ตอนที่ 56
บทที่ 62
October 28, 2026
หลังจากที่หลินมี่จากไป จื่อเฉินก็จัดการกับศพเรียบร้อย และทำการนั่งสมาธิบนเนินเขาอีกครั้ง น้ำในทะเลสาบด้านหน้ากระเพื่อม ใสจนเห็นก้นทะเลสาบ ปลาในน้ำต่างก็พากันแหวกว่ายด้วยความสนุกสนาน
ไม่นานจิตใจของจื่อเฉินก็สงบลง จากนั้นเริ่มทำการฝึกดูดซับยาชี่แท้
วิชาทะลวงกายฟ้าร้องกำลังหมุนเวียน ชี่ทิพย์ฟ้าดินรอบ ๆ จิงชี่จากต้นไม้ใบหญ้า ค่อย ๆ เข้ามารวมกันที่จื่อเฉิน ในขณะที่กำลังฝึกดูดซับยาชี่แท้อยู่นั้น จื่อเฉินยังได้ทำการดูดซึมพลังฟ้าดินด้วย
ภาพฉากเดิม ๆ เกิดขึ้น หัวใจดูดซับพลังทั้งหมดเอาไว้ จากนั้นก็สูบฉีดพลังบริสุทธิ์จากหัวใจออกไป ผ่านไปยังเส้นเลือด จุดลมปราณ เข้าไปยังส่วนต่าง ๆ ของในร่างกาย
ร่างกายของเขาค่อย ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลง ชี่แท้ชั้นหกช่วงสุดท้าย กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น
ยาชี่แท้สองเม็ด เพียงครู่เดียวก็ถูกซึมซับจนหมด ตอนนี้พลังของจื่อเฉินมาถึงระดับชี่แท้ชั้นหกขั้นสูงสุดแล้ว ส่วนความแข็งแกร่งของร่างกายนั้นก็อยู่ในระดับเจ็ดขั้นสูงสุดแล้ว
“ฮู ฮา”
จื่อเฉินลุกขึ้น กระโดดลงไปในทะเลสาบ จากนั้นปล่อยหมัดออกมาไม่หยุด ภายใต้แรงต้านจากน้ำในทะเลสาบ พละกำลังของจื่อเฉินค่อย ๆ หายไปอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดเรี่ยวแรงของเขาก็หมดลง ร่างกายเหนื่อยล้าเต็มที่
เขากำลังค้นหาขีดจำกัดของตนเอง และก็กำลังหาความรู้สึกของขีดกำจัดนั้น
เมื่อเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายถูกใช้ออกไป เขาก็ปล่อยหมัดออกไปในสภาพไร้เรี่ยวแรงอีกครั้ง เพียงชั่วพริบตาเดียว หัวใจของจื่อเฉินก็สั่นไหวอีกครั้ง จากนั้นพลังบริสุทธิ์ก็วิ่งแล่นไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย จื่อเฉินที่กำลังหมดแรง ได้ฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
“ฮู ฮา”
ภายในสระ ได้ยินเพียงแค่เสียงฮูฮา แถมสระน้ำยังปั่นป่วนทุกครั้งที่จื่อเฉินปล่อยหมัดออกไป ฝูงปลาจำนวนมากต่างว่ายน้ำหนีด้วยความตื่นตระหนก แต่ก็มีบางตัวที่ถูกน้ำซัดกระเด็นขึ้นมา
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จื่อเฉินท้าทายขีดความสามารถของตนเอง ในช่วงนี้ เขามักจะใช้วิธีการฝึกฝนแบบนี้
วันนี้ชายชราไม่มา หลังจากผ่านไปครึ่งวัน จื่อเฉินก็จับปลาขึ้นมาหนึ่งตัว จากนั้นเดินขึ้นมาจากสระน้ำ บิดเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มให้แห้ง ก่อนทำการแล่ปลา และนำปลาไปย่าง
ไม่นานหลังจากนั้น กลิ่นหอมจากปลาย่างก็ลอยโชยขึ้นมา จนในที่สุดช่วงเวลายามค่ำคืนก็มาถึง
“พวกมันน่าจะมากันแล้ว” หลังจากที่กินปลาชิ้นสุดท้ายหมด จื่อเฉินก็ดับกองไฟบนพื้นจนมอด แววตาส่องประกาย ซ่อนตัวอยู่ในความมืด ก่อนที่จะมาที่นี่ เขาต้องดูสภาพแวดล้อมทั้งหมดมาก่อน
หวังสงกับอีกสี่คน เดินทางกันโดยไม่หยุดพัก เป้าหมายของพวกเขาคือป่าทึบไร้เสียง ในช่วงเวลากลางดึกอย่างนี้ ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงด้านนอกป่าทึบไร้เสียงจนได้
“ระมัดระวังกันด้วย ไอ้เด็กนั่นมันเจ้าเล่ห์มาก อาจจะถูกลอบโจมตีได้” หวังสงตักเตือน
“หวังสง เจ้ากังวลมากเกินไปแล้ว พวกเรามากันเยอะขนาดนี้ จื่อเฉินเมื่อเห็นพวกเราแล้วไม่หนีก็เหลือเชื่อแล้ว แทนที่จะกลัวว่าจะถูกลอบโจมตี ข้าว่ามันหนีไปนานแล้วล่ะ” อีกคนหนึ่งด้านข้าง พูดด้วยความเหยียดหยาม
“หลินชวน ระมักระวังไว้หน่อยจะดีกว่า ไอ้เด็กนั่นมันมีพรสวรรค์ยิ่งกว่าเฉินเฟิงในตอนนั้นเสียอีก ทางที่ดีควรจะระวังตัวไว้ พวกเจ้าที่เหลือเองก็ด้วย” หวังสงพูดอย่างเคร่งเครียด
“วางใจเถอะ ข้าสัญญาว่าจื่อเฉินมันจะไม่มีโอกาสได้หนีไปอีก” คนอื่น ๆ พยักหน้า
“ดูสิ ที่นี่มีร่อยรอยการก่อกองไฟ แถมยังมีกระดูกปลา กองไฟยังอุ่น ๆ อยู่เลย แปลว่าเพิ่งจะมีคนออกจากที่นี่ไป” มีคนพบจุดที่จื่อเฉินได้ก่อกองไฟเอาไว้
“ที่นี่ยังมีร่องรอยการต่อสู้ด้วย ของดำ ๆ พวกนี้มันคืออะไรน่ะ ถ่านไฟรึเปล่า ?” หลินชวนพบร่องรอยการต่อสู้
จากการที่ได้กำจัดศพออกไป ร่องรอยการต่อสู้รอบ ๆ จึงเหลือแต่เพียงความวุ่นวายเล็กน้อยเท่านั้น ร่องรอยของสายฟ้านั้นไม่มีอยู่แล้ว และยิ่งตอนนี้เป็นเวลากลางคืน สายตาพวกเขาจึงมองได้ไม่ค่อยชัดเจนนัก ทำให้ไม่ทันได้สังเกตเห็น