ตอนที่ 45
บทที่ 51
October 28, 2026
ก่อนที่เวลาจะล่วงเลยมาหนึ่งคืน
หลังจากที่จื่อเฉินออกไป หลิวเสวี่ยก็ไปหาซูเมิ่งเหยา
สถานที่เดิม ๆ กลิ่นดอกไม้เดิม ๆ ความรู้สึกเดิม ๆ
“ศิษย์พี่ ท่านคิดหาวิธีช่วยเหลือจื่อเฉินเถอะ” ทันทีที่หลินเสวี่ยเข้ามา นางก็รีบพูดออกไปอย่างเร่งรีบ
ห้องของซูเมิ่งเหยา คนที่กล้าเดินกร่างเข้ามาโต้ง ๆ แบบนี้มีอยู่ไม่กี่คน แน่นอนว่าหลินเสวี่ยคือหนึ่งในนนั้น
“มีอะไรรึเสวี่ยเอ๋อ เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเจ้าจื่อเฉินนั่นอีกแล้วล่ะ ?” ซูเมิ่งเหยาที่สวมชุดสีขาวสะอาดสะอ้าน กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสงบ เมื่อเห็นหลินเสวี่ยเดินเข้ามาจึงถามนางกลับไป
“เขาไปสร้างเรื่องบาดหมางกับคนอื่นอีกแล้ว......” หลักจากนั้น หลินเสวี่ยก็นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดพูดออกมาให้ซูเมิ่งเหยาฟัง ก่อนหน้านี้ก็ไปบาดหมางกับหวังเมิ่ง หลังจากนั้นก็หวังสง ต่อด้วยอู๋เซิ่ง สุดท้ายก็หลัวเหมิน
ซูเมิ่งเหยาได้ฟังก็ทำท่าขมวดคิ้ว หลังจากนั้น นางก็พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบมาว่า “แต่ก่อนเจ้าเคยบอกว่าจื่อเฉินเป็นคนใจเย็นไม่ใช่หรือ ตอนนี้ทำไมกลับทำตัวผลีผลามแบบนี้ ถ้าหากว่าเขามีวิธีแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง นั่นก็ดี แต่ถ้าไม่มี เขาก็แค่ทำเกินเหตุไป คงไม่มีความจำเป็นต้องไปสนใจเขาอีก การกระทำที่ขาดการคิดให้รอบคอบแบบนี้ คือคนที่ไม่คิดหน้าคิดหลัง ต่อให้ช่วยเหลือเขาครั้งหนึ่ง ครั้งต่อไปเขาก็ต้องตายอย่างน่าเวทนาอยู่ดี”
“พฤติกรรมที่เย่อหยิ่งเช่นนี้ ขนาดลูกคุณหนูเอาแต่ใจยังเทียบไม่ติดเลย อย่างน้อย ๆ คนเหล่านี้ก็ยังมีคนคอยสนับสนุน ยังมีต้นทุนให้ทำตัวโอหังได้ แต่ว่าเขาล่ะ มีอะไร ?”
คำพูดของซูเมิ่งเหยา ไม่มีแต่ความเกรงใจ แต่นั่นก็เป็นความจริง หลินเสวี่ยไร้หนทางโต้เถียง จริง ๆ แล้วในใจนางก็เห็นด้วยกับความคิดของซูเมิ่งเหยา ที่วันนี้จื่อเฉินแก้ปัญหาโดยไม่คิดให้รอบคอบ
“แต่จื่อเฉินก็มีเหตุผล ใครให้โควตาของเขาถูกชิงไปกันล่ะ” หลินเสวี่ยพูดอย่างไม่ยินยอม
ซูเมิ่งเหยาพูดขึ้น “ถ้าเหตุผลเพราะโควตาถูกชิงไป ยิ่งต้องใจเย็น ไม่ใช่ว่าหงุดหงิดจนทำรีบร้อนทำอะไรลงไป แน่นอนว่าโควตานั้นสำคัญ แต่ถ้าหากว่าต้องมาตายไปล่ะก็ โควตานี้จะมีประโยชน์อะไร”
ทันใดนั้น ซูเมิ่งเหยาก็หัวเราะออกมาเบา ๆ “แต่ว่า จื่อเฉินพูดถูกอยู่อย่างหนึ่ง ถ้าหากว่าฆ่าอู๋เซิ่งได้ล่ะก็ ก็จะไม่มีใครแย่งโควตาไปจากเขาแล้ว อย่างไรก็ตามมันจะกลายเป็นการทำให้ผู้อาวุโสรองโกรธ ไม่แน่ว่าอาจทำให้เขาถูกตั้งข้อหาทำร้ายคนในสำนัก และจะถูกขับไล่ออกจากสำนักไปแทน”
หลินเสวี่ยเดินออกไปอย่างท้อแท้ นางไม่มีวิธีช่วยเหลือจื่อเฉินอีกแล้ว อย่างน้อย ๆ ในตอนนี้ก็ไม่มี
งั้นที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับจื่อเฉินแล้ว
........
แต่ในขณะนั้นเอง หวังสงและคนอื่น ๆ ก็กำลังรวมตัวกันอยู่
“ไอ้จื่อเฉินมันจะทำอะไรกันแน่ เป็นหมาบ้าหรือไง ?” หวังเมิ่งทนไม่ไหวด่าทอออกมา เขาเกลียดจื่อเฉินมาก ชี่แท้ชั้นหกกับทักษะการต่อสู้ระดับสอง แถมยังได้อันดับหนึ่งในการประลองครั้งนี้อีก มันทำให้เขาต้องอับอายขายขี้หน้าเป็นที่สุด
คนกลุ่มหนึ่งกำลังรวมตัวกัน เพื่อที่จะปรึกษาหาวิธีจัดการกับจื่อเฉิน แต่พวกเขาเพิ่งจะได้ยินมาว่า จื่อเฉินได้ไปมีเรื่องบาดหมางกับอู๋เซิ่ง และก็ยังมีหลัวเหมินอีกคน
ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าอู๋เซิ่งเป็นใคร เขาเป็นคนของท่านรองอาวุโส และยังเป็นศิษย์แกนหลักอีกด้วย ไม่มีใครกล้าทำอะไรเขา ส่วนหลัวเหมินนั้น เขาคือคนที่ได้รับมอบหมายไปทำงานที่ที่ได้ค่าส่วยมากที่สุดในสำนักใน แน่นอนว่าคนธรรมดาไม่มีทางเทียบได้
แม้จะมีพลังชี่แท้ชั้นแปด แต่หวังสงก็ไม่สามารถจะเทียบกับพวกเขาเหล่านั้นได้
“จื่อเฉินไปสร้างความบาดหมางกับพวกเขา ยังไงก็ไม่มีทางรอด แต่ว่าพวกเขาคงยังไม่ได้เริ่มลงมือเร็ว ๆ นี้แน่ ไม่เหมือนเราที่เริ่มลงมือได้ก่อน” หวังสงพูด