ตอนที่ 18
บทที่ 24
October 28, 2026
จากนั้น พวกเขาเห็นกลุ่มคนที่อยู่ด้านหน้า แค่เสียงกระแอมเบา ๆ ก็ทำให้หันฝูงชนหันมาเห็นหวังเมิ่งและหวังสงได้ สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปทันที ก่อนที่จะค่อย ๆ หลีกทางให้ เพียงแค่พริบตาเดียว ทางเดินที่ทอดยาวตรงไปด้านหน้าขึ้นก็ปรากฏขึ้น
แต่น่าเสียดายที่ทางด้านหน้านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อไปยังงานเฉลิมฉลองใด ๆ แต่เป็นทางที่พาไปยังห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นคละคลุ้งของฉี่และอุจจาระ แถมที่หน้าประตู ก็มีชายหนุ่มชุดสีเขียวคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย
“ฮาฮา !”
จื่อเฉินยืนอยู่ในห้อง เพราะด้านนอกมีของแข็งและของเหลวบางอย่างเต็มไปหมด ถังไม้ที่หลินมี่ใช้เมื่อครู่ถูกโยนทิ้งไว้ยังอีกด้านหนึ่ง แต่ของที่อยู่ด้านในนั้นได้ไหลออกมาจนหมดแล้ว ได้เห็นภาพนี้ หวังเมิ่งก็ทนไม่ไหวจนเผลอหัวเราะออกมาเสียงดังอีกครั้ง จากนั้น ทั้งสองคนด้านหลังเขาก็หัวเราะเสียงดังตามเขามาเช่นกัน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะพึงพอใจกับผลงานของตนเองเป็นอย่างมาก
เสียงหัวเราะของทั้งสามคนราวกับที่จุดชนวน ทำให้เกิดเสียงหัวเราะดังออกมาจากทั่วทุกสารทิศ
ทุกคนต่างก็พากันหัวเราะ เหลือแต่เพียงจื่อเฉินคนเดียวเท่านั้น ที่ยังคงยืนอยู่ในห้องด้วยท่าทีสงบ สายตามองไปยังหวังเมิ่ง ภายในแววตามีไฟแห่งความโกรธที่กำลังปะทุอยู่ด้วย
การปรากฏตัวขึ้นของหวังสงดึงดูดความสนใจของทุกคน ทำให้รอบ ๆ เกิดเสียงพูดคุยกันดังขึ้น
“เจ้าคือจื่อเฉินงั้นรึ ?”
หวังสงถามออกมาอย่างราบเรียบ โดยทิ้งระยะห่างกับเขาไว้
“เจ้าเป็นใคร ?” จื่อเฉินถามออกไปอย่างเย็นชา เขาย่อมรู้จักหวังสงอยู่แล้ว เมื่อก่อนเขาเคยหวังสงเห็นอยู่ไกล ๆ แต่ตอนนี้เขาเพียงแค่ตั้งใจถามดูเท่านั้น
“เฮอะ ไม่รู้จักจริง ๆ ด้วย แม้แต่ศิษย์พี่หวังสงก็ไม่รู้จัก ยังไม่คิดจะออกมาอีกหรือไง ?” ฟู่เจี๋ยที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย ในที่สุดตอนนี้ก็มีโอกาสให้เขาได้พูดขึ้น
“ศิษย์พี่หวังสง ?” จื่อเฉินยังคงอยู่ในท่าทีที่สงบ พลางพูดถากถางออกไปว่า “ศิษย์พี่หวังสงไม่โง่ออกมาจากสำนักในหรอก จะมาในที่เหม็นโฉ่แบบนี้ทำไม หรือว่าอยากมาดูผลงานของน้องตัวเองงั้นหรือ ? ”
แน่นอนหวังเมิ่งเป็นคนสั่งการให้คนมาทำเรื่องแบบนี้
“เจ้าคุยกับข้าด้วยท่าทีอย่างนี้งั้นหรือ ?” สีหน้าของหวังสงเหี้ยมโหดขึ้นมา จื่อเฉินเป็นศิษย์สำนักนอกคนแรกที่ไม่เคารพเขา หากไม่ใช้เพราะโสมหิมะล่ะก็ จื่อเฉินป่านนี้คงเจอกับเรื่องเลวร้ายไปแล้ว
คนที่ดูอยู่รอบ ๆ ต่างก็เกิดความรู้สึกสงสารจื่อเฉินขึ้นมา
“ห้องข้าตอนนี้เป็นอย่างนี้ไปซะแล้ว ไม่ทราบว่าศิษย์ที่หวังสงอยากจะให้ข้าพูดด้วยท่าทีแบบไหนกัน ?” จื่อเฉินเก็บงำความโกรธเอาไว้ ตอบกลับหวังสงไปอย่างราบเรียบ
สาดอุจจาระเข้ามายังที่พักของเขาแบบนี้ ตอนนี้กลับบอกว่าเขาไม่ยอมพูดจาดี ๆ ด้วย จื่อเฉินย่อมที่จะโกรธอยู่แล้ว
“ดี ดีมาก” หวังสงหรี่ตาลง เกิดประกายแสงเย็นวาบขึ้น และพูดด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยมว่า “ส่งโสมหิมะห้าร้อยปีมาซะ แล้วเรื่องที่เจ้าทำตัวไม่สุภาพกับข้าจะถือว่าหายกัน ไม่อย่างนั้นล่ะก็...”
คำพูดที่เหลือหวังสงไม่ได้พูดออกมา และก็คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าจื่อเฉินต้องไม่ตายดีแน่ ศิษย์สำนักในฆ่าศิษย์สำนักนอกคนหนึ่งทิ้ง ไม่ได้ต่างกับการวัวฆ่าควาย ยิ่งเป็นหวังสงที่อยู่เหนือกว่าคนทั่วไปแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง
“สำนักหลิงอู่มีกฎอยู่ว่า ไม่อนุญาตให้เกิดการต่อสู้กันขึ้นภายในสำนัก หรือว่าศิษย์พี่จะทำผิดกฎงั้นหรือ ?” จื่อเฉินพูดอย่างราบเรียบ
“ฮึ” หวังสงสบถออกมาด้วยความเย็นชา มองจื่อเฉินไม่ต่างจากมองไอ้โง่คนหนึ่ง เขาพูดจาเสียดสีไปว่า “เจ้าคิดว่าข้าฆ่าเจ้าไปแล้ว จะถือว่าเป็นการแหกกฎสำนักงั้นหรือ เจ้าคิดว่าตันเองเป็นใครกัน ข้าฆ่าเจ้าไปถือว่าเป็นโชคดีของเจ้าแล้ว ถือว่าเป็นบุญวาสนาของเจ้า ทางสำนักจะลงโทษข้าเพียงเพื่อขยะศิษย์สำนักนอกอย่างเจ้าแค่คนเดียวงั้นหรือ ?”
จื่อเฉินกำหมัดทั้งสองแน่น ในใจเต็มไปด้วยความโกรธ แต่ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรออกไป สิ่งที่หวังสงพูดล้วนเป็นความจริง ศิษย์สำนักนอกไม่มีทางเทียบกับศิษย์สำนักในได้
“ข้าจะให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ส่งโสมหิมะมาให้ข้าซะดี ๆ จากนั้นก็คุกเข่าขอโทษซะ ไม่อย่างนั้น วันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า” น้ำเสียงของเขาต่ำลง จิตสังหารแผ่ออกมาด้านหน้า บรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที
“ตายแน่ จื่อเฉินได้ตายแน่”