ตอนที่ 36
บทที่ 42
October 28, 2026
“ฝ่ามือเปิดภูผาท่าที่ห้า”
กระแสพลังมหาศาลไหลเวียน หวังเมิ่งเอาจริงแล้ว แต่จื่อเฉินยังคงเหมือนปลาตัวเล็กๆที่ว่ายไปมา ไม่ยอมเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ
“ฝ่ามือเปิดภูผาท่าที่หก”
“ฝ่ามือเปิดภูผาท่าที่เจ็ด”
กระบวนท่าที่ดุดัน ชี่แท้ที่ไหลเวียน พุ่งเข้าไปหาจื่อเฉินอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ถูกคลี่คลายพลังออกได้ทั้งหมด
ฝ่ามือเปิดภูผาท่าที่เก้า ท่าที่เก้าเป็นท่าที่รุนแรงที่สุด
“จื่อเฉิน ข้าไม่เชื่อ ว่าแกสามารถรับท่าที่รุนแรงที่สุดของข้าได้”หวังเมิ่งตาแดงเดือด เหมือนกับคนบ้าไม่มีผิด น้ำเสียงขาดการควบคุม
ยังจะบอกว่าอันดับหนึ่ง ตอนนี้จะเข้าสู่สามอันดับแรกยังยากเลย
ระหว่างที่โกรธอยู่ หวังเมิ่งปล่อยท่าฝ่ามือเปิดภูผาขั้นสุดท้ายออกไป เปิดภูผา ใช้ฝ่ามือแทนดาบ อยู่ๆกระแสพลังของหวังเมิ่งก็น่ากลัวอย่างน่าแปลกใจ เหมือนกับดาบผ่าภูผาเล่นใหญ่ที่เยือกเย็น เต็มไปด้วยกระแสพลังที่น่ากลัว ฟันลงมา
ทักษะการต่อสู้ระดับสอง ท่าที่รุนแรงที่สุด แต่เสียดายที่หวังเมิ่งไม่ได้เข้าใจถึงธาตุแท้ทั้งหมด เป็นเพียงท่าที่รุนแรงที่สุดเท่านั้น
“งั้นข้าจะแสดงให้แกดู ว่าทักษะการต่อสู้ระดับสามเป็นยังไง”
เผชิญกับท่าที่รุนแรงที่สุดของทักษะการต่อสู้ระดับสอง จื่อเฉินยิ้มออกมาอย่างเย็นชา กระแสพลังที่อยู่รอบข้างก็ไหลเวียนอีกครั้ง ทันทีที่จื่อเฉินกำหมัด ออร่าของจื่อเฉินก็เปลี่ยนไป เหมือนกับกลายเป็นพยัคฆ์
วินาทีนี้ จื่อเฉินหายไป และสิ่งที่มาแทนคือพยัคฆ์หนึ่งตัว
พยัคฆ์ลงเขา นำพาแรงกดดันของราชาแห่งพงไพรมาด้วย หนึ่งเสียงคำราม สั่นคลอนไปทั้งผืนป่า เจ้าพงไพรพบเหยื่อตัวหนึ่ง บนอาณาเขตของตัวเอง สายตาที่เยือกเย็นคู่หนึ่ง จ้องมองไปที่เหยื่อ
ท่าทีของจื่อเฉินเปลี่ยนไป จากเจ้าพงไพรที่คำราม เป็นเจ้าพงไพรที่กำลังจะโจมตี สายตาหลักแหลม กระแสพลังรอบตัวก็เริ่มเข้ามารวมกัน
“นี่มัน……แก่นใจธาตุแท้ของหมัดพยัคฆ์?”
ไม่ว่าจะเป็นผู้อาวุโส หรือผู้ชมทั้งหลาย หลังจากที่สัมผัสถึงออร่าของจื่อเฉินแล้ว สีหน้าก็เปลี่ยนไปกันหมด
ถ้าหากบอกว่าจื่อเฉินที่เข้าใจธาตุแท้ท่าก้าวของท่าก้าวเมฆไหล เป็นเรื่องที่วิเศษ เรียกได้ว่ามีพรสวรรค์ล้ำเลิศแล้ว เช่นนั้นการที่เข้าใจแก่นใจในธาตุแท้ของหมัดพยัคฆ์ ก็บอกได้ว่าเป็นอัจฉริยะ อัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ
แก่นใจในธาตุแท้ ไม่ใช่ใครที่ไหนที่จะสามารถเข้าใจได้ เฉินเฟิงในตอนนั้น ก็เพียงเข้าใจธาตุแท้ในชุดทักษะการต่อสู้ชุดเดียวเท่านั้น กลับไม่ได้เข้าใจแก่นใจในธาตุแท้
“พรสวรรค์ของจื่อเฉินคนนี้ เหมือนจะไม่ได้ด้อยกว่าเฉินเฟิงเลย”
มีผู้อาวุโสแอบคิดในใจ สายตาก็มองไปอีกด้าน กลับพบว่าในตาของผู้อาวุโสใหญ่มีความแปลกใจอยู่ แต่หน้าผู้อาวุโสรองแข็งทื่อ
“บูม”
ภายใต้อารมณ์หลายอย่าง หมัดพยัคฆ์ก็ได้ปะทะกับฝ่ามือเปิดภูผา เสียงที่หนักแน่นเกิดขึ้น แรงกระทบแพร่ออกไปทั่วทิศทาง ทั่วลานประลอง ก็ถึงกับสั่น โยก จากนั้นเงาสองเงาก็ออกห่างจากกัน
ด้านหนึ่งถอยหลังอย่างแรง อีกด้านคือลอยกระเด็นไปข้างหลัง เวลาเดียวกัน บนอากาศได้ยินเสียงกระดูกที่แตกหักดังขึ้นอีกด้วย
ผู้ที่ถอยหลังแน่นอนว่าเป็นจื่อเฉิน ครั้งนี้เขาถอยไปสิบกว่าเมตร ถึงกับถอยไปจนถึงขอบลานประลอง ถึงได้หยุดลำตัวเอาไว้ได้ เลือดในร่างกายไหลเวียนอย่างแรง แต่ไม่ถึงกับบาดเจ็บ