ตอนที่ 298
บทที่ 304
October 28, 2026
“ซากเมือง?” จื่อเฉินขมวดคิ้ว
"ทำไม หรือว่าพี่เฉินไม่รู้เรื่องซากเมือง?” เมี่ยวคงมองไปที่จื่อเฉินด้วยความประหลาดใจ
อยู่เขตภาคใต้ ถ้าบอกว่าไม่รู้เรื่องเขตสายฟ้าก็น่าให้อภัย แต่ไม่มีผู้บำเพ็ญคนไหนที่ไม่รู้จักซากเมืองนะ เพราะชื่อเสียงของมันยิ่งใหญ่มาก แถมยังเคยดังกว่าเจ็ดมือใหญ่และสามสำนักใหญ่
“ซากเมืองมีชื่อเสียงมากเหรอ?” จื่อเฉินถาม ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับซากเมืองจริงๆ
ทุกคนมองไปที่จื่อเฉิน ด้วยท่าทางแปลก ๆ
“หึหึ ไม่ใช่แค่มีชื่อเสียง แต่ยังมีชื่อเสียงที่โด่งดังซะด้วย” เมี่ยวคงหัวเราะเบาๆ และอธิบาย “ซากเมืองอยู่ในเขตภาคใต้ เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยปาฏิหาริย์ และเป็นสถานที่ที่อันตรายอย่างยิ่ง ในบรรดาเจ็ดเมืองใหญ่สามสำนักใหญ่ ว่ากันว่าการมีห้าเมืองใหญ่สองสำนักใหญ่ได้มีความสัมพันธ์กับมัน”
“อะไรนะ?” จื่อเฉินสีหน้าเปลี่ยนไป
ในพื้นที่นี้ “เจ็ดเมืองใหญ่สามสำนักใหญ่ เป็นตัวแทนของพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ก่อตั้งมาเกือบหมื่นปีแล้ว ประวัติความเป็นมา ยากที่จะเข้าใจ
แต่ซากเมืองนี้ฟังดูยิ่งใหญ่กว่า แล้วยังเกี่ยวข้องกับกองกำลังที่แข็งแกร่งอีกจำนวนมาก
“ว่ากันว่าเมื่อหมื่นปีที่แล้วในพื้นที่กว้างใหญ่นี้ มีเพียงพลังอำนาจแห่งเดียว ประวัติความเป็นมาที่ยิ่งใหญ่ แทบไม่สามารถคาดเดาได้ แต่ไม่รู้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้น เมื่อหมื่นปีก่อนสำนักนี้ได้ล่มสลาย ประวัติได้เลือนหายไปโดยสิ้นเชิง และสถานที่ของสำนัก ก็กลายเป็นซากเมือง” เมี่ยวคงอธิบาย
“อะไรนะ เจ้าบอกว่าซากเมืองนี้เกิดขึ้นหลังจากสำนักใหญ่ล่มสลายไปเมื่อหมื่นปีก่อนเหรอ?” จื่อเฉินได้ยินเป็นครั้งแรก และตกใจมาก และสำนักใหญ่เมื่อหมื่นปีก่อน หลังจากที่ยกสำนักโจมตีตำหนักเทพสายฟ้านี่คงเป็นกองกำลังสุดท้ายที่ล่มสลายหายไป
“ใช่แล้ว พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ได้ล่มสลายไป ประวัติเลือนหายหมดสิ้น ดังนั้นในสถานที่นี้ได้กลายเป็นซากเมือง ตลอดหนึ่งหมื่นปีที่ผ่านมา จากซากเมืองค้นพบคัมภีร์ และก็ปรากฏพลังอำนาจมหาศาจ”
“ในนั้นมีคัมภีร์ชิงเซียของเมืองหยุนเมิ่ง ในเมืองชางหลีได้กำเนิดตระกูลชางและตระกูลหลีออกมา และยังมีหลักสำนักบู๊ของสำนักบู๊ ล้วนถูกค้นพบจากซากเมืองทั้งนั้น” เมี่ยวคงพูดถึงความลับที่แท้จริงบางอย่าง
แต่ทุกคนในเหตุการณ์แทบรู้กันหมด มีเพียงจื่อเฉินเท่านั้นที่ไม่รู้
“สำนักใหญ่เมื่อหมื่นปีที่แล้ว ตกลงน่ากลัวขนาดไหน ในซากเมืองค้นพบคัมภีร์หลายเล่ม ได้ฝึกฝนพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ออกมา” จื่อเฉินตกตะลึง เป็นเวลานานก็ยังไม่หายตกใจ ในขณะเดียวกัน สำหรับเรื่องซากเมืองเขาก็เต็มไปด้วยความคาดหวัง ดวงตาทั้งคู่ยังคงเป็นประกาย
การก่อตัวของซากเมือง เป็นเรื่องบังเอิญ และเต็มไปด้วยอันตราย แต่ต้องยอมรับว่า ในนั้นมีสมบัติล้ำค่ามากมาย และเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยปาฏิหาริย์ บางทีในวินาทีต่อไป ก็อาจค้นพบคัมภีร์เล่มหนึ่ง แต่ในเขตนี้ ยังมีพลังอำนาจอื่นๆเพิ่มขึ้น
มีข่าวลือว่า คัมภีร์สุดยอดของสำนักใหญ่นี้ มีอยู่ในซากเมืองนี้โดยตลอด แต่ยังไม่เกิด ดังนั้นทุกปี ก็มีกองกำลังขนาดใหญ่เข้าสู่ซากเมือง เพื่อค้นหาคัมภีร์สุดยอดของสำนักใหญ่เมื่อหมื่นปีก่อน
“คราวนี้ เมื่อผู้แข็งแกร่งของสำนักบู๊ ในขณะที่สำรวจซากเมือง ได้พบสถานที่แปลกๆ ดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่ฝึกฝนของลูกศิษย์สำนักใหญ่เมื่อหมื่นปีก่อน มีเพียงความแข็งแกร่งของแดนฟ้ากำหนดเท่านั้นถึงสามารถเข้าไปได้” เมี่ยวคงกล่าว
“ซากเมืองปรากฏขึ้นมาเป็นเวลานับหมื่นปีแล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นสถานที่ที่แดนฟ้ากำหนดฝึกฝนก็ตาม หลังจากการพัฒนาเป็นหมื่นปี ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงแล้ว เป็นหมื่นปีที่ไม่มีใครก้าวเข้าไป ไม่แน่อาจมีพลังแข็งแกร่งบางอย่างดำรงอยู่ก็ได้ ดังนั้นสำนักบู๊ของเราจึงเรียกยอดฝีมือแดนฟ้ากำหนดมากมายมาชุมนุม” ในขณะที่จื่อเฉินเกิดความสงสัย เมี่ยวคงก็อธิบาย
จื่อเฉินโล่งใจ กองกำลังขนาดใหญ่เหล่านั้นล้วนเห็นแก่ตัว สันนิษฐานว่าอยู่ข้างในคนของสำนักบู๊ต้องเสียเปรียบแน่นอน สูญเสียผู้แข็งแกร่งแดนฟ้ากำหนดไปมากมาย แต่ก็ไม่ต้องการละทิ้งสถานที่นั้นอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรวบรวมผู้แข็งแกร่งแดนฟ้ากำหนดมากมาย