ตอนที่ 296
บทที่ 302
October 28, 2026
“เจ้าก็กลิ้งลงไปด้วย!” จื่อเฉินยกเท้าขึ้นอีกครั้ง เสียงดังบูม ก็เตะเฉินเฟิงลงไปด้วย
อัจฉริยะทั้งสอง ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังทั้งคู่ วันนี้ถูกคนแปลกหน้าคนหนึ่งที่อยู่แดนฟ้ากำหนดระยะต้นทำร้าย จนใกล้สิ้นลมหายใจ ทันทีที่ร่างตกลงไปที่ชั้นหก ซึ่งกระตุ้นทำให้เกิดเสียงอุทาน
“นี่ใครกัน ทำไมใบหน้าถึงโดนต่อยจนบวมเหมือนหัวหมู เขาเป็นเจ้าหนุ่มคนก่อนหน้านี้ไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่ใช่ เจ้าหนุ่มก่อนหน้านี้ใส่ชุดดำ คนนี้ใส่สีขาว ไม่ใช่คนเดียวกัน”
ทุกคนตกใจสงสัย และมองหลิงหยุนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสล้มลงอยู่กับพื้น
“โอ้สวรรค์ เขาคือหลิงหยุนอันดับหนึ่งของสำนักจ้านอู่ และในอนาคตจะเป็นเจ้าสำนักของสำนักจ้านอู่”
มีคนอุทาน และจำหลิงหยุนได้ ตามด้วยความโกลาหลของผู้คน
“หลิงหยุนถึงกับถูกทุบตีจนหน้าเหมือนหัวหมู โดนชกตั้งแต่ชั้นเจ็ดจนถึงชั้นหก ใครเป็นคนทำ?”
“นี่เป็นไปได้ยังไง หลิงหยุนเป็นถึงอัจฉริยะนะ พลังแข็งแกร่ง อ่อนกว่าหลีหั่วและคนอื่นๆเพียงเล็กน้อย อัจฉริยะสามคนยังไม่ได้ออกไป แล้วแดนฟ้ากำหนดในปัจจุบันมีใครสามารถทำร้ายเขาได้?”
ทุกคนตะลึงอ้าปากตาค้าง แทบไม่น่าเชื่อ เจตนาเดิมของพวกเขาคือ ขึ้นมาดูเจ้าหมอที่ขึ้นไปด้วยความเร็วอาจถูกกลุ่มอัจฉริยะทุบตีลงมา และเตรียมพร้อมที่จะเยาะเย้ยฝ่ายตรงข้าม แต่คิดไม่ถึงเลยว่า ไม่ทันได้เห็น กลับได้เห็นท่าทางน่าสมเพชของหลิงหยุนเช่นนี้
“ตูม!”
ในขณะนี้ มีอีกร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากทางเข้าบันได และความเร็วว่องไวมาก ทุกคนรู้สึกเพียงแค่ตาพร่ามัว จากนั้นก็มีวัตถุหนักๆตกลงสู่พื้น ทำให้พื้นดินเป็นสถานที่ต้องห้าม และรังสีของแสงปรากฏออกมา นุ่มนวลราวกับน้ำ กระเพื่อมอย่างต่อเนื่อง และทำลายพลังแรงดันนี้
“พุด!”
เฉินเฟิงถูกเตะลงมาโดยตรง ไอเป็นเลือด ผมเผ้ากระเซิง น่าสมเพชถึงสุดขีด
“นี่คือเฉินเฟิงแห่งตระกูลเฉิน ”
“ใช่เฉินเฟิงเขาก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน น้อยกว่าหลิงหยุนเล็กน้อย ใครกันแน่ ที่ทำร้ายพวกเขาสองคน”
เสียงอุทานดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อเทียบกับหลิงหยุนแล้ว อยู่ที่เมืองชางหลี คนที่รู้จักเฉินเฟิงมีมากกว่า อย่างแรกเฉินเฟิงเป็นคนของตระกูลเฉิน และอย่างที่สองก็คือเป็นคนอันดับหนึ่งของสำนักหลิงอู่ แต่น่าเสียดายที่สำนักหลิงอู่ถูกทำลาย จากนั้นเฉินเฟิงก็กลับไปหาครอบครัว และพักที่เมืองชางหลีมาโดยตลอด ในช่วงหนึ่งปีนี้ มีคนไม่น้อยที่ได้เห็นเขา
“โอ้สวรรค์ เป็นแนเฟิงจริงๆ สมัยก่อนเป็นอันดับหนึ่งในสำนักหลิงอู่ มีความสามารถเป็นเลิศ แม้แต่อยู่ที่เมืองชางหลี ก็เป็นอัจฉริยะท่านหนึ่ง อายุยังน้อยก็เข้าสู้แดนฟ้ากำหนดระยะปลายและใกล้ถึงพลังที่สมบูรณ์แบบแล้ว และว่ากันว่าเขาสามารถเข้าสู่แดนจิตแท้ได้ตลอดเวลา”
“อัจฉริยะเช่นนี้ ถึงกลับถูกทุบตีลงมา ตกลงเป็นใครกันแน่ ที่แข็งแกร่งขนาดนี้?”
“หรือว่าพวกเขาสองคนต่อสู้กับอัจฉริยะทั้งสามท่าน คนทั่วทั้งเมืองชางหลี มีเพียงพวกเขาเท่านั้นถึงจะมีพลังที่ทำร้ายสองคนนี้บาดเจ็บได้?”
มีคนอุทานออกมา รู้สึกเหลือเชื่อ ต่างเงยหน้าขึ้น มองไปที่ทางเข้าบันไดชั้นเจ็ด จากนั้น พวกเขาเห็นชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาคนหนึ่ง ยืนอยู่ตรงทางเข้าบันได มองลงมา ด้วยน้ำเสียงเฉยเมย
“อาศัยเศษขยะอย่างพวกเจ้า ยังกล้าเรียกตัวเองว่าอัจฉริยะ ช่างน่าขำจริงๆ”