ตอนที่ 232
บทที่ 238
October 28, 2026
หวางซานเห็นฝีมือจื่อเฉิงจึงนึกชมชอบ ต้องการดึงเข้ามาเป็นสมัครพรรคพวก เพียงแต่เขาทะนงตนมากเกินไป อ้าปากมาก็จะให้อีกฝ่ายยอมรับให้เขาเป็นนายเสียแล้ว
“เจ้ากำลังฝันกลางวันอยู่เหรอ?” ตอนนี้ทั้งสองยังไม่รู้แพ้ชนะ แต่หวางซานกลับจะให้จื่อเฉิงเป็นคนรับใช้ของตัวเอง ความยโสและเห็นตนเป็นใหญ่นี้ช่างสมกับคำร่ำลือจริงๆ
“เจ้าหัวขโมย เจ้าคงยังไม่รู้สิว่าข้าคือใคร จะบอกให้นะ ข้าคือผู้บัญชาการสูงสุดแห่งเมืองหยุนเมิ่ง บุตรคนรองของหวางเจิ้นเวย หวางซานนั่นเอง เป็นอัจฉริยะลำดับสี่ของเมืองหยุนเมิ่ง มีอำนาจอิทธิพลล มีทั้งสิ่งของที่ทุกคนต่างใฝ่ฝัน และยังมีคนหนุนหลัง ได้เป็นข้ารับใช้ข้าเป็นถือเป็นเกียรติของเจ้า” หวางซานยโสและเห็นตัวเป็นใหญ่ มองต่ำจื่อเฉิงด้วยสายตาดูถูก
พูดถึงคนที่อยู่เบื้องหลังตัวเองแล้วเขาก็รอให้จื่อเฉินตกตะลึง จากนั้นก็คุกเข่าลง เรียกนายท่านๆ แบบซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพราก
“ฮ่าๆ!” จื่อเฉิงหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลัง ถูกทำให้โมโหจนหัวเราะ “อัจฉริยะลำดับสี่ของเมืองหยุนเมิ่ง ฮ่าๆ ทำไมไม่บอกว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะลำดับหนึ่งเล่า แบบนี้ยังจะดูร้ายกาจมากกว่า”
“อัจฉริยะลำดับสี่แล้วยังไง สามคนหน้าไม่ใช่พี่ชายข้าก็คือพี่สาวข้า พวกเราเป็นคนบ้านเดียวกัน อันดับหนึ่งนั่นข้าคร้านจะไปชิง เจ้าหัวขโมย ข้าจะให้โอกาสสุดท้ายกับเจ้า ยอมศิโรราบแก่ข้าเสีย หรือว่าจะรอความพินาศ?” หวางซานกล่าว
“คุยโว!” จื่อเฉิงเหยียดยิ้มเย็น เอ่ย “แต่ฐานะเจ้าก็พิเศษมากจริงๆ เอาอย่างนี้แล้วกัน ข้าจะเป็นนายเจ้า ถึงข้าจะไม่มีอำนาจอิทธิพล ไม่มีคนอยู่ข้างหลัง ไม่มีสิ่งของใดๆ แต่พอเป็นนายของเจ้าแล้ว เจ้าก็ประเคนสิ่งของของเจ้าให้ข้าเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูเคารพก็ได้ ถึงตอนนั้นข้าจะคุ้มครองเจ้า”
“ไม่รู้จักที่ตาย พูดดีไม่ฟัง ชอบให้ใช้กำลังบังคับ!” สายตาหวางซานพลันกลายเป็นเย็นชากระบี่อัคคีปล่อยลำแสงออกมาเป็นหมื่นสาย คล้ายกับแสงตะวันรอน ย้อมนภาพเป็นสีแดง “ก่อนหน้านี้แค่อบอุ่นร่างกาย ข้ายังไม่ได้แสดงฝีมือออกมาเลย ให้โอกาสเจ้า เจ้าไม่เอา งั้นก็อย่าโทษข้าก็แล้วกัน”
