ตอนที่ 75
บทที่ 81
October 28, 2026
ความสามารถของสัตว์อสูร เมื่อเทียบกับมนุษย์ในระดับเดียวกันแล้ว ยังแกร่งกว่าไม่น้อย พอจะใช้กำลังของตนเอง จัดการสัตว์อสูรระดับแปดตัวหนึ่งได้นั้น บุรุษหนุ่มผู้นี้ย่อมไม่ธรรมดา
โดยเฉพาะอายุยังน้อย ก็มีความสามารถชี่แท้ชั้นแปด พรสวรรค์ย่อมไม่ด้อยเป็นแน่ ทั้งพรสวรรค์ไม่ด้อย บวกกับกำลังต่อสู้อันยิ่งใหญ่ สำหรับคนอายุน้อยแล้ว จื่อเฉินจึงต้องให้ความสำคัญ
หากเทียบกันกับบุรุษหนุ่มแล้ว คนโดยรอบพวกนั้นกลับอ่อนแอกว่ามาก เพียงแค่ชี่แท้ชั้นเจ็ดกระจอกๆ เท่านั้น จื่อเฉินไม่สนใจ
“มาสิ เจ้าพวกกระจอก คาดไม่ถึงจะสู้กับข้า” กระบี่ดำมีแสงแวบผ่าน บนตัวพยัคฆ์อัคคีมีบาดแผลเพิ่มขึ้นอีกรอย ระดับความแหลมคมของกระบี่ดำ ทำให้จื่อเฉินจ้าตา
“นี่ไม่ใช่อาวุธระดับสอง แต่เป็นอาวุธระดับหนึ่ง” ในใจจื่อเฉินดูแน่ใจ
บุรุษหนุ่มลงมือฉับไว ส่วนปากไม่ได้ปล่อยว่าง พูดจาบางอย่างที่พยัคฆ์อัคคีฟังไม่เข้าใจ
“ไอ้กระจอก ให้เจ้ามอบยาวิเศษออกมาเจ้าไม่ทำ จะต้องวอนหาที่ตาย”
“สมน้ำหน้า วันนี้เจอข้าหลิงเฟย ย่อมคือวันตายของเจ้า”
ฟังคำพูดไร้สาระของอีกฝ่ายแล้ว สายตาของจื่อเฉินถึงย้ายจากชายหนุ่ม ก่อนจะตกอยู่บนยาวิเศษที่อยู่ไกลออกไป นั่นคือเห็ดหลินจือหกกลีบเลือดต้นหนึ่ง กลีบที่เจ็ดกำลังงอกออกมาได้ครึ่งหนึ่ง โดยรอบโปร่งแสงระยิบระยับ กลิ่นหอมอ่อนๆ ตลบอบอวลออกมา
“นี่คือเห็ดหลินจือเจ็ดกลีบ” ดวงตาของจื่อเฉินเบิกโตขึ้นทันใด ในสายตามีแววไม่อยากเชื่ออยู่
เห็ดหลินจือแบ่งเป็นเก้ากลีบ ทุกร้อยปีจะแตกกลีบใหม่กลีบหนึ่ง รอจนถึงพันปี ทั้งเก้ากลีบจะร่วงหล่น จากนั้นเปลี่ยนเป็นกลีบแรกอีกครั้ง กลีบแรกนี้โปร่งแสงแวววาวระยิบระยับ ราวกับหยก เรียกกันว่าเห็ดหลินจือหยก หลังจากนั้นทุกหนึ่งพันปีแตกกลีบหนึ่งขึ้น จนกระทั่งครบเก้ากลีบ
เห็ดหลินจือตรงหน้านี้ ถึงแม้ไม่ได้น่ากลัวเท่าเห็ดหลินจือหยกขนาดนั้น แต่ทว่ากลีบสมบูรณ์แบบกลีบที่หก กลับบอกเล่าถึงอายุของมัน หกร้อยกว่าปี ใกล้จะเจ็ดร้อยแล้ว
เห็ดหลินจือที่อายุใกล้จะเจ็ดร้อยปีต้นหนึ่ง บนหน้าจื่อเฉินที่ปิดซ่อนไว้มีความดีใจแทบคลั่ง ความสามารถของเขาในตอนนี้มาถึงชี่เจ็ดขั้นสูงสุดแล้ว อยู่ห่างจากชั้นแปดก้าวเดียว ความไกลของก้าวเดียวนี้ หากใช้งานยาวิเศษธรรมดา ยังไม่แน่ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใด
แต่ว่าเห็ดหลินจือหยกอายุจะเจ็ดร้อยปีข้างหน้าต้นนี้ สามารถทำให้ความสามารถของจื่อเฉินทะลุขั้นถึงชั้นแปดได้โดยสมบูรณ์ แม้กระทั่งเพียงพอจะไปถึงชั้นแปดระยะกลางด้วยซ้ำ
“เห็ดหลินจือต้นนี้ข้าจะต้องเอามาให้ได้ ยังมีอาวุธนั้นอีก คือของดีเป็นแน่” ในสายตาจื่อเฉินเปล่งประกาย ในใจกำลังวางแผนขโมยเห็ดหลินจือต้นนั้น อีกทั้งยังมีอาวุธเล่มนั้น ไปจากตรงหน้าทุกคนได้อย่างไรอยู่
ศิษย์ของสำนักจ้านอู่ที่อยู่รอบด้าน มีถึงแปดคน แบ่งกันเฝ้าอยู่แปดทิศทาง จื่อเฉินบุกเข้าไปทางด้านไหน ล้วนจะดึงดูดความสนใจของอีกสองสามคนทั้งนั้น ถึงแม้การพุ่งตรงเข้าไปอย่างห้าวหาญจะพอให้เข้าไปได้ ทว่าย่อมดึงดูดความสนใจแน่นอน
สำหรับสถานการณ์ตรงหน้า เหมือนว่าไร้หนทางแก้ไขแล้ว มีเพียงพุ่งโจมตีโดยตรงอย่างเดียว
เสียงคำรามของพยัคฆ์อัคคี นับวันยิ่งต่ำลง เห็นได้ชัดว่าถึงขั้นจะตายแล้ว
เมื่อจื่อเฉินไม่มีหนทาง ทันใดนั้นได้ยินหลิงเฟยตะโกนเสียงดัง “พวกเจ้าหลบออกไปให้หมด เลี่ยงที่เลือดจะกระเด็นเปื้อนหน้าพวกเจ้า ถึงตอนนั้นบอกพี่ใหญ่ของข้าว่า พยัคฆ์อัคคีตัวนี้เป็นข้าหลิงเฟยฆ่าคนเดียว สถานที่สมควรตายนี้ วันแรกก็เจอเห็ดหลินจือเจ็ดกลีบต้นหนึ่งเข้าแล้ว ไม่รู้แน่แท้ว่ายังจะต้องเจออะไรเข้าอีก ฮาๆ”
ทั้งแปดคนพยักหน้าตอบรับ ต่างถอยหลังไปหมด แน่นอนว่าไม่ใช่กลัวเปื้อนเลือด แต่ว่าต้องการให้ศิษย์พวกนั้นมองดูอยู่ห่างๆ ถึงความสามารถอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรของคุณชายหลิงเฟย