชุดดำก็พูดขึ้น
หวางฉงตาเบิกโพลง แววตาเต็มไปด้วยความเย็นชา
“เจ้ากำลังตามชายเลวหญิงชั่วสองตัวนั่นใช่รึเปล่าล่ะ เป็นกำลังเสริมของพวกมันงั้นหรือ อะไรกัน เจ้าเป็นมือที่สามงั้นหรือ?”