ตอนที่ 37
บทที่ 43
October 28, 2026
หลังจากที่เสียงประกาศจบลง อู๋เซิ่งได้เดินไปยังลานประลองก่อน
จื่อเฉินกำลังฟื้นฟูชี่แท้ที่สูญเสียไป ด้านข้าง หลินเสวี่ยกัดริมฝีปากไว้แน่น เตรียมตัวขึ้นลานประลอง
“ยอมแพ้เยอะ เจ้าไม่ใช่คู่แข่งของเขา”จื่อเฉินพูดด้วยความเป็นห่วง
หลินเสวี่ยส่ายหัว ยิ้มอ่อนๆแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร ข้าอยากรู้ว่าเขาเก่งแค่ไหน มีไพ่ตายอะไรบ้าง”
จากนั้น หลินเสวี่ยก็ได้ขึ้นไปยังลานประลอง
“ไม่เลวจริงๆ ทั้งสวยทั้งรู้จักเป็นห่วงคนอื่น และยังฉลาดอีก นี่เจ้าไปได้โชคขี้หมาแบบนี้มาได้ยังไง?”เมี่ยวคงที่อยู่ด้านข้างอิจฉา
จุดประสงค์ของหลินเสวี่ยชัดเจนเกินไป ก็เพื่อตามหาความสามารถที่แท้จริงของอู๋เซิ่ง แล้วช่วยให้จื่อเฉินมีโอกาสชนะมากขึ้น
“ขอบคุณนะ”จื่อเฉินพูดเบาๆ ซาบซึ้งมาก
บนลานประลอง หลังจากที่อู๋เซิ่งรอหลินเสวี่ยมาถึง พูดคุยตามมารยาทสักหน่อย จากนั้นการประลองก็เริ่มขึ้น
“ฝ่ามือพันเงา”
“หมัดระเบิดดารา”
นี่เป็นการปะทะระหว่างทักษะการต่อสู้ระดับสอง ส่งเสียงระเบิดตูมตามออกมา ลานประลองก็สั่นคลอนขึ้นมาอีกครั้ง
บนลานประลอง สถานการณ์ดุเดือดมาก แต่สถานการณ์กลับโน้มไปทางเดียว หลินเสวี่ยมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ได้พึ่งหน้าตาแต่เป็นความสามารถ ทักษะการต่อสู้ระดับสองบวกกับเข้าใจในธาตุแท้ ความสามารถแข็งแกร่งมาก
แต่เมื่อเจอกับอู๋เซิ่งที่อยู่ระดับชี่แท้ชั้นหก เป็นตัวตนที่เข้าใจในธาตุแท้ของทักษะการต่อสู้ระดับสองเหมือนกัน ทำให้ทันทีที่ขึ้นมาก็กลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบทันที
“พรสวรรค์ของอู๋เซิ่งคนนี้ก็ไม่เลว อายุเพียงสิบหกก็มีความสามารถระดับนี้แล้ว”บนเวทีสูง ผู้อาวุโสหลายคนที่มองการประลองไปด้วย พูดคุยกันไปด้วย
“แน่นอนว่าต้องไม่เลว หมัดระเบิดดาราของอู๋เซิ่งได้เข้าใจในระดับที่ลึกซึ้งแล้ว”
“ท่ามกลางลูกศิษย์รุ่นนี้ ศักยภาพและความสามารถของอู๋เซิ่ง นับว่าเป็นอันดับต้นๆ”มีผู้อาวุโสคนหนึ่งพูดขึ้น
“อันดับต้นๆอะไรกัน ข้าว่าศักยภาพของอู๋เซิ่งเป็นอันดับหนึ่งชัดๆ”
ผู้อาวุโสพูดคุยกัน ผู้อาวุโสใหญ่หรี่ตาลงมองไปที่การประลอง ผู้อาวุโสรองกำลังฟังเนื้อหาที่พูดคุยกัน สีหน้าก็ดีขึ้นมามาก
หลายท่านที่พูดคุยกัน ดูเหมือนจะพูดไปงั้นๆ แต่กลับตั้งใจไม่พูดถึงจื่อเฉิน บอกว่าเป็นการพูดคุย แต่มากกว่านั้นคือการปรึกษากันว่าใครกันแน่ที่จะได้เข้าสู่แกนหลัก กลายเป็นศิษย์สำนักใน
“ตูม”
การประลองบนลานประลอง ใช้เวลาไปประมาณสิบห้านาที หลังจากที่อู๋เซิ่งเอาจริง ในที่สุดหลินเสวี่ยก็ได้แพ้ลง ถูกโจมตีจนกระเด็นของจากลานประลอง และถูกจื่อเฉินรับตัวไว้
ครั้งนี้ เหมือนจะตั้งใจ อู๋เซิ่งได้แสดงทักษะการต่อสู้ระดับสองอีกอย่างให้กับทุกคน ท่าก้าวราชาทมิฬ
เป็นอีกท่าก้าวหนึ่งที่เข้าใจในธาตุแท้ มหัศจรรย์มาก
ในช่วงที่ทั้งสองคนฟื้นฟูชี่แท้ ผู้คนก็เริ่มพูดคุยกัน ถ้าหากไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงละก็ ตำแหน่งศิษย์แกนหลัก น่าจะเกิดขึ้นระหว่างจื่อเฉินและอู๋เซิ่งสองคนนี้
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ละก็ พรสวรรค์ของทั้งสองคนก็พอๆกัน
จุดด้อยเดียวของจื่อเฉิน คือความสามารถต่ำเกินไป แต่กลับเข้าใจทักษะการต่อสู้ได้ลึกซึ้งมาก ที่ไม่มีทักษะการต่อสู้ระดับสอง นั่นก็เพราะจื่อเฉินไม่มีหนทางที่ได้รับ