แสงเย็บแวบเข้ามาในดวงตาพลันเกิดจิตสังหาร ในเมื่อไม่สามารถดึงตัวมาได้ เช่นนั้นก็ทำลายทิ้งซะ
“ในเมื่อเจ้าไม่ยอมรับข้าเป็นนาย งั้นก็ช่างเถอะ วันนี้ชิงของของเจ้าแล้วก็ถือว่าเป็นการสั่งสอนเจ้า” จื่อเฉิงก็ยิ้มเย็นด้วย
“โอหัง ดูกระบี่อัคคีของข้า!” หวางซานเดือดพลุ กระบี่ยาวปล่อยลำแสงออกมาแดงเป็นปื้น ประกายแสงนับพันหมื่นราวกับคมกระบี่ เปล่งประกายเจิดจ้า ทันใดนั้น ประกายแสงเหล่านี้ก็รวบเข้ากับกระบี่อัคคี คล้ายจะถูกดูดซับ กระบี่อัคคีส่องแสงเพลิงพร่างพราว กลิ่นอายอันน่าขวัญผวาอย่างยิ่งทะลักออกมาจากภายใน
“ฉับ!”
จากนั้นหวางซานก็ง้างมือวาดกระบี่ อายกระบี่อันน่าสะพรึงพุ่งตรงไปทางจื่อเฉิน
“เฮอะ เจ้าก็ได้เท่านี้เองเหรอ?” จื่อเฉินรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายอันตรายจากแสงกระบี่ แต่เขากลับไม่กลัว พลังจากร่างกายบีบอัดคล้ายกับสัตว์ร้ายรู้ตื่น ชี่แท้ตรงจุดตันเถียนทะลักไม่หยุด เขากำหมัดทั้งสองแน่น ราวกับค้อนเทพสายฟ้า ทอประกายวับวาว
“โครม!”
อานุภาพกระบี่อัคคีเป็นหนึ่งในหล้า จิตกระบี่คลุ้มคลั่ง ไอเย็นบีบคน หมัดของจื่อเฉิงก็น่ากลัวกว่าปกติ คล้ายกับค้อนเทพสายฟ้า ที่ตกลงมา ปล่อยสายฟ้าออกมานับพันนับหมื่น ส่งเสียงโครมๆ สะเทือนฟ้าสะเทือนดิน
ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วท้องถนน รอยแยกขนาดใหญ่ลามยาวออกไปเป็นสายๆ
หลังจากต่อสู้กันแล้ว จื่อเฉินก็ล่นถอย มือทั้งสองมีบาดแผลเพิ่มมาอีกหนึ่ง ครั้งนี้บาดแผลใหญ่หน่อย แต่ก็เป็นแค่แผลผิวๆ เท่านั้น ไม่ได้ลึกไปถึงกระดูก
“ดี ดีมาก!” จื่อเฉินพูดว่าดีติดกันสองครั้งด้วยนัยน์ตาเย็นชา ถึงหวางซานจะไม่มีความรู้ความสามารถ แต่ฝีมือก็เหนือชั้นกว่าระดับเดียวกันจริงๆ แดนฟ้ากำหนดระยะปลายธรรมดา ปกติจื่อเฉินแค่ออกไปไม่กี่หมัดก็เรียบร้อยแล้ว แต่กับหวางซานแล้ว ตัวเองกลับได้รับบาดเจ็บ
“แบบนี้ก็ดี จะบอกให้นะ ข้ายังไม่ได้แสดงฝีมือที่แท้จริงเลย?” ความดูถูกแล่นผ่านจากมุมปากหวางซาน จู่ๆ แสงสีแดงบนกระบี่อัคคีก็รวบหาย จากนั้นก็มีแสงสีเขียวโผล่ออกมาจากตัวของเขาเป็นสายๆ