ตอนที่ 71
บทที่ 77
October 28, 2026
เวลานี้พาเจ้าสำนักในอนาคตทั้งสามออกมา ล้วนเป็นการเปิดประสบการณ์สักหน่อย ทั้งสามแลกเปลี่ยนข่าวคราวซึ่งกันและกัน วันข้างหน้าคงมีโอกาสร่วมมือกันมากขึ้น
ภายใต้การนำขบวนของทั้งสามคน ศิษย์กลุ่มหนึ่งมุ่งไปทางยอดเขา
ยอดเขามีความสูงหลายร้อยเมตร ผู้ที่อยู่ในที่นี้ล้วนเป็นผู้บำเพ็ญ ผู้ที่อ่อนแอที่สุดก็คือชี้แท้ชั้นเจ็ด ย่อมจะไม่ปีนเขากัน
เฉินเฟิง หลิงหยุน และอู๋หงทั้งสามคน ต่างใช้ทักษะการต่อสู้ฟ้ากำหนดกันหมด เพียงขยับเท้านิดหน่อย ทั้งตัวราวกับนกบิน ชั่วพริบตาเดียวขึ้นสู่กลางอากาศหลายสิบเมตร ยืมแรงอยู่ตรงกลางเทือกเขาอีกครั้ง ร่างกายลอยขึ้นสูงไปอีก
ยืมแรงอีกไม่กี่ครั้ง ก็มาถึงบนยอดเขา
ตามมาด้วย คือผู้บำเพ็ญชี่แท้ชั้นสิบกลุ่มหนึ่ง พอขยับเท้า ร่างกายลอยก็ขึ้นต่อเนื่อง วิชาที่คนเหล่านี้ใช้ส่วนมากคือทักษะการต่อสู้ระดับหนึ่ง
ทุกคนทยอยกันขึ้นไป จื่อเฉิน หลินเสวี่ย ซูเมิ่งเหยาและคนอื่นๆ เดินอยู่ด้านหลังสุด
ขณะเดียวกัน จื่อเฉินยังมองเห็นว่า เด็กหนุ่มเย็นชาคนนั้น ก็ตามอยู่ด้านหลัง สายตาของทั้งสองฝ่ายประสานกันอีกครั้ง จื่อเฉินพยักหน้าให้อีกฝ่ายด้วยเจตนาดี ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่แสดงอารมณ์แม้แต่น้อย ยังคงเฉยชา
“ไปเถิด” เมี่ยวคงก้าวเท้าออกมา ชั่วขณะนั้นร่างกายแฉลบผ่านไป ราวกับลอยไปกลางอากาศ ครู่เดียวก็ขึ้นไปเจ็ดสิบแปดสิบเมตร มันคือวิชาตัวเบา ไม่ได้ด้อยไปกว่าเฉินเฟิงและคนอื่นๆ ก่อนหน้านี้เลยสักนิด โดยเฉพาะเมื่ออยู่กลางอากาศเขาไม่ได้ยืมแรง เหยียบเท้าซ้ายไว้บนเท้าขวา แล้วจากนั้นลอยขึ้นอีกครั้ง
“จื่อเฉิน สหายของเจ้าคนนี้ไม่ธรรมดาเลย” ในดวงตางดงามของซูเมิ่งเหยา มีความพิเศษเผยขึ้น พูดอย่างเรียบเฉย
“วิชาตัวเบานี้ไม่ธรรมดาเสียจริง” พอเห็นวิชาตัวเบาของเมี่ยวคงอีกหนหนึ่ง จื่อเฉินรู้สึกตกตะลึงพรึงเพริดเช่นกัน
สามารถพูดได้ว่า เมี่ยวคงเป็นเพียงผู้เดียวในบรรดาหลายร้อยคน ที่ไม่ต้องอาศัยแรงภายนอกมาช่วย ก็มาถึงที่ยอดเขาได้แล้ว กรณีพิเศษเช่นนี้ ย่อมดึงดูดสายตาของผู้คน
ตามมาด้วย ซูเมิ่งเหยากระโดดขึ้นมา ชุดสีขาวพลิ้วไสว ดุจดั่งเทพธิดาที่เคลื่อนไปด้วยลม
“โอ้โห เป็นทักษะการต่อสู้ฟ้ากำหนดอีกคนแล้ว” มองเห็นซูเมิ่งเหยาที่สง่างามอยู่กลางอากาศ จื่อเฉินอดร้องตกใจออกมาไม่ได้ เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วตนเองยังทำได้ไม่ดีเท่าเลย ตนเองครอบครองทักษะการต่อสู้ระดับหนึ่งสามอย่างไว้ คิดเองว่ามีความสามารถมาก แต่คิดไม่ถึง คนอื่นจะใช้ทักษะการต่อสู้ฟ้ากำหนดแล้ว
“จื่อเฉิน ไป” หลินเสวี่ยดึงจื่อเฉินทะลุอากาศขึ้นไป ท่าก้าวเมฆาของทักษะการต่อสู้ระดับสอง ในระยะเวลาสั้นๆ หลินเสวี่ยกลับเข้าใจถึงธาตุแท้ได้ แทบจะสามารถมองทะลุแก่นใจในธาตุแท้
“อัจฉริยะมากเสียจริง” จื่อเฉินแอบทอดถอนใจ เพราะความรู้สึกภาคภูมิใจที่ความสามารถทะลุขั้นนำมาให้ในเวลาอันสั้นนั้น ในวันนี้กำลังเลือนหายไปอย่างช้าๆ
เพราะไม่เพียงมีอัจฉริยะรวมตัวอยู่ที่สำนักหลิงอู่เท่านั้น ขณะเดียวกันที่สำนักจ้านอู่และสำนักเสวียนอู่ ยังคงมีอัจฉริยะปรากฏตัวเช่นกัน เพียงแค่วิชาตัวเบาก็มีผู้คนมากมายทำให้ตาลุกวาว
ในบรรดาหลายร้อยคน หากอยากจัดแบ่งวิชาท่าก้าว สามารถแบ่งได้เป็นระดับสาม หก และเก้า ท่าก้าวเมฆไหลแก่นใจในธาตุแท้ของจื่อเฉิน ก็คือระดับเก้า ถือว่าแย่ที่สุด เพียงหนึ่งเดียวที่นำออกมาแสดงได้ ก็คือแก่นใจในธาตุแท้
หลายร้อยคน ชุมนุมอยู่บนยอดเขา เห็นได้ชัดว่าแน่นขนัดมาก
ด้านหน้าสุด ผู้อาวุโสทั้งสามและเจ้าสำนักในอนาคตสามคน ก็คืออยู่ในบริเวณโล่งกว้าง เป็นที่สนใจต่อสายตาของทุกคน