ตอนที่ 16
บทที่ 22
October 28, 2026
“เจ้า......!”
การตอบสนองของจื่อเฉิน เกินกว่าความคาดหมายของคนทั้งสองไปมาก ตอนนี้สีหน้าหยิ่งผยองของทั้งสองได้หายไปแล้ว แต่แทนที่มาด้วยความโกรธแทน โกรธจนทนไม่ไหว อยากจะฆ่าเขาเต็มที่ ลมปราณชี่แท้ชั้นห้าพุ่งเป้าตรงไปยังจื่อเฉิน เห็นได้ชัดว่าพร้อมที่จะลงมือทันที
“อะไรกัน จะลงมืองั้นหรือ งั้นก็เอาสิ ดูสิว่าพวกเจ้าจะกล้าสักแค่ไหน ?” จื่อเฉินพูดออกมาด้วยความเยือกเย็น
ภายในสำนักหลิงอู่ การต่อสู้ถือว่าเป็นสิ่งต้องห้าม ยิ่งเป็นศิษย์สำนักนอกยิ่งไม่มีสิทธิขึ้นสนามประลอง ต่อให้มีความขัดแย้งกันมากแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถลงมือในสำนักได้
แม้ว่าฟู่เจี๋ยและฉือหมิงจะมีพลีงชี่แท้ชั้นห้า สามารถเข้าสู่สำนักในได้ แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้เข้าร่วมการสอบคัด ดังนั้นจึงยังถือว่าเป็นศิษย์สำนักนอกอยู่ ดังนั้นความโกรธเกรี้ยวที่ปะทุอยู่ภายในใจทั้งสอง จึงไม่สามารถทำอะไรจื่อเฉินได้เลย
จนกระทั่งจื่อเฉินเดินจากไปอย่างสง่างาม
เรื่องตลกร้ายจบลงแต่เพียงเท่านี้ ฟู่เจี๋ยและฉือหมิงถูกบีบให้ต้องได้รับความพ่ายแพ้ ไม่มีใครหน้ามืดตามัวพอที่จะเข้าไปประจบประแจงเขาได้อีก
“ฮึ คอยดูเถอะ”
ทั้งสองทำได้เพียงสบถออกมาเบา ๆ เท่านั้น ก่อนที่จะเดินจากไป
........
ในที่สุดจื่อเฉินก็กลับมาถึงห้องพักเล็ก ๆ ของตนเอง ภายในห้องประกอบไปด้วยห้องด้านในอีกสองห้อง แม้จะไม่ได้ใหญ่มาก แต่ภายในก็มีอุปกรณ์ครบครัน ไม่ว่าจะโต๊ะ เก้าอี้ ม้านั่ง หรือเตียงนอนล้วนมีครบ
ห้องข้าง ๆ จื่อเฉินก็คือห้องของจ้าวช่าน แต่ก่อนเพราะทั้งคู่สนิทสนมกัน เป็นเพื่อนสนิทกัน จึงคิดหาวิธีที่จะได้อยู่ห้องข้างกัน แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้...เมื่อนึกถึงจ้าวช่านขึ้นมาอีกครั้ง สีหน้าของจื่อเฉินก็สงบลง ในใจเปลี่ยนเป็นเย็นชา
“จื่อเฉิน ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้”
จื่อเฉินเพิ่งกลับมาถึงห้องได้ไม่นาน ด้านนอกก็มีเสียงดังโหวกเหวกโวยวายด้วยความโมโห ก่อนหน้านี้จื่อเฉินไม่คุ้นเคยกับเสียงนี้ แต่ตอนนี้เขารู้ว่านี่คือเสียงของฟู่เจี๋ย
ฟู่เจี๋ยมาหาเขาด้วยท่าทีโอหัง ดุร้าย
หลังจากที่จื่อเฉินเดินออกมาจากห้อง เขาก็ได้สังเกตเห็น จำนวนคนที่มาหาเขาไม่ใช่สองคน แต่เป็นกลับเป็นสามคน
นอกจากฟู่เจี๋ยกับฉือหมิงแล้ว ยังมีอีกคนที่ดูแล้วน่าจะอายุน้อยกว่า หากดูจากอายุแล้ว น่าจะเด็กกว่าจื่อเฉินซะอีก
“หวังเมิ่ง”
ถ้าพูดถึงคนดังจากสำนักนอก จื่อเฉินจะต้องรู้จักเขาอยู่แล้ว น้องชายแท้ ๆ ของหวังสง เพื่อที่จะมาหาหวังเมิ่ง หวังสงเคยมาที่สำนักนอกอยู่หลายครั้ง เมื่อก่อนจื่อเฉินก็เคยเห็นเขาอยู่ไกล ๆ แต่ว่าทั้งสองก็ไม่เคยมีโอกาสได้ติดต่อกันมาก่อนเลยสักครั้ง
ในตอนนั้นหวังเมิ่งคือคนที่มีชื่อเสียง ส่วนจื่อเฉินก็แค่คนเดินถนนทั่ว ๆ ไป
“เห็นพี่เมิ่งแล้ว ยังไม่ทำตัวดี ๆ อีกหรือไง ?” เมื่อเห็นจื่อเฉินเดินออกมาจากประตูโดยที่ไม่ได้ขยับอะไรต่อ ฉือหมิงก็ทนไม่ได้จนต้องตะโกนออกไป
“มีธุระงั้นรึ ?” จื่อเฉินยังคงทำตัวไม่แยแสเหมือนเคย
จากการทรยศของจ้าวช่านในครั้งนั้น คนเหล่านี้ไม่เคยคิดจะมาพบเขามาก่อน ก็มาพบ แถมยังคอยหาเรื่องวุ่นวายมาให้เขาอยู่เรื่อยไม่เคยหยุด
แถมหลังจากที่รอดจากเหตุการณ์เลวร้ายในวันนั้นมา จื่อเฉินก็กลายเป็นคนที่ไม่ธรรมดา ขนาดพลังชี่แท้ชั้นห้า เขายังแทบจะไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ
“เจ้าคือจื่อเฉินใช่รึเปล่า ทำตัวแปลกดีนี่นา” มีรอยยิ้มจาง ๆ ผุดมาที่มุมปากของหวังเมิ่ง ภายใต้ใบหน้าอ่อนเยาว์มีโทนเสียงจริงจังของผู้ใหญ่ปะปนอยู่
จื่อเฉินไม่ได้พูดอะไร ได้แต่รอให้อีกฝ่ายพูดต่อ