ตอนที่ 29
บทที่ 35
October 28, 2026
ลูกศิษย์ที่เข้าร่วมการสอบคัด ทยอยกันออกมา เพียงแต่ว่าครึ่งหลังที่มาถึง จะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการสอบคัดรอบที่สอง
แต่ว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องรู้สึกเสียดายหรือเศร้าเลย เพราะรอบแรกยังช้าขนาดนี้ รอบสองก็ยิ่งไม่มีหวัง เพราะยังไงมีเพียงสิบอันดับแรกเท่านั้นที่จะได้รับรางวัล
โอกาสสำเร็จของการสอบคัดรอบแรก ยังคงสูงอยู่ที่ร้อยละเก้าสิบเก้าขึ้นไป คนที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ ล้วนแต่เป็นคนที่อยากจะหลบหนีเข้ามาเท่านั้น
มีผู้เข้าร่วมการสอบคัดเกือบพันคน เหลือไว้ครึ่งหนึ่ง ก็ประมาณสี่ร้อยกว่าคน จื่อเฉินก็คือหนึ่งในสี่ร้อยคน ไม่ได้เป็นที่สนใจอะไร เมี่ยวคงที่อยู่ด้านข้าง ก็ยิ่งไม่ถูกสนใจเข้าไปอีก
สองคนที่ไม่ได้น่าสนใจอะไร กลับสะท้อนให้หลินเสวี่ยดูโดดเด่นขึ้น
“ดี ดีมาก”
บนลานกว้างนี้ ก็มีเวทีอยู่หนึ่งเวที บนเวทีผู้อาวุโสใหญ่ยืนอยู่ในตำแหน่งใจกลาง มองดูใบหน้าของคนนับร้อยคนบนหน้าก็แสดงรอยยิ้มที่พอใจออกมา
ผู้อาวุโสคนอื่นๆยืนอยู่ด้านข้างทั้งสองข้าง ด้านหลังทุกคนมีเก้าอี้อยู่ แต่เมื่อผู้อาวุโสใหญ่ไม่นั่ง พวกเขาก็ได้แต่ยืน
“การสอบคัดรอบแรก พวกเจ้าได้ผ่านมันมาแล้ว หลังจากนี้ พวกเจ้าคือศิษย์สำนักในของสำนักหลิงอู่เต็มตัวแล้ว ได้รับสวัสดิการของศิษย์สำนักใน”
หลังจากเสียงของผู้อาวุโสใหญ่สิ้นสุดลง ในหมู่ผู้คนก็มีเสียงร้องเชียร์ดังขึ้น
สวัสดิการของศิษย์สำนักใน ดีกว่าศิษย์สำนักนอกอยู่มาก เพียงแค่แต่ละปีสามารถรับยาชี่แท้ได้ฟรีหนึ่งเม็ด ก็เพียงพอที่จะทำให้ศิษย์สำนักนอกอิจฉา นอกจากนี้ ยังสามารถได้รับแต้มบริจาค เพื่อมาแลกเปลี่ยนเป็นยาชี่แท้ได้ด้วย
นี่แหละคือสิทธิพิเศษของศิษย์สำนักใน โสมหิมะที่มีอายุห้าร้อยปีหนึ่งต้น ถ้าหากให้ศิษย์สำนักในไปแลกเป็นแต้มบริจาค อย่างน้อยก็แลกเปลี่ยนเป็นยาชี่แท้ได้สิบเม็ดเลย แต่ถ้าให้จื่อเฉินในตอนนั้นมาแลกละก็ มากสุดก็แลกได้แค่ห้าเม็ด
เพราะจื่อเฉินไปหาศิษย์สำนักแล้วแลกเปลี่ยนกันอย่างลับๆ
หลังเสียงร้องหยุดลง ต่อมาก็จะเป็นฉากเด็ดแล้ว นั่นคือการประลอง สิบอันดับแรกจะได้รับรางวัลอย่างงาม และนอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งตำแหน่งที่สามารถเข้าสู่แกนหลัก ก็จะเลือกจากสิบคนนี้นั่นเอง
ทุกคนที่มีสิทธิ์เข้าร่วม ต่างก็อุ่นไม้อุ่นมือ จิตต่อสู้ปะทุออกมา
“ต่อจากนี้ ก็ได้เวลาการประลองแล้ว และเป็นช่วงเวลาที่จะได้เห็นความสามารถของพวกเจ้า พวกเราตาแก่ จะเฝ้ามองดูการประลองอย่างยุติธรรม เพื่อจะได้สอบคัดศักยภาพของพวกเจ้า และเลือกผู้ที่มีศักยภาพสูงสุด จากหนึ่งในพวกเจ้า……”
ผู้อาวุโสใหญ่กำลังพูดอยู่ข้างบน ด้านล่างคือพวกศิษย์สำนักในที่เร่าร้อน
และห่างออกไป มีผู้อาวุโสหลายท่านที่กำลังรวบรวมจำนวนคน เพื่อจัดวางการประลอง
แบ่งกลุ่มกันทำงาน ตลอดเวลาหนึ่งชั่วโมง ส่วนผู้อาวุโสใหญ่ก็กล่าวคำพูดปลุกไฟให้กับคนด้านล่างอยู่หนึ่งชั่วโมง ทำให้ผู้คนด้านหลังที่ได้ยินต่างก็เร่าร้อนดุเดือด
“เอาล่ะ เริ่มการประลองได้ ได้ยินชื่อให้ตอบมาด้วยเสียงที่ดังแล้วเดินออกมา”หลังจากประโยคนี้พูดออกมา คำกล่าวก็ได้จบลง เขานั่งลง ผู้อาวุโสด้านข้าง ก็ทยอยนั่งลง
“เคอเสวีย!”ด้านข้างมีคนเรียกชื่อหนึ่งออกมา
“มา!”เคอเสวียตกใจ จากนั้นก็รีบตะโกนออกมา เขาคิดไม่ถึงว่า เขาจะถูกเรียกชื่อในรอบแรกและชื่อแรก
“อู๋ลิ่ง”
“มา”
ชายหนุ่มชุดเขียวคนหนึ่งเดินออกมา
“เคอเสวียปะทะอู๋ลิ่ง”
“หวังเมิ่งปะทะอี้หงเซิง”