ตอนที่ 30
บทที่ 36
October 28, 2026
การประลองบนลานกว้างมีอยู่หลายจุด แต่จุดที่ดึงดูดสายตา กลับมีอยู่ไม่กี่จุด ในนั้นจื่อเฉินนับว่าเป็นหนึ่งจุด นอกจากพวกหวังสงที่มองมาแล้ว ห่างออกไปยังมีซูเมิ่งเหยารวมถึงเฉินเฟิงที่อยู่ข้างๆที่มองมา
“เจ้าหมอนี้ธรรมดามาก ไปอยู่กับเสวี่ยเอ๋อได้ยังไง ได้ยินมาว่าครั้งก่อนเจ้าไปที่สำนักนอก ก็เพื่อเจ้าหมอนี้เหรอ?”เฉินเฟิงมองดูจื่อเฉินที่เอาแต่หลบหนี จึงพูดออกมาอย่างเฉยชา
“เจ้าจับตามองข้า?”ซูเมิ่งเหยาพูดอย่างไม่พอใจ
“ศิษย์น้อง เจ้าน่ะเป็นคนดังของสำนักหลิงอู่ ไปไหนก็เป็นที่เล่าลือกันทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องจับตามองหรอก อีกทั้งอนาคตของสำนักหลิงอู่ จะต้องเป็นของข้า มีเรื่องอะไรบ้างที่ข้าจะไม่รู้ ”เฉินเฟิงพูดพร้อมกับยิ้มอ่อนๆ รอยยิ้มนั้นเหมือนเม็ดฝนในฤดูใบไม้ผลิ น่าหลงใหลยิ่งนัก
“แต่ว่าเจ้าหมอนี้ ไม่คู่ควรกับเสวี่ยเอ๋อจริงๆ ก็เหมือนกับกองขี้วัว……คนแบบนี้เทียบกับคางคกก็ยังไม่ได้ จะมาคู่ควรกับเสวี่ยเอ๋อได้ยังไง”แววตาของเฉินเฟิง เย็นชาขึ้นมาทันที
“เจ้าอย่าทำอะไรบ้าบอ นี่เป็นการเลือกของเสวี่ยเอ๋อ ยิ่งไปกว่านั้นมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าเหรอ?”แม้ว่าน้ำเสียงของซูเมิ่งเหยาเฉยชา แต่คิ้วที่ขมวดขึ้นเล็กน้อยกลับทรยศนาง เห็นได้ชัดว่านางก็สงสัยมากเหมือนกัน เพราะอะไรหลินเสวี่ยถึงได้อยู่กับคนธรรมดาแบบนี้
โฉมหน้าที่ธรรมดา ความสามารถระดับทั่วไป
ตั้งแต่เริ่มประลอง จื่อเฉินเอาแต่หลบอยู่ตลอด ออกมือเป็นครั้งคราว แต่ก็ถูกก่วนหยุนโต้กลับจนต้องถอยกลับตลอด
การประลองรอบแรก มาถึงช่วงเวลาสุดท้ายแล้ว
หวังเมิ่งเป็นผู้ชนะคนแรก เพียงท่าเดียวก็สยบศัตรูได้ อู๋เซิ่งเป็นผู้ชนะคนที่สอง ใช้ท่าเดียวในการสยบศัตรูเหมือนกัน
ท่าก้าวเมฆไหลใต้เท้าเมี่ยวคง ได้เข้าใจถึงธาตุแท้ หลังจากที่ปล่อยให้อีกฝ่ายโจมตีไปหนึ่งครั้ง ในช่วงเวลาที่อีกฝ่ายมีช่องโหว่ ออกมือโจมตี ได้รับชัยชนะ
ต่อมาก็หลินเสวี่ย เคอเสวียก็ชนะตามมา
เมื่อการประลองรอบนี้ เข้าสู่ช่วงเวลาสุดท้าย ฝีเท้าของจื่อเฉินเปลี่ยนแปลง จากนั้นก็ต่อยออกไปหนึ่งหมัด ได้รับชัยชนะอย่างฉิวเฉียด
“แม่งเอ่ย นี่มันอะไรกันเนี่ย โชคขี้หมาจริงๆ”ก่วนหยุนตะโกนด่า เขาเป็นฝ่ายได้เปรียบมาโดยตลอด แต่กลับแพ้เพราะท่าที่อยู่ๆก็ปล่อยออกมา
“ความสามารถกระจอกแบบนี้ ยังกล้ามาเหยียบหัวกูอีก จื่อเฉิน มึงควรภาวนาให้มึงไม่ต้องมาเจอกับกู ไม่งั้นกูจะสั่งสอนมึงให้กลายเป็นหมูตอนเลย”เคอเสวียเดินผ่านหน้าจื่อเฉิน พูดด้วยเสียงที่เบา
“ระวังไว้หน่อยเถอะ ถ้าหากเจอกับข้า เผลอๆข้าอาจจะไม่ระวังตีแกจนตายก็เป็นไปได้”หวังเมิ่งก็เดินผ่านจื่อเฉินพร้อมกับรอยยิ้มที่เย็นชา
แม้ว่าการประลองไม่อนุญาตให้ฆ่าฟันกัน แต่ก็มีสถานการณ์ที่เป็นอุบัติเหตุ เกิดการเสียชีวิตของผู้บำเพ็ญ
“สู้ๆ”
“จื่อเฉิน ต้องสู้นะ”
เมี่ยวคงและหลินเสวี่ยเดินเข้ามา
การประลองรอบที่หนึ่งสิ้นสุดลงแล้ว สี่ร้อยกว่าคน พริบตาเดียวก็เหลือเพียงครึ่งเดียวซะแล้ว ไม่นาน การประลองรอบที่สองก็ได้เริ่มขึ้น
ยังคงใช้วิธีการปัดตก รอบเดียวแบ่งผลแพ้ชนะ
“ตูม!”
หวังเมิ่งตีลูกศิษย์ชดเขียวคนหนึ่งกระเด็นได้ด้วยฝ่ามือเดียว
ชี่แท้ชั้นหก บวกกับทักษะการต่อสู้ระดับสอง เขาชนะขาดลอย
“บูม!”