ตอนที่ 46
บทที่ 52
October 28, 2026
“จื่อเฉิน ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้ ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า” เว่ยหลินตะโกนอย่างโอหัง แต่ภายในห้องของจื่อเฉินกลับไม่มีเสียงการตอบรับใด ๆ ออกมา
กฎสำนักหลิงอู่ ไม่อนุญาตให้ใครก็ตามลงมือกันในสำนัก ความขัดแย้งของศิษย์สำนักใน สามารถตัดสินกันได้ที่สนามประลอง ดังนั้นต่อให้เว่ยหลินอยากจะฆ่าจื่อเฉินมากแค่ไหน เขาก็กล้าถีบประตูเข้าห้องเข้าไป
ในขณะนั้น ทุกคนต่างก็ได้ยินเสียงร้องตะโกนด้วยความโมโหของเว่ยหลิน แต่ภายในห้องของจื่อเฉิน กลับไม่มีการเคลื่อนไหวได้ ๆ อยู่เลย
“หรือว่าจื่อเฉินจะไม่อยู่ในห้อง” บางคนลองคาดเดาอย่างอดไม่ได้
เสียงเรียกดังเกือบหนึ่งนาที ภายในห้องของจื่อเฉินกลับไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ในขณะที่เว่ยหลินกำลังเดาว่าจื่อเฉินอาจจะไม่ได้อยู่ในห้องนั้น จู่ ๆ ประตูห้องของจื่อเฉินก็เปิดออก
“หมาตัวไหนมันมาร้องอยู่ด้านนอกเนี่ย ?” จื่อเฉินยืดเหยียดแขน ราวกับคนที่เพิ่งตื่นนอน
“ไอ้เวรนี่ยังนอนอยู่อีก เมื่อกี้เจ้าว่าใครเป็นหมากัน ?” เมื่อเห็นท่าทีของจื่อเฉิน ความโกรธของเว่ยหลินก็ปะทุขึ้น
“ใครมันร้องอยู่ ก็คนนั้นแหละ” จื่อเฉินตอบอย่างเยือกเย็น
“เจ้าสิเป็นหมา” เว่ยหลินโกรธจนหน้าบูดเบี้ยว เรียกเขาอีกครั้งหนึ่ง
“จื่อเฉิน” เสียงเรียกเบา ๆ ดังขึ้น หลินเสวี่ยในชุดสีขาวเดินเข้ามาหาเขาจากที่ไกล ๆ จากนั้นพูดกับเขาเบา ๆ ว่า “เขาคือเว่ยหลิน มีข่าวลือว่าเขามีพลังชี่แท้ชั้นหก เขาสนิทกับหวังสง วันนี้กล้ามาที่นี่ แปลว่าน่าจะทะลุขั้นมาแล้ว เจ้าระวังไว้หน่อย อย่าไปยั่วโมโหเขามากนัก”
“เจ้ารู้ได้ยังไง ?” จื่อเฉินประหลาดใจ
“เมี่ยวคงเป็นคนบอกข้า” หลินเสวี่ยตอบ
ตอนนี้เมี่ยวคงยังอยู่ท่ามกลางฝูงชน แต่ไม่ได้เดินออกมา
ทั้งสองมองตากัน แววตาจื่อเฉินแสดงออกเป็นการขอบคุณ หลังจากนั้นหันไปมองยังเว่ยหลิน และพูดว่า “ไอ้หมาบ้า เช้าตรู่ขนาดนี้มาเรียกข้าถึงหน้าประตู มีเรื่องอะไรหรือไง ?”
“เจ้า......” เว่ยหลินโมโหจัด พยายามอดกลั้นไม่ให้ตนเองเผลอลงมือออกไป ก่อนจะพูดออกไปอย่างเยือกเย็นว่า “ศิษย์พี่จะมาขอยืมของจากเจ้าหน่อย”
“ยืมอะไร ?”
“ให้เกียรติข้าเว่ยหลินสักนิด ข้าจะขอยืมยาชี่แท้สักเก้าเม็ด”
จื่อเฉินมองไปยังเว่ยหลิน ราวกับมองคนปัญญาอ่อน ก่อนจะพูดจาด้วยความดูถูกออกไปว่า “เจ้าเป็นใครกัน ข้ารู้จักเจ้างั้นรึ เกียรติเจ้าคู่ควรกับยาชี่แท้เก้าเม็ดเลยหรือไง ?”
คำพูดของจื่อเฉินไม่มีความเกรงใจแม้แต่น้อย นั่นเพราะว่าอีกฝ่ายเป็นคนมายุ่งกับเขาก่อน
“เจ้าหนู ไม่ให้เกียรติข้า งั้นก็ไปขึ้นสนามประลองกับข้า สู้กันให้ตายไปข้างนึง” เว่ยหลินพูด
“ปัญญาอ่อน เจ้าจะบ้าหรือไง” จื่อเฉินพูดจาดูถูก
“เจ้าหนู เจ้าสบประมาทข้า ข้าขอท้าเจ้า” เว่ยหลินขึ้นเสียงสูง ราวกับต้องการที่จะมัดมือชก
“ทำไมข้าต้องรับคำท้าของเจ้าด้วยล่ะ ไอ้โง่” จื่อเฉินตอบกลับไป
“เพราะว่าเจ้าสบประมาทเขาไงล่ะ พวกเราเป็นพยานได้ เจ้าจะต้องรับคำท้า” ฝูงชนหลีกทาง จากนั้นหวังสงและคนอื่น ๆ ต่างก็เดินออกมาด้วยท่าทางอันยิ่งใหญ่
“เจ้าบอกว่าสบประมาท ก็สบประมาทแล้วหรือ ?” จื่อเฉินมองไปยังหวังสง