ตอนที่ 283
บทที่ 289
October 28, 2026
คัมภีร์ฝ่ามือดันเมฆเป็นเพียงคัมภีร์ธรรมดาทั่วไป สำหรับแดนชี่แท้ ราคาแค่เศษหินหยวนไม่กี่ชิ้นเท่านั้น
ประตูเก่าแก่เปิดออก เมืองชางหลีติดต่อกับโลกภายนอกอีกครั้ง ในเวลาเดียวกัน ตามร้านค้าน้อยใหญ่ มีข่าวการรับซื้อฝ่ามือดันเมฆราคาสูงเกิดขึ้น
คัมภีร์ฝ่ามือดันเมฆหนึ่งเล่ม จากเศษหินหยวนไม่กี่ชิ้น สูงจนต้องใช้หินหยวนหนึ่งชิ้นแล้ว ถือว่าเป็นราคาที่สูงมาก
จื่อเฉินพักอยู่ที่โรงเตี้ยมยี่สิบวัน จนวันที่ประตูเมืองเปิดออก ผู้ดูแลก็บอกว่าหินหยวนใช้หมดแล้ว ถ้ายังอยากพักต่อก็ต้องจ่ายหินหยวนเพิ่ม หนึ่งคืนเศษหินหยวนสองชิ้น
ส่วนยี่สิบวัยก่อนหน้านี้ ก็ได้เก็บค่าเช่ากับจื่อเฉินสูงถึงสิบเท่า
หลังจากจ่ายค่าที่พักแล้ว จื่อเฉินก็ออกจากโรงเตี้ยม ด้วยความบังเอิญ จื่อเฉินใช้เศษหินหยวนทั้งหมดที่ติดตัวซื้อฝ่ามือดันเมฆมาเล่มหนึ่ง จากนั้นก็เอาไปขายในราคาที่สูงมาก
นอกจากหายหินหยวนเพิ่ม จื่อเฉินยังหาที่รวมตัวของเหล่าอัจฉริยะด้วย
หลังจากที่จื่อเฉินสืบดู ก็รู้ที่หมาย
ซึ่งก็คือ หอรับรองที่ดีที่สุดของเมืองชางหลี มีทั้งหมดเก้าชั้น สื่อถึงการขึ้นสวรรค์ จุดที่เหล่าอัจฉริยะมารวมตัวกันก็คือที่นี่
แถมจื่อเฉินยังได้รู้เพิ่มเติมมาว่า การรวมตัวของเหล่าอัจฉริยะในครั้งนี้ คนริเริ่มก็คือหลีหั่ว และยังมีคนของตระกูลชางกับสำนักบู๊
แถมเมื่อหลายเดือนก่อน ก็มีอัจฉริยะบางส่วนมาถึง ทั้งสองฝ่ายได้พบกันแล้ว ช่วงนี้ถึงได้ส่งบัตรเชิญออกไป เรียกรวมตัวอัจฉริยะมากมาย
หอรับรอง เป็นภัตตาคารที่ดีที่สุดของเมืองชางหลี มีทั้งหมดเก้าชั้น ราคาก็สูงจนน่าตกใจ ถ้าอยากเข้าไปที่นั่น อย่างน้อยก็ต้องมีหินหยวนจำนวนมาก ไม่อย่างนั้นแม้แต่ประตูก็ผ่านไม่ได้
แถมอัจฉริยะมากมาย ใช่ว่าทุกคนจะสามารถขึ้นไปจนถึงชั้นเก้าได้
“ต้องหาหินหยวนเพิ่มสักหน่อยแล้ว” จื่อเฉินแอบพูดในใจ พร้อมกับความรู้โกรธอย่างสุดขีด “เป็นเพราะหลวงจีนชั่วนั่นแท้ๆแย่งหินหยวนของข้าไปหมด แถมยังเอากระบี่อัคคีไปด้วย”
ตอนแรกจื่อเฉินตั้งใจจะขายหินสีทองอ่อนนั่นไป แต่พอคิดๆ ดูแล้ว ก็ช่างมันดีกว่า เจ้าสิ่งนี้ดูประหลาดมาก แถมยังแข็งมากวันนั้นเขาเคยใช้กระบี่อัคคีฟันไปหลายครั้ง ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ช่วงเวลาสำคัญก็เอามาใช้เป็นอาวุธได้
ตอนนี้ถ้าคิดจะหาหินหยวนให้ได้เร็วๆ มีเพียงทางเดียว นั่นก็คือรับซื้อฝ่ามือดันเมฆจำนวนมาก แต่ว่าตอนนี้ ไม่มีใครโง่ ต่างก็พากันเก็บไว้ทั้งนั้น บางคนถึงขั้นกักตุนไว้ รอให้ราคาขึ้นสูง
ผ่านไปหนึ่งวันไม่ได้อะไร จื่อเฉินก็จำต้องกลับไปที่โรงเตี้ยม ช่วงที่ผ่านมา เขาอาศัยการซื้อขายฝ่ามือดันเมฆก็ได้กำไรมาไม่น้อย มีฝ่ามือดันเมฆเล่มหนึ่ง ได้กำไรกว่าสองหินหยวนระดับล่าง
และตอนนี้ฝ่ามือดันเมฆก็ถูกปั่นราคาจนสูงลิ่ว
พอกลับมาที่โรงเตี้ยม จื่อเฉินก็พบว่า ข้างโต๊ะบริการไม่รู้ว่ามีภาพวาดแผ่นหนึ่งมาติดไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ในภาพเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีแค่ส่วนหัว ผิวดำอย่างมาก เป็นคนดำชัดๆ แม้แต่ดวงตาก็ยังดำเป็นประกาย
“ต้องเป็นหลวงจีนนั่นแน่ ยังไม่ตายใจอีกรึ” จื่อเฉินทำหน้าเรียบเฉย แล้วถามไปว่า “ผู้ดูแล ภาพที่ติดอยู่ตรงนี้มันคืออะไร?”