ตอนที่ 225
บทที่ 231
October 28, 2026
“พวกเจ้าทำร้ายผู้อื่นเช่นนี้ มันคือการสังหารโดยเจตนา ถ้าหากเสี่ยวเซียนมาที่นี่ครั้งต่อไปแล้วได้ยินว่าเจ้าเป็นคนสังหารเขา น่าจะเป็นเรื่องที่อธิบายได้ยาก” เนื่องจากนักปราชญ์เล่าเรียนมาเป็นเวลาหลายปี จึงมีศิลปะในเรื่องการพูด แม้เสียงนี้จะฟังดูเหมือนลม ไร้ซึ่งกำลัง แต่มันกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำหนัก
นำหวางเซียนเอ๋อมาข่มขู่พวกเขา แค่พูดออกมาก็สามารถหยุดยั้งพวกเขาไว้ได้
“ทำไม น่าปราชญ์น่ารังเกียจอย่างเจ้าคิดจะขู่ข้าอย่างนั้นหรือ?” เจ้าเตี้ยเหลือบตามองนักปราชญ์ แววตาเปล่งประกายด้วยความเยือกเย็น เจ้าสูงเองก็รู้สึกไม่พอใจเช่นกัน
“ไม่กล้าทำเช่นนั้น แค่พูดตามเหตุผล ในวันนั้นคนฆ่าสัตว์ได้ช่วยชีวิตเสี่ยวเซียนไว้ เป็นผู้มีพระคุณของนาง ลองคิดดูว่าหากเขาตายไป เสี่ยวเซียนจะเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้หรือไม่” หน้าผากของนักปราชญ์เต็มไปด้วยเหงื่อ แต่น้ำเสียงของเขายังคงสงบ
“ปัง!”
เมื่อได้รับความขายหน้า เจ้าเตี้ยรู้สึกไม่พอใจ ปล่อยฝ่ามือออกไปอีกครั้งเพื่อโจมตีคนฆ่าสัตว์จนกระเด็นออกไป แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ตบจนฟันร่วงออกมา เห็นได้ชัดว่ากลัวอีกฝ่ายเสียชีวิต จึงบันยะบันยังเป็นอย่างมาก
“ชาวบ้านชั้นต่ำอย่างพวกเจ้า ถ้าหากพวกข้าสามารถสังหารได้ตามใจชอบ พวกเจ้าคิดว่าคุณหนูจะลงโทษพวกข้าเพราะชาวบ้านชั้นต่ำอย่างพวกเจ้างั้นหรือ อย่าไร้สาระไปหน่อยเลย” เจ้าสูงเองก็พูดออกมาด้วยรอยยิ้มอันเยือกเย็น แม้ว่าเขาไม่ได้ลงมือ แต่ตั้งแต่ต้นจนจบ เขามองฉากที่เกิดขึ้นด้วยรอยยิ้มมาโดยตลอด
การคุกคามในคำพูดของนักปราชญ์ ทำให้พวกเขารู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
“เพี๊ยะ!”
เสียงแสบแก้วหูดังขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าของคนฆ่าสัตว์เต็มไปด้วยเลือด ถอยหลังอย่างต่อเนื่อง แต่ดวงตาของเขายังคงจับจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ แววตาเต็มไปด้วยความโกรธ
“เพี๊ยะ!”
เสียงแสบแก้วหูดังขึ้นอีกครั้ง เจ้าเตี้ยพูดด้วยความภูมิใจ “ข้าทุบตีพวกเจ้าก็ถือว่าเป็นเกียรติแก่พวกเจ้า บัดซบ สถานที่สถุนแบบนี้ ให้พวกข้าต้องมานั่งรอความตาย ทำไมถึงได้ซวยขนาดนี้ แล้วจะไม่ให้พวกข้าหาผลประโยชน์ใส่ตัวได้อย่างไร”
เจ้าเตี้ยลงมืออย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงมีความบันยะบันยัง ทุบตีคนฆ่าสัตว์จนใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด โหดร้าย แต่ไม่ถึงขั้นเอาชีวิต
“พอได้แล้ว หรือพวกเจ้าจะสร้างความวุ่นวายถึงขั้นมีคนเสียชีวิต อย่าว่าแต่เสี่ยวเซียนจะไม่ปล่อยพวกเจ้าไปเลย แม้แต่จื่อเฉินเองเขาก็จะตามล่าพวกเจ้าด้วย จื่อเฉินเป็นจอมยุทธน้อยผู้มีชะตากรรมอันยิ่งใหญ่ เขาต้องยังไม่ตายแน่นอน เสี่ยวเซียนให้พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ นางเองก็ต้องมีเหตุผล ตอนนี้เจ้ากลับฆ่าคนในหมู่บ้าน เมื่อจื่อเฉินกลับมา ลองดูกันว่าเจ้าจะต้องชดใช้อย่างไร” นักปราชญ์ทนดูต่อไปไม่ได้แล้ว เขาเอ่ยปากออกมาอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาเยือกเย็นเป็นอย่างมาก ถ้าหากไม่หยุดเอาไว้ ต่อให้คนฆ่าสัตว์ไม่ตาย เขาก็ต้องนอนรักษาตัวอีกหลายเดือน
ในหมู่บ้านเล็กๆบนหุบเขา อย่าว่าแต่สองสามเดือนเลย แค่ไม่ทำงานสองสามวันก็ไม่มีอะไรกินแล้ว
“เพี๊ยะ!”
เสียงแสบแก้วหูดังขึ้นอีกครั้ง เจ้าเตี้ยมองไปยังนักปราชญ์ พูดออกมาด้วยความดูถูก “เป็นแค่แดนชี่แท้กระจอกเพียงคนเดียว ต่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไป ข้าหยานผิงก็ไม่ได้รู้สึกกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย แถมยังต้องชดใช้อะไรให้เขา เขาคู่ควรกับมันงั้นหรือ แค่นิ้วเดียวก็สามารถบดขยี้ขยะแบบนั้นได้ เขาไม่เคยอยู่ในสายตาของข้าด้วยซ้ำ”
น้ำเสียงของเขาดูโอหังเป็นอย่างมาก มันเต็มไปด้วยความดูถูก “ชาวบ้านชั้นต่ำอย่างพวกเจ้า ต่อให้ข้าสังหารพวกเจ้าจนหมดก็ไม่มีใครมาช่วยพวกเจ้า พวกเจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร แค่ชาวบ้านไร้ค่า ข้าเป็นถึงแดนฟ้ากำหนด ในสำนักเล็กๆข้าเป็นได้ถึงผู้อาวุโสระดับสูง พวกเจ้าสู้กับข้า แค่นิ้วเดียวข้าก็สังหารพวกเจ้าทั้งหมดได้แล้ว”
เจ้าเตี้ยเย่อหยิ่งเป็นอย่างมาก แววที่เหยียดหยามไม่เคยเห็นว่าชาวบ้านเหล่านี้เป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ อวดดีมาก ส่วนเจ้าสูงซึ่งอยู่ด้านข้างก็กำลังยิ้มอย่างเยือกเย็น แม้ว่าไม่ได้พูดอะไร แต่จากการแสดงออกของเขาเห็นได้ชัดเจนว่าเห็นด้วยกับอีกฝ่าย
แต่ในตอนนั้นเอง เสียงซึ่งฟังดูไม่แยแสก็ดังขึ้น “งั้นหรือ หากเจ้ามีความสามารถนั้นก็ลองแสดงให้ข้าเห็นหน่อย”